ผู้สัมผัสโควิดทะลุ699ราย


เพิ่มเพื่อน    

 

"บิ๊กตู่" สั่งผู้ว่าฯ จังหวัดชายแดนคุมเข้มลักลอบเข้าเมือง ขู่! พบ จนท.เอี่ยวฟันไม่ละเว้น ยันไม่ใช่การระบาดโควิดระลอก 2 "อนุทิน" ลั่นยังควบคุมโรคได้ "ทหาร-ตร." บุกรวบแก๊งลักลอบพาคนข้ามชายแดนแม่สาย "สธ." แถลง 10 สาวลอบเข้าไทยเจอโทษหนักแน่ เผยผู้สัมผัส 699 รายยังไม่พบติดเชื้อเพิ่ม "พิษณุโลก" ป่วนสั่งปิดโรงเรียน 8 แห่ง
    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 3 ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา, กัมพูชา, ลาว และมาเลเซีย เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมทั้งให้ทุกภาคส่วนได้ติดตามการลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย หากพบมีการเดินทางเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด
    นายอนุชากล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีเจ้าหน้าที่ส่วนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบเข้าเมือง จะโดนดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าแนวทางป้องกันการลักลอบเข้าเมืองของไทยยังมีความรัดกุม ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19  
    "ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกในเรื่องที่มีบางกลุ่มที่ไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมกระทำผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศโดยไม่ได้มีการกักตัว 14 วัน ซึ่งวันนี้ต้องขอความร่วมมือ ถ้าคนไทยมีความต้องการจะเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ใช่การระบาดระลอกที่ 2 ของประเทศ แต่เกิดจากบุคคลบางคนที่ลักลอบเข้ามาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างมาก" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 10 คนที่มาจากการลักลอบเข้าเมืองว่า คนเหล่านี้ที่กลับเข้ามาในประเทศเพราะรู้ว่าตัวเองป่วย รู้ว่าฝั่งเมียนมาติดเชื้อมากแล้วกลับเข้ามาแทนที่จะพบแพทย์และแสดงตน แต่กลับมีหน้าไปเที่ยวโดยไร้ความรับผิดชอบ เดินทางไปสถานที่ต่างๆ ทำความเสียหายให้บ้านเมืองมหาศาล แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องตามล้างตามเช็ด  
    นายอนุทินกล่าวว่า ภาพรวมยังควบคุมโรคได้ ติดตามหาผู้ป่วยได้ แต่ขอให้คนที่กลับมาจากจังหวัดท่าขี้เหล็กแสดงสปิริตมาเลย ให้มารับการตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อให้ข้อมูลและขยายผลในการสอบสวนโรคต่อไป เพราะถ้าเป็นอย่างนี้จะสิ้นเปลืองทรัพยากรของชาติมาก อย่ากังวล เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะไปดำเนินคดีหรือเอาพวกเขาเข้าคุก ไปก็เปลืองคุกเปล่าๆ ยิ่งมาแสดงตนยิ่งเป็นประโยชน์
รวบก๊วนพาคนข้ามชายแดน
    "อยากเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยว แม้คนเหล่านี้จะทำการท่องเที่ยวในภาคเหนือเสียไปหมด เพราะคนพวกนี้ไม่มีน้ำยาที่จะทำลายบ้านเมือง แต่ขอให้คนอื่นๆ ไปเที่ยวและปฏิบัติตามมาตรการ สวมหน้ากากอนามัย เพราะเราต้องช่วยคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งผู้ประกอบการเองก็คาดหวังเรื่องของการท่องเที่ยวในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้อยู่ และอย่าให้เสียกำลังใจ ซึ่งหลังจากวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 9 ผมก็จะไปเที่ยว อาจจะไปที่ จ.เชียงใหม่และเชียงราย เพราะไม่ได้กลัวอะไร ใช้ชีวิตปกติตามมาตรการป้องกัน และอาจจะไปตรวจความพร้อมตามโรงพยาบาล โดยไม่มีคณะไปด้วย" รองนายกฯ กล่าว
    วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับตำรวจ สภ.แม่สาย และฝ่ายปกครอง จับกุมนายสมคิด นายหล้า และเด็กหญิงอีก 1 คน อายุราว 14-15 ปี ใกล้กับเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำสาย เขตชุมชนหัวฝาย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มาดำเนินคดีในข้อหานำพาหรือสนับสนุนให้มีการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย
    ก่อนหน้าที่จะเข้าไปจับกุม มีพลเมืองดีแจ้งว่าบุคคลทั้ง 3 มีพฤติกรรมไปรับคนที่ลักลอบข้ามแดนมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบจากภาพวงจรปิดที่ติดตั้งในบริเวณใกล้เคียงจนพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวจริง ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ยอมรับสารภาพ
    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงให้บุคคลทั้ง 3 กักตัวเองดูอาการอยู่ที่บ้านก่อน 14 วัน หลังจากนั้นจึงจะทำการสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
    ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า ประเทศไทยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อวันที่ 3 ธ.ค. 13 ราย โดย 7 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักกัน ส่วนอีก 6 รายคือคนที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย โดยข้ามมาจากท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ทั้งหมดเป็นหญิงไทย ซึ่งมีการรายงานไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา
    "กรณีผู้ติดเชื้อหลบหนีข้ามแดนจากเมียนมาเข้ามาโดยไม่ผ่านกระบวนการกักตัวนั้น อยู่ในระบบการดูแลควบคุมป้องกันโรคทั้ง 10 ราย และสามารถระบุเส้นทางที่เกี่ยวข้องได้ มีการค้นหาผู้เสี่ยงสูงเสียงต่ำและเข้าสู่ระบบควบคุมป้องกันโรคในสถานที่ปลอดภัย" ปลัด สธ.กล่าว
    นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า คนไทยลักลอบเข้าประเทศมาและตรวจเจอเชื้อโควิด-19 รวม 10 ราย อยู่ที่เชียงใหม่ 3 ราย, เชียงราย 3 ราย, กรุงเทพฯ 1 ราย, พิจิตร 1 ราย, ราชบุรี 1 ราย และพะเยา 1 รายนั้น ทั้งหมดจุดเริ่มต้นติดเชื้อมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะมีการดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนผู้สัมผัสทั้ง 10 รายที่ติดเชื้อมีทั้งหมด 699 ราย แยกเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 175 ราย เท่าที่ตรวจขณะนี้ยังให้ผลเป็นลบ แต่จะตรวจสอบอีกครั้ง และกักตัวจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัว ส่วนผู้สัมผัสเสียงต่ำ 524 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างแยกกักตัวเพื่อคุมสังเกตอาการ
    นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้คุมเข้มตามแนวชายแดน สแกนทุกตารางนิ้ว และประสานไปยังฝั่งเมียนมาว่ามีคนไทยต้องการกลับเข้าประเทศกี่คน เพื่อให้เข้าสู่ระบบกักตัวเพื่อควบคุมป้องกันโรค ซึ่งได้รับรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ธ.ค. ว่ามี 150 ราย ที่แจ้งความประสงค์เข้ามา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอาจจะยังไม่นิ่ง นอกจากนี้สำหรับคนที่ลักลอบเข้ามาแล้วตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นมา ขอให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้การดูแลควบคุมป้องกันโรคต่อไป
พิษณุโลกผวาโควิดปิด 8 รร.
    ส่วน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชี้แจงถึงข้อสงสัยการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ว่าคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 มีปลัด สธ.เป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เป็นหน่วยงานหลักในการหาข้อมูลและความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้แก่คนไทยไม่ช้ากว่าประเทศอื่น ตั้งเป้าให้ครอบคลุมร้อยละ 50 ของประชากร ซึ่งการลงนามร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้า จะได้วัคซีนครอบคลุมประมาณร้อยละ 20 ของประชากรคือ 13 ล้านคน จำนวน 26 ล้านโดส ซึ่งเป็นการจองซื้อบนเงื่อนไขการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมาด้วย ส่วนการเจรจากับ COVAX Facility ขณะนี้ยังไม่มีการทำสัญญา อยู่ระหว่างการเจรจา ตั้งเป้าให้ได้วัคซีนครอบคลุมอีกร้อยละ 20 ของประชากร สำหรับร้อยละ 10 ของประชากรที่เหลือ จะพยายามประสานบริษัทผู้ผลิตวัคซีนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังคงสนับสนุนผู้พัฒนาวัคซีนภายในประเทศไทยด้วย
    นพ.โอภาสเสริมว่า การเตรียมความพร้อมการรณรงค์ให้วัคซีนโควิด-19 มี 6 ด้าน ได้แก่ 1.การเตรียมวัคซีนโควิด-19 เช่น การทำสัญญาซื้อขาย จัดทำของบประมาณ จัดซื้อวัคซีน พัฒนาระบบการเบิกจ่ายและบริหารวัคซีน การเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีน และตรวจสอบคุณภาพ Lot Release 2.การเตรียมสถานพยาบาล ทั้งอุปกรณ์สำหรับการฉีด ระบบลูกโซ่ความเย็น ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และสำรวจกลุ่มเป้าหมายและลงทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการพิจารณากลุ่มเป้าหมายหลัก จะเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วย กลุ่มที่ติดเชื้อแล้วเสี่ยงเสียชีวิตสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หรือกลุ่มที่มีโอกาสแพร่กระจายสูง โดยมีคณะกรรมการพิจารณา ไม่ขึ้นกับคนใดคนหนึ่งมาสั่งการได้ 3.สื่อสารประชาชนให้เข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายใดที่ควรรับวัคซีน ให้ความรู้ประชาชนเรื่องวัคซีนก่อนรับบริการ ประกาศรณรงค์ 4.การรณรงค์ฉีดวัคซีน 5.การติดตามผลการให้ และ 6.ติดตามอาการหลังได้รับวัคซีน ซึ่งจะมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมาทบทวน
    ที่ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีโรงเรียนสั่งปิดการเรียนสอนจำนวนทั้งสิ้น 8 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนนครไทย อ.นครไทย,โรงเรียนชุมชน 8 (ราษฎร์อุทิศ) อ.นครไทย, โรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา อ.เนินมะปราง, โรงเรียนบางกระทุ่มพิทยาคม อ.บางกระทุ่ม, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ, โรงเรียนจ่านกร้อง, โรงเรียนพุทธชินราช และโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยหยุดเรียน 2 วัน คือวันที่ 3-4 ธ.ค.นี้ และเปิดเรียนอีกครั้งในวันที่  7 ธ.ค.นี้    
    ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ มีคุณครู 2 คนที่ไปเล่นดนตรีในผับชื่อดังของจังหวัดพิจิตร และหญิงสาว 25 ปีผู้ป่วยโควิด ได้ไปเที่ยวมา 2 คืน ขณะที่โรงเรียนนครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เนื่องจากพบว่าครูโรงเรียนนครไทยคนหนึ่งได้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. โดยเครื่องบิน เที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยรายดังกล่าว ส่วนโรงเรียนบ้านหนองน้ำสร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนนครไทยประมาณ 50 เมตร ผู้อำนวยการโรงเรียนได้สั่งปิดการเรียนการสอนเช่นกัน และโรงเรียนบางกระทุ่มพิทยาคม อ.บางกระทุ่ม ได้ปิดเรียนเนื่องจากผู้บริหารโรงเรียนลงความเห็นว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง จ.พิจิตร.


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ