หมอทวีศิลป์ยืดอกขอโทษ ลั่นไม่ติดอำนาจการเมือง


เพิ่มเพื่อน    

  สยบปมดรามาหมอชนะ "หมอทวีศิลป์" ยืดอกขอโทษ ปชช. ชี้เจตนาเพื่อต้องการความร่วมมือปกป้องคนไทยทั้งหมด แต่ยิ้มออกหลังยอดโหลดทะลุ 2 ล้าน ยันชีวิตไม่ติดอำนาจการเมือง ไม่รับเงินเดือน 2 ทาง ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในฐานะ ขรก.ของในหลวง "หมอวรงค์" สุดจะทน ดีดปากแทนพวกปากมอมออนไลน์

    เมื่อวันศุกร์ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ก่อนอื่นตนต้องขออภัยและขอโทษในหลายๆ เรื่องที่สื่อสารไปในช่วงภาวะวิกฤติที่มีข้อมูลข่าวสารมากมาย เจตนาที่พูดออกไปในเรื่องแอปพลิเคชันหมอชนะนั้น เป็นเรื่องที่เราต้องการความร่วมมือมากๆ ในการใช้แอปพลิเคชันนี้เพื่อปกป้องตัวประชาชน สังคมไทย คนไทย และคนที่อยู่ในไทยทั้งหมด โดยคนที่ป่วย คนที่ปกปิดข้อมูลแล้วไม่มีแอปพลิเคชันหมอชนะ คนเหล่านี้ต้องได้รับการกำหนดโทษ
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การแถลงเมื่อวันที่ 7 ม.ค. จริงๆ มันต้องมีการเชื่อมประโยคกัน ไม่ใช่คนไทยไม่มีหมอชนะแล้วผิด จะผิดต่อเมื่อถ้าป่วยแล้วปกปิดข้อมูลแล้วยังไม่มีแอปพลิเคชันหมอชนะ ซึ่งต้องใช้เวลาในการสอบสวนมากมาย จึงมีกฎหมายขึ้นมาเพื่อคุ้มครองคนส่วนใหญ่
    "สิ่งต่างๆ ไม่ได้ต้องการสร้างความตระหนกตกใจ หรือรู้สึกว่าถูกบีบบังคับ ผมไม่เคยเป็นแบบนั้น และภูมิใจที่มายืนตรงนี้ ที่ผ่านมาผมได้รับความร่วมมือมาตลอด ศึกหนักเมื่อต้นปีที่แล้วสูงสุดต่อวัน 188 ราย ซึ่งพวกเราผ่านมาได้ แต่ครั้งนี้มีตัวเลขหลายร้อยต่อวัน ผมต้องพิจารณาตัวเองในหลายเรื่อง" นพ.ทวีศิลป์กล่าว               
    ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีประชาชนบางส่วนยังไม่มีความมั่นใจในการใช้แอปพลิเคชันหมอชนะ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า แอปพลิเคชันหมอชนะเป็นเครื่องมือในการติดตามตัวเพื่อให้การสอบสวนโรค ซึ่งเป็นความยากนั้นง่ายขึ้น เปรียบเหมือนเป็นพาสปอร์ตในการผ่านไปในแต่ละที่ ทำให้ภาครัฐมีความมั่นใจมากขึ้นว่าผู้ใช้งานได้แสดงตัวและเปิดเผยตัวเอง ดังนั้นหากทำได้จะเป็นประโยชน์ ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าจะมีการเก็บข้อมูลเป็นความลับหรือไม่ หรือเปิดเผยมากน้อยเพียงใดนั้น รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ให้สัมภาษณ์อย่างละเอียดแล้ว
    “จึงต้องขอความเห็นใจและขอความเข้าใจ ผมเป็นตัวแทนศบค. จะพยายามสื่อสาร เข้มเกินไปก็ไม่ดี อ่อนเกินไปก็ไม่ได้ ใจจริงอยากเชิญทุกคนเข้ามาร่วมมือกัน แต่เมื่อสื่อสารออกไปแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ และเจ็บปวดหัวใจเหมือนกันที่เห็นในโซเชียลมีเดียออกมาในเชิงทางลบจำนวนมาก แต่เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นี้รู้สึกดีใจมากที่เห็นตัวเลขยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหมอชนะ มีคนดาวน์โหลดในวันที่ 8 ม.ค. เพียงวันเดียวเพิ่มขึ้นมา 2 ล้านครั้ง  จะว่าอะไรก็ไม่ว่า แต่พอเมื่อวานนี้วันเดียวเพิ่มขึ้นไป 2 ล้านกว่า ก็ลืมความเสียใจและลืมความไม่สบายใจไปเลย ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่เข้าใจและปฏิบัติตามในความเป็นวิกฤติอย่างนี้ ผมคิดคำพูดไม่ทัน เพราะบางครั้งข้อมูลเข้ามาจำนวนมากจริงๆ ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด" นพ.ทวีศิลป์ระบุ
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายคือการพิจารณาตัวเอง ว่าในฐานะที่มาเป็นโฆษก เป็นคนที่สื่อสารกับประชาชนโดยได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ทั้งที่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม คือผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข มีพื้นที่รับผิดชอบอยู่ในจังหวัดอีสานใต้ หน้าที่ดังกล่าวเป็นหน้าที่โดยตรง แต่ตำแหน่งโฆษก ศบค.เป็นตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นมา
    นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า แต่ในกรณีที่ตนพูดพาดพิงไปถึงเรื่องภาระของประชาชน เรื่องภาษี ซึ่งเป็นการตัดต่อคำต่างๆ แล้วยังระบุว่าไม่ให้ตนรับเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม เงินประจำตำแหน่ง ไปทำงานเอกชนอย่างไร ซึ่งตนมาทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้รับเบี้ยประชุมแต่อย่างใด จึงขออนุญาตชี้แจงว่าเราทำงานด้วยใจ ตนมีเงินเดือนของตัวเองอยู่แล้ว ดูแลในระดับที่พอประมาณ หากมีเวลาว่างวันเสาร์อาทิตย์ก็ไปหารายได้เพิ่มมาจุนเจือครอบครัว แต่ในช่วงโควิด-19 นี้ไม่ได้ไปออกตรวจข้างนอกเลย รายได้ที่ควรจะได้ก็กลับไม่ได้ด้วยซ้ำไป ขอเรียนให้ทราบ โดยไม่ได้ขอความเห็นใจใดๆ แต่เป็นชุดข้อมูลที่จะต้องชี้แจงให้ทราบ
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เราเองเป็นข้าราชการ ในเมื่อผู้บังคับบัญชาสั่ง ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และในหน้าที่มีความหลากหลายเหลือเกิน จนบางครั้งไม่สามารถโฟกัสในสิ่งต่างๆ ที่เป็นสิ่งเดียวได้ และมาจากสายการแพทย์ สิ่งที่ต้องมาเรียนรู้ และเรียนรู้ หนักที่สุดด้านกฎหมาย ความมั่นคง โรคระบาดวิทยา ซึ่งไม่ได้เป็นความรู้ทางสายงานของตัวเอง เพราะเป็นจิตแพทย์ ก็ได้พยายามทำดีที่สุด มีข้อบกพร่องแน่นอน
    "ผมบอกกับตัวเองว่าจะต้องเรียนรู้ สิ่งที่กระทบมากที่สุดคือที่ เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย โยงผมไปกับการเมือง บอกว่าผมติดในอำนาจ เรื่องการเมือง ซึ่งขอบอกว่าผมไม่ได้คิดที่จะไปทางนั้น อยากอยู่หน้าที่ราชการและทำให้ดีที่สุด ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย และจะทำให้เต็มที่เพื่อประชาชน ผมเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำงานเพื่อประชาชน ภูมิใจในความเป็นตัวเอง ดังนั้นตอนนี้มีข่าวคราวทั้งหลายและกระทบไปถึงส่วนตัว ครอบครัว ต้องขอความเห็นใจ" นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้กำลังใจในการทำงานของทุกคนจะต้องมี ตนพยายามสร้างให้กับตัวเอง และเชื่อว่าคนไทยทุกคนก็สร้างขึ้นมาได้เพื่อสู้กับโรคโควิด-19 ให้ได้ และใช้มาตลอด คือพรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้เสมอ พร้อมน้อมนำพระดำรัสของสมเด็จพระสังฆราชฯ คนที่เกิดมามีแต่คนคอยช่วยเหลือถือว่ามีบุญ แต่คนที่เกิดมาแล้วได้ช่วยเหลือคนอื่นเป็นคนที่มีบุญมากกว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันทำพร้อมๆ กันเพื่อเอาชนะโควิด-19 ให้ได้
    ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า  ขอให้กำลังใจคุณหมอทวีศิลป์ ตนคิดว่ามีความพยายามที่จะรังแกคุณหมอทวีศิลป์มากไป ทั้งๆ ที่คุณหมอทวีศิลป์ได้ทำหน้าที่ในการอธิบายภาษาแพทย์ที่เป็นวิชาการให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น แต่บังเอิญการทำหน้าที่ของคุณหมอทวีศิลป์ที่ช่วยอธิบาย ชี้แจงสิ่งต่างๆ นั้น ทำให้ประชาชนนอกจากรู้สึกดีๆ ต่อคุณหมอทวีศิลป์ เกิดความรู้สึกดีๆ ต่อรัฐบาลในการจัดการโควิดไปด้วย เป็นธรรมดา เมื่อมีอะไรผิดพลาดบ้าง พวกที่คิดจ้องเล่นการเมืองก็จะฉวยโอกาสถล่มโดยไม่ดูความเป็นจริง หวังจัดการคุณหมอทวีศิลป์ให้ได้
    วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงความสับสนของประชาชนในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหมอชนะ และข้อกังวลเรื่องของมูลส่วนบุคคลว่า ข้อกังวลต่างๆ ขอชี้แจง 3 เรื่อง คือ ความปลอดภัยของบุคคล ขอเรียนว่ามีความปลอดภัย เพราะเมื่อโหลดไปแล้วจะไม่ปรากฏชื่อและนามสกุลของบุคคลนั้น แต่จะเป็นรหัสตัวเลขระบบคอมพิวเตอร์ เช่น 111 ดังนั้นเวลาเข้าไปดูจะไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปดูข้อมูลได้จะกลุ่มสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่จะสามารถย้อนหลังไปได้ประมาณ 14 วัน ว่าหมายเลขนี้ไปพบกับใครบ้าง หากพบความเสี่ยงจะส่งสัญญาณเตือนไปที่เจ้าของหมายเลขนั้นๆ
     "ส่วนเรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับไทม์ไลน์ที่ไม่อยากบอกคนอื่น การโหลดแอปฯ จะทำให้ไม่ต้องบอกไทม์ไลน์ให้คนอื่นรู้ เพราะระบบสามารถตรวจสอบเองว่าคนที่ติด 1 คนได้ไปสัมผัสกับใครบ้างที่โหลด ดังนั้นสบายใจได้ว่าถ้ามีปัญหา มีความเสี่ยงหรือติดเชื้อจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกไทม์ไลน์ และที่ต้องมีการถ่ายรูปเพื่อยืนยันตัวตนจนกังวลว่าอาจจะไม่ปลอดภัย และรูปถ่ายจะถูกนำไปเก็บในข้อมูลของรัฐบาลหรือไม่ ยืนยันว่าการถ่ายรูปในแอปพลิเคชันเป็นแค่การถ่ายรูปและเก็บไว้ในมือถือของบุคคลนั้นๆ ไม่ได้นำมาเก็บไว้เป็นข้อมูลส่วนกลาง ซึ่งการถ่ายรูปยืนยันตัวตนในกรณีที่จะเดินทางข้ามจังหวัด สามารถแสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่จุดตรวจได้" นายพุทธิพงษ์ระบุ
     นายพุทธิพงษ์ระบุด้วยว่า สุดท้ายข้อกังวลว่าแอปพลิเคชันหมอชนะจะถูกติดตามไมโครโฟน เวลาพูดอะไรออกไปแล้วจะดูดเสียงเก็บไว้เพื่อเอาข้อมูล ยืนยันไม่เป็นความจริง แอปพลิเคชันหมอชนะปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ใช้ท่ามกลางการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง เพื่อให้หมอ พยาบาล เฝ้าติดตามข้อมูลและป้องกันการติดต่อของเชื้อที่จะไปกับประชาชนที่เดินทางสามารถทำได้เร็วขึ้น และจำกัดการแพร่ตัวของโรคได้
    "ทั้งนี้ เป็นการขอความร่วมมือให้โหลด แต่ถ้าไม่โหลดวันนี้ไม่ผิดกฎหมาย ไม่โหลดไม่เป็นไร แต่ขอความร่วมมือ เพราะคนที่โหลดก็จะได้ประโยชน์แก่ตัวเอง เวลาไปไหนผ่านไปแล้ว 7 หรือ 10  วัน อาจจะไม่รู้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ก็ย้อนไปดูได้ ส่วนคนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือระบบที่จะโหลดได้ ก็ให้เข้าระบบปกติคือการบันทึกเอกสาร ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการจัดทำเอกสารให้กรอกข้อมูล ขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อการติดตามควบคุมและสอดส่องโรค" นายพุทธิพงษ์ระบุ  
    นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ส่วนที่ไม่รวมไว้กับแอปพลิเคชันไทยชนะนั้น สถานการณ์ของประเทศไทยผ่อนคลายลงมาก และรูปแบบเป็นการเช็กอิน-เช็กเอาต์ ถ้าพบว่ามีใครติดเชื้อต้องมานั่งดูว่ามีใครอยู่ในเวลาใกล้เคียงกันแล้วโทร.ไปแจ้ง แต่ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดมาก มีการเดินทางไปในที่ต่างๆ ระบบของหมอชนะที่ติดตามโดยจีพีเอสและบลูทูธจะทำได้ดีกว่า แต่ถ้าจะใช้ทั้ง 2 แอปพลิเคชันก็ได้ ซึ่งแอปพลิเคชันทั้ง 2 ตัวแตกต่างกันที่ระบบการทำงาน.
    

 


วันนี้ "๑๓ เมษายน" เป็นวัน "มหาสงกรานต์" เรารู้ แบบชินว่า..... ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่สากล ส่วน ๑๓ เมษายน วันสงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย

หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'
'จูราสสิก ปาร์ก' ภาค OctDem