เสียความรู้สึก..กับภูทับเบิก


เพิ่มเพื่อน    

                                   

      ลุกขึ้นสนองนโยบายของรัฐ "เที่ยวไปด้วยกัน" ก็แล้ว เที่ยวปันสุขก็ดี สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตช่วงบ้านเมืองปลอดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

      รวมๆ แล้วก็ถือว่าดีนะ!!

      ดีที่ความรู้สึกว่า เราได้ออกไปกระจายรายได้ให้กับผู้คนที่อยู่ในวงจรของธุรกิจภาคการท่องเที่ยว 

      แต่ก็ไม่วายรู้สึกไม่ค่อยดีกับบางเรื่องบางราวและบางสถานที่ เรียกว่าคิดอยู่นานสองนานทีเดียวว่า จะหยิบยกออกมาบ่นหรือระบายเล่าสู่กันฟังหรือไม่ ...555 ที่คิดนานก็เพราะกลัว ..ทัวร์ลง!! เพราะการเสียความรู้สึกในบางสถานที่ คงจะส่งผลกระทบต่อผู้คนในแถบนั้นไม่มากก็น้อย

      อย่างไรก็ตาม เราคิดว่า "ติเพื่อก่อ" หวังเสียเหลือเกินว่า ของดีๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยจะพัฒนา และสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนดีกว่าที่จะกลายเป็นสถานที่โลกลืม..เพราะความเห็นแก่ตัวหรือความมักง่ายของผู้คนในแถบนั้น ..จริงไหมล่ะ

      หากชุมชนเข้มแข็ง ใช้เวลาที่นักท่องเที่ยวลดน้อยถอยลง ช่วยกันปรับปรุงทัศนียภาพ สิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยวแสนมหัศจรรย์อย่าง "ภูทับเบิก" ซึ่งกินพื้นที่ของพิษณุโลกและเลย ความงดงามของการดูหมอกที่นั่นคงจะเป็นที่ประทับใจและจดจำ แล้วตามด้วยความตั้งอกตั้งใจว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปเยือนอีก

      แต่สิ่งที่พบเห็นเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น บอกตามตรง..ครั้งเดียวก็เกินพอสำหรับที่ภูทับเบิก เนื่องจากดูๆ ไปเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปในไซต์ก่อสร้าง ที่อะไรมันก็ยังดูรกๆ สร้างไม่เสร็จยังไงชอบกล

      ความรู้สึกคือ ...เสียดายของจริงๆ ของที่ว่าคือธรรมชาติ ทัศนียภาพ ภูมิอากาศ ถูกภูมิสถาปัตย์ตามอำเภอใจบดบังไปเสียหมด     

      ลงจากภูทับเบิกด้วยใจหดหู่ กลับมาถึงกรุงเทพมหานครก็ใจห่อเหี่ยวเพิ่มขึ้นอีก เมื่อ "บัวหิมะ" สินค้าเกษตรที่แบกะดินขายอยู่ข้างทางตลอดเส้นที่ขึ้นและลงภูแห่งนั้น ปรากฏว่าถูกย้อมแมวขาย นั่นคือ ตอนชิมสวยงามอร่อยเลิศ แต่พอปอกกินที่บ้าน แทบอยากจะทิ้งลงถังขยะ

      หากคุณภาพการบริการในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็ ต่อให้ไม่มีโควิด-19 มาเป็นอุปสรรค อีกไม่นานคนพูดกันปากต่อปากถึงปัญหาที่เที่ยวแล้วรู้สึกเสียดายของ เสียดายเวลา ก็อาจจะฆ่าสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ นะจ๊ะ.

                                                              "ป้าเอง" 


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ