ตรังเปิดเวทีสภากาแฟโชว์วิสัยทัศน์ว่าที่นายก อบจ.


เพิ่มเพื่อน    

13 ธ.ค.63-ที่ร้านโรงคั่ว นายโกปี้ ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง ได้จัดให้มีการเปิดเวทีดีเบตโชว์วิสัยทัศน์ว่าที่นายก อบจ.ตรัง โดยสภากาแฟเครือข่ายสมัชชาเพื่อสุขภาพ เครือข่าย เขา ป่า นา เล หลาด จ.ตรัง นำโดย นายชัยพร จันทร์หอม  และตัวแทนจากเครือข่ายเขา ป่า นา เล หลาด เข้าร่วมรับฟังและเสนอแนะ ซึ่งมี นายสาทร วงศ์หนองเตย ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. หมายเลข 2 ทีม ตรังพัฒนาเมืองตรัง  และนายภูผา ทองนอก ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. หมายเลข 3 ทีมตรังก้าวใหม่  ซึ่งงานนี้ไร้เงาว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หมายเลข 1 ทีมกิจปวงชน หรือตัวแทน ส่งผลให้การเปิดเวทีช้าไปกว่ากำหนดเกือบครึ่งชั่วโมง พร้อมกับมีการไลน์สดการเปิดสภากาแฟในครั้งนี้ด้วย

โดยประเด็นคำถามจากกลุ่มตัวแทนต่าง ๆ  เช่น ความมั่นคงทางด้านอาหาร อย่างการทำนาที่มีการผลิตแบบครบวงจร  ปัญหาแหล่งน้ำต้องขับเคลื่อนการสร้างฝายและระบบน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อให้ตรังมีโอกาสทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง จากที่เคยทำได้เพียงปีละครั้ง รวมทั้งการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองนางน้อย ที่ปัจจุบันน้ำตื้นเขิน สกปรกไม่สามารถนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภค  นโยบายปี 60 ให้ประชาชนมีส่วนร่วมแต่ที่ผ่านมาแผนงานต่างๆ มาจากข้างบนประชาชนไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้เลย  ความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง และโครงการต่างๆ ประชาชนต้องทราบ ซึ่งที่ผ่านมาหลายโครงการไม่โปร่งใส  แจ้ง สตง. ปปช. ก็บอกจะลงพื้นที่ติดตามแต่เรื่องไม่ขับเคลื่อน  ต้องเปิดเวทีขับเคลื่อนสภากาแฟเพื่อการขับเคลื่อนแก้ปัญหา ชี้แนะแนวทางร่วมกัน และปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากการสร้างถนนขวางทางน้ำ และงบประมาณของ อบจ. 90% ถูกวางไว้โครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้นายสาทร วงศ์หนองเตย ผู้สมัคร นายก อบจ.ตรัง หมายเลข 2 ทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง กล่าวว่า การทำสภาเมืองเปิดรับความคิดเห็นของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น ต้องมีสภาเมือง  ตรังมี 46 บ้านนา มีข้าวหลายสายพันธ์ที่เป็นของคนตรัง  อบจ.ต้องเข้าไปสนับสนุนการทำนาไม่เช่นนั้นที่ดินแปลงนาจะหลุดไปอยู่ในมือนายทุน  ทั้งนี้ต้องทำ อบจ.ดิจิตอล ดูปัญหาของเมืองตรังและการรวบรวมข้อมูลและร่วมหาแนวทางแก้ไขสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยมี อบจ.เป็นผู้สนับสนุน ซึ่งผู้นำชุมชนจะรู้มีความเข้าใจในพื้นที่มากกว่า  ไม่ใช่รอแต่ถุงยังชีพเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ส.อบจ.เองเป็นเป็นฝ่ายนิติบัญญัติสามารถเสนอเข้าระบบบัญญัติได้  โดยที่ถึงแม่จะลาออกไปแล้ว แต่บัญญัตินี้ก็ยังคงอยู่  ความโปร่งใสความสุจริตประชาชนตรวจสอบได้ การพัฒนาจะต้องมีฝ่ายหนึ่งเสียผลประโยชน์แต่เมื่อเข้าสภาเมืองแล้วกระบวนการทุกอย่างเป็นไปอย่างเหมาะสม สมดุล

ส่วนทางด้านนายภูผา ทองนอก ผู้สมัคร นายก อบจ.ตรัง หมายเลข 3 ทีมตรังก้าวใหม่ กล่าวว่า  ต้องการให้ อบจ.เป็นพื้นที่ของทุกๆ คนที่ผ่านมาภาคประชาชน พ่อค้า นักธุรกิจ ไม่มีพื้นที่เสดงความคิดเห็นใน อบจ.  การเมืองเป็นของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนรวย  รัฐต้องพัฒนาให้ทันสมัย และต้องพัฒนาพันธ์พืช ปัญหาประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเมืองตรัง การมองที่ปัญหาต้องมองที่ต้นตอและต้องตกผลึกเพื่อต่อยอดแก้ปัญหานั้น ๆ   ปัจจุบันท้องนาเริ่มหายไป "ชลประทานมา นายหายหมด"  มองว่าภาคใต้โดนละเลยจากภาคการเมืองมีแต่วาทะกรรม เท่านั้น   ซึ่งจะกลับมาเรียกร้องให้คนกลับมาทำนาคงยากและเป็นไปไม่ได้  ควรส่งเสริมแปลงนาสาธิต เอาพันธ์ข้าวดีๆ มาปลูก เชิญพานิชลงมาให้มากที่สุด  ส่งเสริมงบประมาณลงไป  สร้างนาต้นแบบให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ระบบน้ำต้องใช้เทคโนโลยี ชลประทานต้องมีการจัดระบบน้ำผ่านดิจิตอลให้หมด  

ส่วนคลองนางน้อยต้องปรับปรุง การพัฒนาทั้ง 2 ฝั่งคลอง ส.อบจ.ถูกเลือกมาจากประชาชนแต่ไม่สามารถทำงานให้ประชาชนได้ อบจ. สามารถออกบัญญัติได้ แต่ต้องไม่ไปกระทบกฎหมายหลัก ด้านความโปร่งใส ประชาชนสามารถรับรู้การบริหารจัดการ โครงการ การก่อสร้าง การปรับปรุง การแก้ไข  จาก big data ทางสมาร์ทโฟน  และการขัยเคลื่อนคู่ขนานกับภาคประชาชน  อบจ.ต้องเป็นสภาเงา คู่ขนานกับสภาชุมชน  ที่ผ่านมาการเลือกตั้งหลายระดับสร้างความหวังให้กับประชาชนในเรื่องของสิทธิการทำกินแล้วก็ถูกทอดทิ้ง อบจ.ต้องมีวิสัยทัศน์ เข้าไปพบหน่วยงานเพื่อขอบริหารจัดการ ต้องเป็นเจ้าภาพในการเข้าไปหาหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหา รวมถึงการสร้างโรงเรียน อบจ. ซึ่งทั้งหมดอยู่ในการตัดสินใจการบริหารของนายก อบจ.


หน้าร้อนแล้ว!สิ่งมากับหน้าร้อนยุคนี้ ไม่ใช่ทะเล-น้ำตก แต่เป็น "ไฟป่า-ฝุ่นพิษ และหมอกควัน"โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ตั้งแต่ตากขึ้นไปถึงเชียงใหม่-เชียงราย-ลำปาง-น่าน-แม่ฮ่องสอน

ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'