บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

 

        ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ใกล้แตะหมื่นเต็มที ตัวเลขล่าสุด ณ วันพฤหัสฯ ที่ 7 ม.ค.64 ตามที่ "นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน" โฆษก ศบค.แถลง ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 9,636 ราย โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ 305 ราย แบ่งเป็น ติดเชื้อภายในประเทศ 193 ราย ติดเชื้อในแรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่มาจากคัดกรองเชิงรุก 109 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศไม่เข้าสถานที่กักกัน 1 ราย และผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 2 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 67 ราย มีเพิ่มขึ้น 1 ราย

 

            ย้อนไทม์ไลน์โควิดรอบแรกในประเทศไทย เมื่อ 13 ม.ค.63 จุดเริ่มต้นที่ทำให้ติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งผู้ป่วยระยะแรกเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาจากเมืองอู่ฮั่นก่อนลามสู่คนไทย กระทั่ง 22 มี.ค. ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงถึง 188 ราย จนทำให้นายกฯ ต้องล็อกดาวน์ประเทศ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่ 26 มี.ค.-30 เม.ย.63 ต่อด้วยการประกาศเคอร์ฟิวช่วง 4 ทุ่มถึงตี 4 มีผลตั้งแต่ 3 เม.ย.เป็นต้นไป ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตัวเลขติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ เริ่มผ่อนปรนกิจการบางประเภทในช่วงต้น พ.ค. ลดเวลาเคอร์ฟิวในช่วงปลายเดือน พ.ค. กระทั่งยอดติดเชื้อกลายเป็นศูนย์ และเลิกเคอร์ฟิวในวันที่ 15 มิ.ย. เท่ากับสามารถคุมระบาดรอบแรกได้แล้ว เพราะติดเชื้อเป็นศูนย์ยาวนานเกิน 100 วัน มีการคลายล็อกกิจการทุกประเภท และเปิดประเทศรับต่างชาติเฉพาะกลุ่มเพื่อให้เศรษฐกิจไปได้ จากนั้นก็มีระบาดรอบใหม่ 17 ธ.ค. พบแม่ค้าตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร วัย 67 ปี ติดเชื้อโควิด ที่ติดมาจากกลุ่มแรงงานต่างด้าว และขยายวงกว้างหลายจังหวัด โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าที่มาซื้ออาหารทะเลในสมุทรสาครกลับไปขายในจังหวัดตัวเอง ตามมาด้วยบ่อนพนันที่ทำให้ต้องยกระดับคุมเข้มสูงสุดใน 5 จังหวัด เมื่อดูตัวเลข ณ 17 ธ.ค.63 ก่อนจะเข้าสู่ระบาดรอบใหม่ อยู่ที่ 4,281 ราย กับช่วงเวลา 11 เดือน ถ้าเทียบกับปัจจุบันเพิ่มขึ้นสูงถึงกว่า 5 พันราย ในเวลาเพียงกว่า 20 วัน ทำให้ ศบค.ต้องงัดสารพัดวิธีที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดรอบใหม่นี้ที่รุนแรงและรวดเร็วกว่ารอบแรกให้ได้ แต่เรื่องสำคัญกว่าเรื่องไหนๆ แม้แต่กฎหมายก็ตาม ก็คือจิตสำนึกของทุกคนเอง แค่ลงมือทำตามมาตรการป้องกันง่ายๆ ที่ ศบค. หรือ สธ.อ้อนวอนทุกวันก็เท่านั้นเอง

 

            ช่วงนี้ต้องเสพข่าวอย่างมีสติ ให้รู้เท่าทันสถานการณ์ แต่ไม่ใช่ตื่น (ตระหนก) เพราะเฟกนิวส์เยอะมากในช่องทางโซเชียลมีเดีย ที่สำคัญกว่านั้นยังมีฝ่ายค้านตะพึดตะพือทุกเรื่องที่รัฐบาลทำ ส.ส.ก้าวไกลแต่ละคนที่ออกมาพูดแต่วันละไปไกลกันจริงๆ "นับวัน นพ.ทวีศิลป์จะไร้หัวใจ ไร้มนุษยธรรม กลมกลืนกับเผด็จการเข้าไปทุกที นี่หรือบุคคลทางการแพทย์ที่ประชาชนต้องรอฟังทุกวันเพื่อความเชื่อมั่นในสถานการณ์โรคระบาด อย่าให้ประชาชนรู้สึกเปลืองไฟ เสียเวลาทำมาหากินของประชาชนในการฟังแถลงเลยครับ ผมอยากให้คุณหมอตระหนักอีกครั้งก่อนการแถลงสิ่งใด” ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล สบช่องประเด็น "แอปหมอชนะ" ขยี้หมอทวีศิลป์ซะกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย ไม่ได้ดูที่แก่นเนื้อหาสาระกับสิ่งที่หมอทวีศิลป์พยายามนำความจาก ศบค.สื่อถึงประชาชนเลย ในเวลานี้แทนที่จะช่วยกันทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่ห่วงแต่บทบาทของตัวเองจะหายไปจากพื้นที่สื่ออย่างเดียว

 

            หลังทัวร์ลงวิจารณ์ยับ รัฐบาลต้องส่งโทรโข่ง "อนุชา บูรพชัยศรี" ชี้แจงดับกระแสร้อน "หากไม่สะดวกในการติดตั้งแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” สามารถใช้การบันทึก หรือแผนการเดินทางให้กับด่านหรือจุดตรวจได้ แต่หากพบว่ามีการปิดบังข้อมูลโดยเจตนาที่อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็จะถือว่ามีความผิด ทั้งนี้ ถ้ามีสมาร์ทโฟนแล้วไม่ให้ความร่วมมือ อาจทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบถามมากขึ้น ก็ต้องเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย" ขณะที่ "หมอทวีศิลป์" เองก็เลยโพสต์เคลียร์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวรัวๆ 2 ครั้ง "แอปหมอชนะใช้เข้มข้นใน 28 จังหวัด แต่ไม่มีช่วงแรกก็ใช้บันทึกแทนได้ครับ ขออภัยครับ" "หากทำให้เข้าใจผิดว่าไม่มีแอปถึงติดคุก.. ในข้อความเต็มคือหากท่านติดเชื้อและปิดบังข้อมูล..รวมถึงไม่พบแอปหมอชนะมีความผิดตามข้อกำหนดครับ" สุดท้าย "บิ๊กตู่" ออกโรงการันตีเอง "ผมได้สอบถามไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้มีความผิดอะไร ถ้ามีโทรศัพท์ที่โหลดแอปไม่ได้ก็ต้องลงทะเบียนเพื่อควบคุมได้ว่าจะไปไหนต่อไปอย่างไร ก็ต้องเขียนแผนต่างๆ เพื่อที่จะได้ตรวจสอบได้ ขอร้องว่าให้ช่วยกัน ใครมีโทรศัพท์ที่สามารถโหลดแอปพลิเคชันได้ก็ขอให้โหลด ขอร้องว่าอย่าไปอ่านหรือฟังข่าวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็จะเกิดความตกใจกันไปทั้งหมด ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะเขียนกันไปเพื่ออะไร” เอาเป็นว่าเข้าใจตรงกันนะ ดรามากันพอแล้วเถอะ.

 

 

ลี้คิมฮวง

 

 


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ