ดูชัดๆข้อเท็จจริงอีกด้าน ปมทนายเหยื่อสถานเสริมความงาม ร้อง อสส.สอบอัยการนนทบุรี


เพิ่มเพื่อน    

19 ม.ค.64 - จากกรณีนายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน หรือ ทนายเล้ง ทนายความได้พา น.ส.สุมารี เมธโยดม กับพวกรวม 3 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาที่ 188/2562 โดยร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าของสถาบันความงามแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยตกเป็นข่าวดังเกี่ยวกับคดีศัลยกรรมใบหน้า ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน , นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ , โฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ , โอ้อวดเกินจริงและข้อหาที่เกี่ยวข้อง มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาขอให้ตรวจสอบการสั่งคดีของอัยการจังหวัดนนทบุรีที่มีการเสนอสั่งไม่ฟ้องทุกข้อหาในวันที่ 18 กันยายน 2563 โดยมีการพาดพิงนายธราธร จิตมหาวงศ์ อัยการประจำจังหวัด สำนักงานอัยการสูงสุด ว่าไม่ได้เป็นองค์คณะในการพิจารณาคดีดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเรื่องนี้ข้อเท็จจริงพบว่า นายธราธร จิตมหาวงศ์ อัยการประจำจังหวัด สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นองค์คณะในคดีดังกล่าวตามคำสั่งสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีที่ 28/2563 เรื่อง แต่งตั้งองค์คณะในการพิจารณาคดีอาญา ที่นายปรีชา ปิ่นอำพล อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 3 ช่วยราชการสำนักงานอัยการภาค 1 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คดีนี้คำสั่งองค์คณะที่มีนายธราธร จิตมหาวงศ์ รวมทั้งองค์คณะอีก 3 ท่านนั้น คำสั่งสุดท้ายคือสอบสวนเพิ่มเติม ต่อมาอัยการจังหวัดเห็นว่าคดีนี้ล่าช้ามาถึงปีเศษ และคู่ความติดตามผลคดี อัยการจังหวัดจึงสั่งสำนวนโดยให้เหตุผลว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอแล้วไม่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม และคดีนี้คู่ความร้องขอความเป็นธรรมอัยการจังหวัด จึงทำความเห็นเสนอท่านอธิบดีภาค 1 เป็นผู้พิจารณา

สำหรับคำสั่งสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีที่ 28/2563 เรื่องแต่งตั้งองค์คณะในการพิจารณาคดีอาญา มีเนื้อหาระบุว่า เพื่อให้การพิจารณาคดีอาญาในคดีที่มีผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพล หรือคดีที่ประชาชนสนใจ หรือคดีความผิดบางประเภทที่รัฐมีนโยบายป้องกันและปราบปรามเป็นพิเศษ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แจ้งให้ทราบเพื่อถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ข้อ 53 หรือในคดีที่อัยการจังหวัดเห็นว่า ควรต้องพิจารณาโดยองค์คณะให้เป็นไปโดยละเอียด ถูกต้อง เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ตามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดตามหนังสือที่ อส (อฝคก.)003/ว123 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2548 เรื่อง การนำองค์คณะมาใช้ในการพิจารณาคดีอาญา

จึงแต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นองค์คณะเพื่อพิจารณาสั่งคดีอาญาประเภท ส.1 เลขรับที่ 2424/2562 กรณีนางสาวเซปิง ไชยศาส์น กับพวกรวม 2 คน ผู้ต้องหา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ร่วมกันโฆษณาข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความเป็นจริงเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ร่วมกันดำเนินสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ว่าพร้อมที่จะประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ดังมีรายนามต่อไปนี้ 1.นางสาวสุภาภรณ์ ไชยปุรณะ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด หัวหน้าองค์คณะและเจ้าของสำนวน 2.นายธราธร จิตมหาวงศ์ อัยการจังหวัด ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด องค์คณะ 3.นายโสภาคย์ วินิจฉัยภาค อัยการจังหวัดผู้ช่วย องค์คณะ และ 4.นางสาวนันท์นภัส ธนศรีวนิชชัย อัยการจังหวัดผู้ช่วย องค์คณะ

ให้องค์คณะพิจารณาสำนวนโดยละเอียดรอบคอบ และถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดและคำสั่งที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 นายปรีชา ปิ่นอำพล อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 3 ช่วยราชการสำนักงานอัยการภาค 1 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดนนทบุรี


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'