ครม.เคาะเยียวยา3.5พัน แรงงานบี้จ่าย5พัน3เดือน


เพิ่มเพื่อน    

 

คลังแจงลงทะเบียนเก็บตกคนละครึ่งเฟส 2  จำนวน 1.34 ล้านสิทธิ์ 20 ม.ค.นี้ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยันผู้ถูกตัดสิทธิ์รอบ 1 และ 2 และผู้ไม่ได้รหัส OTP รอบ 2  สามารถช่วงชิงรอบนี้ได้ เริ่มใช้สิทธิ์ 25 ม.ค. ส่วนเยียวยาเราชนะ 3,500 บาทเข้า ครม.อังคารนี้ เครือข่ายแรงงานฯ  ไล่บี้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาแรงงานทั่วหน้า 5 พันต่อเนื่อง 3 เดือน ญาติวีรชนพฤษภา 35 ตั้ง "รวมธารปันสุข"  แจกอาหารฟรี
    เมื่อวันที่ 18 มกราคม น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า การลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 2 รอบเก็บตกวันที่ 20 ม.ค.64 จะมีจำนวนทั้งหมด 1.34 ล้านสิทธิ์  ซึ่งกระทรวงได้ประสานธนาคารกรุงไทยในการปรับปรุงระบบไว้รองรับประชาชนที่จะเข้ามาลงทะเบียนตั้งแต่ 6  โมงเช้า โดยยืนยันว่าผู้ลงทะเบียนและไม่ได้รับรหัส OTP  รอบที่แล้ว หรือคนสมัครโครงการคนละครึ่งเฟส 1 และเฟส  2 ไม่ได้ใช้แล้วถูกตัดสิทธิ์ จะสามารถลงทะเบียนรอบเก็บตกในวันที่ 20 ม.ค.นี้ได้ เมื่อลงทะเบียนใส่ข้อมูลในวันที่ 20  ม.ค.แล้วได้เอสเอ็มเอสยืนยัน ก็ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเป๋าตัง และสามารถเริ่มใช้สิทธิ์คนละครึ่งได้ภายในวันที่ 25  ม.ค.64
    "ส่วนการปิดช่องโหว่ทุจริตโครงการคนละครึ่งได้มีการดำเนินการหลายด้าน โดยในส่วนร้านค้าที่ขึ้นราคาก็ติดตามดูทั้งทางกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์  ซึ่งขอเตือนร้านค้าอย่าไปหลงเชื่อทำผิดเงื่อนไขโครงการ  จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย" น.ส.กุลยากล่าว
    อย่างไรก็ตาม น.ส.กุลยามองว่าไม่ต้องขยายระยะเวลาใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งออกไปจากวันที่ 31 มี.ค. 64 เนื่องจากหากมีการใช้เงิน 150 บาททุกวัน ระยะเวลา 24 วันก็จะใช้เงินครบ โดยปัจจุบันมียอดใช้จ่ายคนละครึ่งอยู่ที่ 6.6 หมื่นล้านบาท          
    ด้านโครงการเราชนะ เพื่อเยียวยาผลกระทบโควิด-19  รอบ 2 นั้น ในวันที่ 19 ม.ค.จะมีการนำเสนอรายละเอียดเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยกรอบวงเงินที่จะช่วยเหลือคือ 3,500 บาท/คน/เดือน ระยะเวลา 2 เดือน ส่วนรายละเอียดกลุ่มไหนบ้างให้รอผลประชุม ครม.
    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ได้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่  1/2564 ที่มาตรการล็อกดาวน์ไม่เข้มข้นอยู่ที่ 1.5-2 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้พยายามใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ในจำนวนเท่าที่ เท่ากับ หรือมากกว่าตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจ จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ย่ำแย่ลง
     สำหรับโครงการคนละครึ่งมีประสิทธิภาพมาก ที่ทำให้เงินเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และทำให้เกิดการจ้างงาน แต่ด้วยโครงการคนละครึ่งยังไม่ถึงระยะเวลาสิ้นสุดโครงการและยังมีสิทธิ์คงค้างอยู่ ทำให้รัฐบาลเลือกใช้วิธีโอนเงินโดยตรงในโครงการเราชนะให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 และให้ครอบคลุมกับประชาชนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยชดเชยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่หายไปด้วย
    โดยโครงการเราชนะที่จะแจกเงินให้เปล่า 3,500 บาท/เดือน เป็นเวลา 2 เดือน ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ว่าให้ไปซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร หรือเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งเห็นว่าควรให้เกณฑ์การใช้เงินกับร้านค้าแบบโครงการคนละครึ่งมากกว่า เพราะไม่แน่ใจว่าเงิน  3,500 บาทจะถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เช่นการซื้อของฟุ่มเฟือย หรือการซื้อของที่ไม่ได้ผลิตภายในประเทศ ทำให้เงินเหล่านี้อาจจะไม่ได้ไปช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีโดยตรง
    ที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล  เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนและองค์กรภาคี นำโดยนายเซี้ย จำปาทอง ตัวแทนเครือข่ายและผู้ได้รับผลกระทบด้านแรงงานจากสถานการณ์โควิด-19 เดินทางมาร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี  โดยทำกิจกรรมปราศรัยพร้อมถือป้ายข้อความ "เงินเยียวยาแรงงานต้องได้ทุกคนอย่างเท่าเทียม เงินภาษีจากประชาชนทำไมต้องลงทะเบียน"
    โดยนายเซี้ยกล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19  ระลอก 2 ส่งผลต่อการจ้างงานและชีวิตของแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการออกมาตรการต่างๆ ที่กระทบต่อผู้ประกอบการแรงงานไทยและข้ามชาติ รวมถึงสถานประกอบการหลายแห่งต้องหยุดดำเนินการโดยไม่มีงบประมาณชดเชยจากรัฐ ทั้งนี้แม้รัฐบาลจะออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเงิน 3,500 บาท ก็ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต อีกทั้งยังมีขั้นตอนการลงทะเบียนที่ยุ่งยาก เครือข่ายจึงขอเสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท จำนวน 3 เดือนแก่แรงงานทุกประเภทอย่างทั่วหน้า ทั้งแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบ โดยเครือข่ายมีความกังวลจากการใช้มาตรการควบคุมโรค ที่สะท้อนวิธีการบริหารประเทศแบบสั่งการอนุมัติจากบนลงล่าง ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาโรคระบาด
    ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ ร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม  มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมการจัดงานครัวสุข "รวมธารปันสุข"  เพื่อแจกน้ำและอาหารช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิดระบาดครั้งใหม่ ให้ความช่วยเหลือผู้ว่างงานและได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ได้ร่วมรับอาหารฟรีจากครัวปันสุขได้ทุกวัน เปิดเป็นเวลาหนึ่งเดือนตั้งแต่วันที่  18 ม.ค.-2 ก.พ.64 ที่บริเวณสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม
    นายอดุลย์กล่าวว่า ได้เชิญชวนให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันในกิจกรรม ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือประชาชนที่กำลังยากลำบาก อย่าให้ลำบากไปมากกว่านี้ เพราะการระบาดของโควิดครั้งนี้ประชาชนมีความลำบากมากขึ้นจริงๆ จึงหวังว่าทุกฝ่ายจะมาช่วยกัน โดยละทิ้งความขัดแย้งทางความคิดไว้ก่อนเพื่อให้ประชาชนพ้นภัย
    ด้าน ดร.สุริยะใสกล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าในยามที่สังคมยังมีปัญหา จะรอความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเดียวอาจไม่ทั่วถึง ดังนั้นคนในสังคมต้องช่วยเหลือกันคนละไม้คนละมือ ซึ่งเป็นจุดแข็งของสังคมไทยบ้านเรา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเรามีต้นทุนความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน โดยไม่มีมิติการเมืองอะไรมาเกี่ยวข้อง
    ขนะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวว่า อยากให้โครงการครัวสุข "รวมธารปันสุข" ตั้งขึ้นมาเพื่อประชาชน โดยไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง ขอให้เรื่องการเมืองเป็นอีกหนึ่งเวที ซึ่งการช่วยเหลือประชาชนครั้งนี้เนื่องมาจากมาตรการของภาครัฐไม่ได้ตรงและทันต่อความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้น
    ขณะที่บรรยากาศภายในงานครัวสุข "รวมธารปันสุข"  เมนูอาหารที่นำมาแจกประกอบด้วย กะเพราไก่ กะเพราหมู หมูทอดกระเทียม ไก่ทอดกระเทียม ไข่ต้ม และน้ำดื่ม  บรรจุในกล่องโฟมแจกจ่ายประชาชน โดยการเปิดกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 11.30 น. และมีประชาชนอาชีพต่างๆ  ทยอยเข้ามารับอาหารและน้ำดื่มเป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้กำหนดการแจกจ่ายอาหารไว้ที่ 500 คนต่อวัน.

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว