สิ่งที่เหนือไปกว่าประชาธิปไตย


เพิ่มเพื่อน    

                     (1)

            ฮื่ออ์อ์อ์...กลายเป็น ประชาธิป...ตาย ไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว สำหรับ ประชาธิปไตยอเมริกา เหมือนอย่างที่อภิมหาพระบ้านเรา ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านได้สรุปไว้นานแล้ว หรือขณะที่ยังคงมีชีวิตอยู่นั่นแหละว่า ถ้าหากประชาชน ไม่มีธรรม ซะอย่าง!!! ไม่ว่า ไตย แบบไหน แบบอเมริกา แบบอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือไตยใดๆ ก็แล้วแต่ ย่อมมีแต่ ตาย ลูกเดียวเท่านั้นเอง...

                                      (2)

            แล้ว ประชาชน ที่เอากับ ทรัมป์บ้า ผู้นำอเมริกาซึ่งจะต้องกลายเป็นอดีตไปอีกไม่กี่วันนับจากนี้ ก็ใช่ว่าจะหะรอมหะแรมซะเมื่อไหร่ ปาเข้าไประดับ 60-70 ล้านคนเอาเลยถึงขั้นนั้น คือระดับพอๆ กับประชาชนคนไทยแทบทั้งประเทศ แม้จะยังน้อยกว่าประชาชนที่สนับสนุน ผู้เฒ่าโจ ว่าที่ประธานาธิบดีรายใหม่อยู่มั่งก็ตาม แต่เมื่อสิ่งที่เรียกๆ กันว่า ประชาชน ซึ่งมักถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไข ข้ออ้าง ของบรรดา นักการเมือง โดยทั่วไปทั้งหลายเขานั่นแหละ จนเป็นอะไรที่ดูสูงส่ง วิเศษวิเสโส ซะเหลือเกิน ถึงขั้นถือเป็น เสียงสวรรค์ ไปโน่นเลย ท่านดันขี้หงุดหงิด ขี้รำคาญ โกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาต พยาบาทและชิงชัง โดยปราศจากเหตุและผลที่ถูกต้อง เป็นธรรม หรือออกจะมี กิเลส หนาเป็นคืบๆ ศอกๆ การคิดไปทำอะไรตามความปรารถนา ความต้องการของท่าน โดยไม่คิดหน้า-คิดหลังใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย มันก็เลยกลายไปเป็น โศกนาฏกรรม ทางประชาธิปไตยของอเมริกา ไปเมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมานั่นแล...

                                              (3)

            ต้องบุกเข้าไปขัดขวางพวก ส.ส.-ส.ว. ที่กำลังต้องรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกาอย่างเป็นทางการ จนเกิดการไล่ทุบ ไล่ถีบ ไล่กระทืบ ถึงขั้นเกิดการ ยิงสวน จากใคร หรือจากปืนกระบอกไหนก็ไม่รู้ หนักซะยิ่งกว่าโดน กะปริ๊บๆ โดนฉีดน้ำผสมสีอย่างบ้านเราไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า เล่นเอาตายไป 4 ถูกจับอีกร่วมครึ่งร้อย โดยจะบานปลาย ปลายบาน ไปถึงขั้นไหนต่อขั้นไหน หรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่ก็นั่นแหละ...มันอาจถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า มีแต่ต้องอาศัย ธรรม หรือความถูกต้อง เป็นธรรม นั่นแหละเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่อาศัยเพียงแค่สิ่งที่เรียกๆ กันว่า ประชาชน ล้วนๆ เพราะถ้าดันเป็นประชาชนแบบทรัมป์ๆ โอกาสที่จะฉิบหาย วายป่วง ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

                                              (4)

            สิ่งที่เรียกว่า ธรรม หรือ ธรรมะ จึงเป็นอะไรที่สูงส่งไปกว่าความเป็นประชาธิปไตย-ไม่เป็นประชาธิปไตย อย่างเห็นได้โดยชัดเจน และด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้ดำรง คงอยู่ มาตั้งแต่ยังไม่มีมนุษย์ ไม่มีจักรวาล ไม่มี ประชาชน ใดๆ เอาเลยด้วยซ้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบอบการเมือง การเมืองปกครอง การเศรษฐกิจ หรือการใดๆ ก็แล้วแต่ จึงพอ อยู่ๆ กันไปได้ ถ้าหากบรรดามวลมนุษย์ หรือบรรดาปวงชนทั้งหลาย เรียนรู้ที่จะปรับตัว ปรับสภาพ เพื่อให้สอดคล้อง กลมกลืน ไปกับสิ่งที่เรียกๆ กันว่า ธรรมะ ในแต่ละรูป แต่ละแบบ ไม่ว่าตั้งแต่มโนธรรม จริยธรรม ขันติธรรม ศีลธรรมขั้นพื้นฐาน ฯลฯ อะไรทำนองนั้น ภายใต้ความหลากหลายของระบอบการเมือง การปกครอง ที่ย่อมต้องมีวันหมุนเวียน เปลี่ยนแปลง ไปตามสภาพ...

                                                (5)

            ไม่ใช่แต่ ประชาธิปไตย เท่านั้น...ที่สุดยอด ที่วิเศษ วิเสโส จนอะไรก็ตามที่ไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ถูกทำให้น่าเกลียด น่าชัง ไปซะทั้งหมด กษัตริย์ที่ดี ก็เคยสร้างความรุ่งเรือง ความเจริญเติบโต ทั้งทางวัตถุและจิตใจ ให้กับสังคมมนุษย์มามากต่อมาก ถึงขนาดส่งผลให้ปรมาจารย์ด้านปรัชญาชาวกรีก อย่าง เพลโต-โสคราตีส ถึงขั้นถวิลหาระบอบการเมือง-การปกครอง ภายใต้ กษัตริย์นักปรัชญา หรือ Philosophy King มาโดยตลอด กษัตริย์ผู้ทรงธรรม ผู้ได้รับการอบรม บ่มเพาะ อย่างเป็นระบบและกิจการให้ต้องยึดมั่นใน ธรรม หรือต้องก้าวไปตามครรลอง คลองธรรม อย่างมิอาจผันแปรไปเป็นอื่น ส่วนจะเป็นไปได้มาก-น้อยขนาดไหน อันนั้น...คงต้องไปเถียงกันเอาเองก็แล้วกัน ไป ปล้ำกันในถ้ำที่มืดมิด ตามแบบฉบับความเป็นปรัชญง ปรัชญา ของบรรดาพวกชาวกรีกทั้งหลาย...

                                              (6)

            อย่างไรก็ตาม...โดยภาพสะท้อนแห่งความเป็นไปของโลกในทุกวันนี้ ก็น่าจะยิ่งเป็นตัวตอกย้ำ ถึงความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า ธรรม ให้ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นไปใหญ่ ไม่ว่าในการรับมือ การเผชิญหน้า กับปัญหาโรคระบาด การหาทางคลี่คลายปัญหาสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างความรวย-ความจนระหว่างผู้คนในสังคมเดียว หรือระหว่างประเทศรวย-ประเทศจน โลกเหนือ-โลกใต้ ไปจนถึงปัญหาสงครามกับสันติภาพ ฯลฯลฯ เพราะบรรดาสิ่งเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้ มีแต่ต้องอาศัย ธรรม เท่านั้น เป็นตัวควบคุมและกำกับ ไม่งั้น...โอกาสฉิบหายกับฉิบหายกันในระดับมวลมนุษยชาติ ลามไปถึงสัตว์ป่า สัตว์น้ำ หรือพืชพรรณทั้งหลาย ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

                                        (7)

            ดังนั้น...ไม่ว่าสิ่งที่เรียกว่า ประชาชน จะมากหรือน้อย กี่หมื่น กี่แสน กี่ล้าน หรือกี่สิบล้าน ร้อยล้าน โดยไม่ว่าจะเป็นประชาชนของใคร-ของมันก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากไม่คิดจะยึดมั่นในธรรม ไม่คิดเดินไปตามครรลอง คลองธรรม ย่อมต้องถือเป็น อันตราย ไม่ว่าต่อระบบ ต่อระบอบใดๆ ก็ตาม แถมต่อบรรดามวลมนุษยชาติและสรรพสิ่งทั้งหลายอีกด้วยต่างหาก ธรรมะ จึงถือเป็นสิ่งสูงสุด สุดยอด กว่าสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตย-ไม่ประชาธิปไตย ไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยเท่า และควรต้องเดินตามแนวทางของสิ่งที่ว่านี้ให้มากๆ เข้าไว้ ไม่ว่าด้วยความยินยอม พร้อมใจ หรือด้วยการควบคุมและบังคับ...ก็ตาม...

                    -----------------------------------------------------


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"