ลุยแจก7พัน31.1ล.คน โอนเข้าแอปไม่จ่ายสด


เพิ่มเพื่อน    

 

ครม.สั่งลุย "เราชนะ" เยียวยาโควิด แจก 3.5 พันบาท 2 เดือน 31.1 ล้านคน คนจนเฮก่อนดีเดย์ 5 ก.พ.รับก้อนแรก โอนรายสัปดาห์ผ่านบัตร-แอปเป๋าตัง ไม่จ่ายเป็นเงินสด แจงมุ่งลดค่าครองชีพกระจายร้านค้ารายย่อย นายกฯ สั่งช่วยเพิ่มเติม ขรก.-พนง.รัฐวิสาหกิจ-ลูกจ้างรัฐ
    ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบโครงการเราชนะ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ด้วยการลดภาระค่าครองชีพ โดยจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือแก่ประชาชน จำนวน 31.1 ล้านราย วงเงินไม่เกิน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.64) โดยมีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 2.1 แสนล้านบาท
    โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จะได้รับเป็นวงเงินสำหรับใช้จ่ายกับร้านค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ได้รับเป็นเงินสด เนื่องจากไม่ต้องการให้ประชาชนสัมผัสตัวเงิน เพราะอาจจะมีเชื้อโควิด-19 ปะปนมาได้ และอยากให้ประชาชนมีประสบการณ์กับสังคมไร้เงินสดและสามารถใช้สิทธิ์ผ่านวงเงินเสมือนหนึ่งเป็นเงินสดได้ รวมถึงยังสามารถจำกัดการใช้จ่ายไม่ให้เงินหายไปกับสิ่งที่ควบคุมได้ยาก เช่น แอลกอฮอล์  หรือใช้จ่ายกับห้างร้านขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของรัฐบาล
    "เงินในโครงการจะหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยเป็นหลัก เป็นการประคับประคองและส่งเสริมสภาพเศรษฐกิจโดยรวมไปในตัวด้วย เพราะเงินที่ใช้จะต้องไปใช้กับร้านค้าและบริการที่เป็นคนตัวเล็ก หาบเร่ แผงลอย" นายสุพัฒนพงษ์ระบุ
    ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประเมินว่าโครงการเราชนะจะมีส่วนช่วยให้ตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2564 (จีดีพี) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5-0.6% ต่อปี และเมื่อรวมกับโครงการคนละครึ่งอีก  0.5% ต่อปี น่าจะทำให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1%  โดยโครงการคนละครึ่งจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเฟสละ 6-7 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมกับโครงการเราชนะอีก 2.1 แสนล้านบาท ซึ่งระยะเวลายาวถึง พ.ค.64 จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบแบบทวีคูณ
    สำหรับโครงการเราชนะ คาดว่าจะสามารถเริ่มสนับสนุนวงเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ในช่วงต้นเดือน ก.พ.นี้ โดยต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1.เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบโครงการ 2.ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม  3.ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง 4.ไม่เป็นข้าราชการการเมือง 5.ไม่เป็นผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ 6.ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด และ 7.ไม่มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท
    ทั้งนี้ ภาครัฐจะคัดกรองและตรวจสอบข้อมูลกลุ่มที่มีฐานข้อมูลอยู่แล้วเป็นอันดับแรก ได้แก่ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. - 12  ก.พ.64 ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น.   
    อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน  ภาครัฐจึงเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถสะสมวงเงินช่วยเหลือและสามารถใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นเดือน พ.ค.64 โดยรูปแบบการจ่ายเงินจะมีลักษณะเป็นการจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ได้ให้เป็นเงินสด โดยจ่ายเป็นรายสัปดาห์เพื่อให้เกิดการกระจายการใช้จ่ายในแต่ละช่วงเวลาได้ โดยจะให้ความช่วยเหลือคุ้มครองทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หาบเร่ แผงลอย รับจ้าง เกษตรกร และการให้บริการการขนส่งส่วนบุคคล เช่น แท็กซี่, วินมอเตอร์ไซค์ โดยจะจ่ายเงินสัปดาห์ละครั้ง
    นายอาคมกล่าวอีกว่า ภาครัฐจะดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ในรูปแบบของวงเงินช่วยเหลือผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1.กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินช่วยเหลือตลอดระยะโครงการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยแบ่งเป็น  1.1 กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ได้รับอยู่แล้ว 800  บาท/เดือน จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 675 บาท/สัปดาห์  (หรือ 2,700 บาท/คน/เดือน) วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการ 5,400 บาท 1.2 กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ได้รับอยู่แล้ว 700 บาท/เดือน จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกคนละ 700 บาท/สัปดาห์ (หรือ 2,800  บาท/คน/เดือน) วงเงินรวม 5,600 บาท ทั้งนี้จะได้รับวงเงินช่วยเหลือทุกๆ วันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะครบวงเงิน
    2.กลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้ 1,000 บาทต่อสัปดาห์ วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการ 7,000 บาท โดยสามารถเข้าตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. และจะเริ่มได้รับวงเงินช่วยเหลือทุกๆ  วันพฤหัสบดีของแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.เป็นต้นไป
    3.กลุ่มผู้ที่ไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบฐานข้อมูลกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง หลังจากลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com และผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (G-Wallet) แอปพลิเคชัน  "เป๋าตัง" ก่อน จึงจะได้รับวงเงินช่วยเหลือเป็นรายสัปดาห์  จำนวน 1,000 บาทต่อสัปดาห์ วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการ จำนวน 7,000 บาท โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. และจะเริ่มได้รับวงเงินช่วยเหลือทุกๆ วันพฤหัสบดีของแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.เป็นต้นไป
    สำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการสามารถใช้วงเงินช่วยเหลือได้ที่ 1.ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 2.ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และ 3.ร้านค้าและผู้ให้บริการที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเราชนะ ทั้งนี้ สำหรับร้านค้าและผู้ให้บริการที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่าน www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่  29 ม.ค. - 31 มี.ค.64 อยากให้วงเงิน 2.1 แสนล้านอยู่ในระดับชาวบ้าน เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นฐานรากที่สร้างกำลังซื้อให้ระบบเศรษฐกิจ เช่น ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านคนละครึ่งก็เข้าเราชนะได้ เงินที่โอนให้แต่ละรอบอาจจะไม่ต้องใช้หมด สามารถสะสมได้ เงินจะอยู่ในเป๋าตังจนถึงวันที่ 31 พ.ค. 64 ถ้าใช้ไม่หมดจะตัดเลย  
    "รถเมล์ ขสมก. รถร่วมฯ รถไฟฟ้า แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ต้องมีแอปพลิเคชันถุงเงินจึงจะร่วมโครงการได้  ร้านค้าที่ให้บริการก็สามารถสมัครเพื่อรับสิทธิ์ได้ เช่น ร้านโชห่วย ร้านตัดผม นอกจากให้บริการแล้วหากรายได้พึงประเมินไม่เกิน 3 แสนบาท หรือบัญชีเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาท ก็สามารถรับสิทธิ์เราชนะได้ เป็นการเปิดกว้างให้มากขึ้น" นายอาคมระบุ
    นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบให้เปิดลงทะเบียนเก็บตกโครงการคนละครึ่ง จำนวน 1.34 ล้านสิทธิ์ เป็นการนำสิทธิ์ที่เหลือจากในระยะที่ 1-2 มารวมกัน โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป  และสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. โดยเงื่อนไขทุกอย่างยังเหมือนเดิม
    น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า จากข้อมูลประชากร 66 ล้านคน คัดกรองผู้ไม่เข้าเกณฑ์ตามวิธี Negative Lists พบว่ามีกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี 14 ล้านคน, กลุ่มเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ 3.7 ล้านคน, กลุ่มแรงงานในระบบตามมาตรา 33 อีก 11.1 ล้านคน,  กลุ่มผู้มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท 1.7 ล้านคน และกลุ่มผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 3 แสนบาท ที่ 4.4 ล้านคน จึงเหลือผู้ที่เข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยา 31.1 ล้านคน
    ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม.นายกฯ สั่งการให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงการคลังหารือถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมจาก 31.1 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างรัฐ ควรช่วยเหลือเหมือนโครงการเราชนะ.
   


วันนี้ เรียนประวัติศาสตร์ "กรุงรัตนโกสินทร์" กันนิด พ.ศ.๒๓๒๕.... "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์

เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ