ชัดๆ 'แก้วสรร' ออกบทความด่วน ตอบ UN มาเสือกหนักใจมาตรา 112 ด้วยทำไม


เพิ่มเพื่อน    

19 ธ.ค.63 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง "มาตรา ๑๑๒ ในเวทีสากล" ผ่าน www.thaipost.net โดยมีเนื้อหาดังนี้                   

"เรารู้สึกหนักใจอย่างยิ่งกับการดำเนินการโดยทางการไทย ที่ตั้งข้อหาผู้ประท้วงอย่างน้อย 35 คนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงผู้ประท้วงที่เป็นนักเรียนอายุ 16 ปี ภายใต้มาตรา 112 ที่ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย" แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ  18 ธันวาคม   
 
ถาม    กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่เอาผิดผู้ที่ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ในหลวง   มันขัดสิทธิมนุษยชนที่ตรงไหนครับ UN มาเสือกหนักใจด้วยทำไม
ตอบ    ความผิดพวกนี้มันกระทำต่อศักดิ์ศรีของบุคคลโดยตรง แม้ไม่มี ม.๑๑๒ก็เป็นผิดอยู่แล้ว แต่เป็นความผิดต่อส่วนตัวที่ผู้เสียหายต้องเริ่มคดีโดยร้องทุกข์หรือจะฟ้องเองก็ได้ ถ้าผู้เสียหายอยู่เฉยๆไม่ว่าอะไร รัฐจะไม่เข้าไปยุ่งด้วย     

มาในกรณีของสถาบันกษัตริย์นั้น เราเอามาบัญญัติเป็นผิดตามมาตรา ๑๑๒ ก็เพื่อจะได้ถือเป็นความผิดต่อความมั่นคง  ที่ตำรวจอัยการดำเนินคดีได้เลยไม่ต้องให้ในหลวงมาแจ้งความ

ถาม    ทำไมรัฐต้องมาเสียหายแทนในหลวงด้วย
ตอบ    สถาบันประมุข ถือเป็น “ที่รวม” ของชาติ  ควรอยู่เหนือคดีความทั้งปวง  ในทางการบริหารราชการ ก็มีผู้สนองพระบรมราชโองการเป็นผู้รับผิดชอบถูกฟ้องร้องได้  ในทางการจัดการทรัพย์สินก็มีสำนักงานทรัพย์สินทำธุรกรรมต่างๆ เกิดมีปัญหาอะไรก็ฟ้องร้องเป็นคดีกันได้ ในหลวงไม่เกี่ยว    ส่วนเนื้อตัวร่างกายชื่อเสียงนั้น  ใครไปทำผิดต่อในหลวง รัฐก็เป็นผู้เสียหายดำเนินคดีเองไม่ใช่ให้ในหลวงไปแจ้งความ 

ถ้าเข้าใจการจัดวางทางกฎหมายให้สถาบัน มีสถานะภาพพ้นจากคดีความทั้งปวงเช่นนี้แล้ว      มาตรา ๑๑๒ จึงไม่ใช่อภิสิทธิ์ที่ให้แก่ “คน ”ที่ชื่อ ภูมิพลหรือวชิราลงกรณ์  แต่เป็นการจัดการให้ “สถาบันประมุข ” อยู่เหนือความขัดแย้งใดๆ  เป็นสำคัญ

ถาม    ที่ว่า “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” ก็หมายถึงตรงนี้ ตรงที่การจัดวางทางกฎหมายให้อยู่เหนือความขัดแย้งใดๆ นั่นเอง  
ตอบ    ถูกต้องครับ   มันไม่ใช่เรื่องเราไปออกกฎหมายกดหัวให้ผู้คนต้องเคารพคนเป็นๆที่อยู่ในตำแหน่งในหลวงแต่อย่างใด      แต่พอไปใช้คำพูดว่ามีความผิดฐาน “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ” มันก็เลยเข้าใจผิดกันไป เช่นทุกวันนี้
ถาม    แล้วฝรั่ง UN มาเสือกเป็นห่วงอะไรที่ตรงไหน

ตอบ    คือโดยทฤษฎีสิทธิมนุษยชนนั้น คนเราเกิดมาแล้ว จะคิดเห็นอย่างไรนั้น มันต้องเป็นอิสระบังคับกันไม่ได้ ลำพังแค่ความคิดจึงเอาผิดกันไม่ได้  จะผิดมันต้องผิดที่การกระทำไม่ใช่ผิดที่ความคิด

สิทธิข้างต้นคือสิทธิโดยธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน  ที่รัฐไทยก็ถูกผูกพันให้ต้องเคารพด้วยเช่นกัน   พอ UN เขาเห็นอาทิตย์เดียวโดนมาตรา ๑๑๒ ถึง๓๕ คน มีเด็ก ๑๖ ขวบรวมอยู่ด้วย  เขาก็ต้องแสดงความหนักใจได้เป็นธรรมดา

ถาม    มันจะอกแตกตายหรืออย่างไร
ตอบ    มาตรา ๑๑๒ ต้องใช้เอาผิดตรงที่มีการกระทำชั่วฐานปากหมาเกิดขึ้นแล้ว ลำพังแค่เยาวชนปลดแอกขึ้นเวที ประกาศว่าสถาบันกษัตริย์พ้นสมัยแล้ว อย่างนี้มันยังไม่ผิดอะไร    แต่ถ้าไปจาบจ้วงว่าเป็น “ขยะสังคม” อย่างนี้ก็ปากหมาแล้ว ผิดแล้ว    ตั้งข้อหาได้ จับกุมได้  เด็กอายุ ๑๖ ปี ก็จับได้  จะขึ้นศาลผู้ใหญ่หรือไม่ ลดโทษหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ถาม    หมายความว่า คดี ๑๑๒ แต่ละคดี  ตำรวจต้องตรวจสอบและมีหลักฐานยืนยันได้จริงๆว่า  มีพฤติการณ์ “ปากหมา” คือดูหมิ่น ใส่ความ เกิดขึ้นแล้วจริงๆ
ตอบ    ถูกต้องครับ  ต้องให้ชัดจริงๆว่าไม่ได้เอาผิดผู้ใดตรงความคิด ตรงที่ไม่เคารพในหลวงเท่านั้น   หากแต่มีการกระทำผิดทางวาจา ที่ละเมิดศักดิ์ศรีของคนบนบัลลังก์เกิดขึ้นแล้วจริงๆ อย่างนั้นอย่างนี้

ทุกคดีทั้งตำรวจ อัยการ และศาล ต้องยืนยันให้ได้อย่างนี้ ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ใช้วาจาละเมิดศักดิ์ศรีของคนคนหนึ่งที่เป็นกษัตริย์ไว้อย่างไรบ้าง

ถาม    ระดับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน UN มีแถลงการณ์ออกมาอย่างนี้  เราควรทำอย่างไรหรือไม่
ตอบ    เรื่อง ๑๑๒ นี่ บิ๊กตู่ต้องเลิกอมสากได้แล้ว  ต้องยืนยันชัดเจนออกมาว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ได้สั่งตำรวจไปแล้วว่ามีหน้าที่ทำตามกฎหมายทุกมาตรา  เรื่อง ๑๑๒ นี่ถ้าชัดเจนว่าไม่ใช่แค่ไม่เคารพ  หากแต่ถึงขั้นดูหมิ่นหรือใส่ความด้วย ก็ให้ดำเนินคดีทุกราย   

ท่านต้องตื่น ต้องขืนแรงดึงดูดของโลกยืนตรงขึ้นมาพูดให้ชัดไปเลยว่า นี่เป็นเรื่องของกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นความรับผิดชอบที่ผมจะต้องกำกับดูแล ถูกผิดอย่างไร  ในหลวงไม่เกี่ยว ผมเกี่ยวคนเดียว  

ถาม    แล้วใครจะเป็นคนตรวจสำนวนสอบสวนให้รัดกุมถูกต้อง
ตอบ    เป็นเรื่องตำรวจ กับอัยการ  ต้องโผล่มายืนยันหลักกฎหมายให้ชัดเจนอีกกระแสหนึ่งว่า  ใช้ ๑๑๒ กับกรณีปากหมาชัดเจนเท่านั้น   

จากนั้นกระทรวงต่างประเทศก็ออกเอกสารสรุปชี้แจงระดับสากลอีก รอบหนึ่งว่า คดี ๑๑๒ ชุด ๒๕๖๓ นี้เราไม่ได้ล่าแม่มดมาเผาไฟ 

ถ้าทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เข้าใจและมั่นใจใน ๑๑๒ จนเลิกอมสากได้อย่างนี้  สถาบันก็เซฟ ปัญหาก็จบครับ.

 


"วาระแห่งชาติ" ฉีดวัคซีนโควิด "เริ่มแล้ว" CEO กว่า ๔๐ บริษัท "ร่วมรัฐ" เปิดจุดกระจายฉีด "นำร่อง" ใน กทม.ที่ "เซ็นทรัล ลาดพร้าว" เมื่อวาน (๑๒ พ.ค.๖๔)

มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว
"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"