ตำรวจเตือนระวัง 'โจรออนไลน์' อาละวาดหนักช่วงโรคโควิดระบาด


เพิ่มเพื่อน    

7 ม.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. และ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณีตรวจสอบพบว่ามีประชาชนซื้อสินค้าออนไลน์เเล้วถูกหลอกลวงได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ว่าตามที่มีสถานการณ์เเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ทุกภาคส่วนได้มีการเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกัน การรักษาสุขอนามัยการรณรงค์การสวมหน้ากากอนามัย และให้หมั่นล้างมือให้ถูกวิธี แต่ในขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่มมิจฉาชีพฉกฉวยโอกาสในสถานการณ์ดังกล่าว หลอกลวงขายสินค้าให้กับประชาชนผ่านช่องทางเเพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ นั้น

ขอเรียนว่า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ตรวจพบว่าที่ผ่านมา มีการจำหน่ายสินค้าไม่ได้คุณภาพ ไม่ตรงตามที่โฆษณา สินค้าเกินราคา ยิ่งไปกว่านั้นพบว่ามีพฤติการณ์หลอกจำหน่ายสินค้าในราคาที่ต่ำเป็นพิเศษ เพื่อทำการจูงใจให้ประชาชนสั่งซื้อเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปขายต่อในลักษณะค้าส่ง แต่เมื่อโอนเงินชำระค่าสินค้าแล้วกลับไม่ได้รับของ หรือได้รับของที่ไม่ตรงตามเงื่อนไขและคุณภาพ ส่งผลให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก และเป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่อยู่ในห้วงวิกฤตดังกล่าว

การกระทำในลักษณะดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดฐาน ฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรืออาจจะเข้าข่ายความผิดฐาน ขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญ และตระหนักถึงภัยจากอาชญากรรมทางออนไลน์ จึงได้กำชับสั่งการให้ พล.ต.ท.กรไชย  คล้ายคลึง ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการในการป้องกัน สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน หรือผู้ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่ให้ถูกลอกหลวงจากผู้ที่ฉวยโอกาสในการกระทำความผิด

รอง โฆษก ตร. และ โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่าขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังการสั่งซื้อสินค้าในลักษณะดังกล่าว โดยก่อนที่จะทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ใดๆ ก็ตาม จะต้องมีมาตรการในการป้องกันตนเองในเบื้องต้น เช่น ตรวจสอบชื่อร้าน ชื่อผู้ขาย หรือเลขที่บัญชี ว่าเคยมีประวัติไม่ดี หรือเคยถูกร้องเรียนมาก่อนหรือไม่ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าว่าได้ทำการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ ตรวจสอบว่าสินค้ามีอยู่จริงหรือไม่ ขอดูภาพสินค้าหลายๆ มุม รวมถึงสอบถามตำหนิก่อนการสั่งซื้อ สิ่งสำคัญคือต้องระมัดระวังการสั่งซื้อสินค้าที่มีราคาถูกเกินไป เพราะอาจถูกหลอกได้ ควรหลีกเลี่ยงการสั่งซื้อของออนไลน์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้านหรือเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ ทั้งนี้ต้องเก็บหลักฐานการสั่งซื้อ ได้แก่ ข้อความประกาศขาย หน้าเว็บไซต์ รูป ชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และเลขที่บัญชีของร้านค้า ข้อความการพูดคุยสั่งซื้อสินค้า เอกสารการชำระเงิน ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการเปลี่ยนสินค้า หรือแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

และขอเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมในการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงนี้ ให้เลิกการกระทำนั้นเสีย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จะเร่งดำเนินการ จับกุมปราบปราม การกระทำความผิดลักษณะดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างเด็ดขาดทุกราย 


ในเรื่องร้ายๆ มันก็มีเรื่องดีๆ รวมอยู่ด้วยเสมอ! อย่าง ๘ แกนนำ กปปส.เข้าคุก

มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'