เครือข่ายต้านพนันถามหาความรับผิดชอบรัฐบาล ปล่อยเปิดบ่อนแพร่โควิด


เพิ่มเพื่อน    

28 ธ.ค. 63 - นายธนากร  คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน  กล่าวถึงกรณีหญิงอายุ 55 ปี ติดเชื้อโควิด-19 ในบ่อนพนันพื้นที่จังหวัดระยอง ส่งผลให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากว่า  ปรากฏการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากบ่อนพนันในจังหวัดระยองนี้ถือเป็นครั้งที่สอง โดยห่างจากครั้งที่แล้วประมาณ 6 เดือน น่าจะสะท้อนให้เห็นอาการการ์ดตกของภาครัฐ โดยเฉพาะตำรวจและฝ่ายปกครองที่ปล่อยให้มีบ่อนพนัน ทั้งที่มีบทเรียนมาแล้วว่าบ่อนพนันเป็นแหล่งใหญ่ของการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 สังคมคงต้องถามไปที่รัฐบาลว่าจะรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไร  เพราะการหย่อนยานน่าจะมีเหตุมาจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐรับสินบน จึงไม่บังคับใช้กฎหมายจริงจัง ทั้งที่การเอาผิดกับบ่อนพนันมีกฎหมายเป็นดาบอาญาสิทธิ์ถึงสามฉบับ ทั้งพ.ร.บ.การพนัน  พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดทั้งจำทั้งปรับแต่กลับละเลย

“สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังพร้อมกับการเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดการลักลอบเล่นพนันเป็นบ่อนขนาดเล็กที่กระจายตัวตามที่ต่างๆ มากขึ้น เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว และนักพนันจำพวกหนึ่งเสพติดการตั้งวงเล่นพนันจึงดิ้นรนจะออกไปหาที่เล่น นี่เป็นกลุ่มที่หนึ่ง  อีกกลุ่มหนึ่งคือการพนันทางออนไลน์ ซึ่งเจ้ามือเว็บพนันออนไลน์อาจฉวยโอกาสนี้กระตุ้นยอดลูกค้าด้วยวิธีการที่ทะลุทะลวงเพื่อเข้าถึงผู้คนให้มากที่สุด โดยการหลอกว่าเป็นช่องทางการหาเงินแบบเล่นง่ายได้เงินจริง  ยิ่งในภาวะที่ผู้คนเริ่มหวั่นไหวกับภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้จะทำให้คนที่รู้ไม่เท่าทันตกไปเป็นเหยื่อโดยเฉพาะเกมพนันบาคาร่า แทงบอล สล็อต  ยิงปลา และหวยรายชั่วโมง ที่สร้างความสูญเสียแก่เหยื่อพนันจำนวนมาก ขณะนี้มีคนทุกข์หนักเพราะการพนันออนไลน์เพิ่มมากขึ้นหลายหมื่นคนในเวลาไม่กี่เดือน” นายธนากร  ระบุ

ด้าน นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า การออกมาบอกว่าไม่มีบ่อนพนันในพื้นที่ระยอง เป็นเรื่องตลกร้าย  คล้ายๆ กับตรวจไม่เจอสลากขายเกินราคา  ข่าวล่าสุดบอกว่ามีการลงพื้นที่ที่ตกเป็นข่าว ก็ไม่พบหลักฐานอะไรมีเพียงห้องเปล่ายิ่งทำให้ประชาชนขวัญผวาหนัก  เพราะรู้กันอยู่ว่ามีคนจำนวนมากที่เป็นนักเล่น  พนักงานในบ่อน  รวมถึงการขนย้ายสิ่งของที่ติดเชื้อ  รับการสัมผัสจากผู้ป่วยโควิด  ก็ไม่รู้เอาของพวกนั้นไปไว้ไหน  ใครเข้ามาสัมผัสไปแล้วบ้าง  และคนที่สัมผัสนั้นไปไหนต่อ  หากยังซ่อนความจริงกันแบบนี้จะเสียหายหนักไม่เป็นผลดีเลยทั้งต่อความเชื่อมั่นและการป้องกันแก้ไขปัญหา  จึงอยากให้ยอมรับความจริงกัน  เพื่อให้กลไกการทำงานสู้โควิดจัดการได้อย่างอย่างเป็นระบบ  

“ในช่วงปีใหม่นี้อยากขอให้เพื่อนๆ เยาวชน ประชาชน ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท หยุดพฤติกรรมรวมกลุ่มตั้งวงเล่นไพ่ เลี่ยงการจัดกิจกรรมสังสรรค์ งดเว้นการเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด รวมถึงการปฏิบัติตามแนวทางชีวิตวิถีใหม่อย่างเคร่งครัด (สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ) และขอให้ทุกจังหวัดสั่งห้ามจัดกิจกรรมการแข่งขันชกมวย การชนไก่ ชนโคฯลฯ รวมทั้งห้ามอนุญาตให้มีการเล่นการพนันประเภทอื่นๆในทุกจังหวัด ตลอดจนขอให้ประชาชนร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสสถานที่ลักลอบเล่นการพนันส่งตรงถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและความรุนแรงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19” นายณัฐพงศ์  กล่าว.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.