ชาวบ้านจี้รัฐแก้ปัญหาโครงการขุดลอกอ่าวปัตตานีกระทบระบบนิเวศและการหาเลี้ยงชีพ


เพิ่มเพื่อน    

จากโครงการปล่อยพันธ์สัตว์น้ำสู่อ่าวปัตตานีหลังเสร็จสิ้นโครงการขุดลอกอ่าวปัตตานี ครมอนุมัติวงเงิน 600 กว่าล้าน  เมื่อมิถุนายน 2563 เพื่อแก้ปัญหาให้ชุมชนรอบอ่าว 12 หมู่บ้าน ดำเนินโครงการปีกว่าปรากฎว่ากลับมีปัญหากระทบด้านอื่นๆตามมา  ไม่แก้ปัญหาได้ตามที่วางไว้

ล่าสุดวันนี้ 24 มค 64 เวลา 14.30 น.มีการจัดเวทีความต้องการของชาวบ้าน รับฟังปัญหากรณีสันดอนทรายจากการขุดลอกอ่าวปัตตานี อีกครั้ง เพื่อแสวงหาทางออก โดยมีนักการเมืองท้องถิ่น ,สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี,นักวิชาการ,ตัวแทนชาวบ้านชาวประมงรอบอ่าวทั้ง 8 ตำบล  ซึ่งได้รับข้อมูล จากประชาชนชาวประมง นักวิชาการ และเอ็นจีโอ  เรื่องปัญหาชาวบ้านรอบอ่าวฯที่ได้รับผลกระทบในหลายๆด้าน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการเกือบ 2 ปี ที่ผ่านมา

ตัวแทนชาวบ้าน ได้ออกมาพูด สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น  ได้แก่ เรื่องร่องน้ำตื้นเขินไม่ตอบโจทย์ตามโครงการ  และยังเกิดพื้นที่ที่เป็นสันดอนทรายหลายแห่ง ปิดกั้นทางน้ำไหลเวียน  เปลี่ยนระบบนิเวศฯอ่าวตอนในเสียหาย สัตว์เล็กสัตว์น้อยสูญหายหมด อาศัยอยู่ไม่ได้  การทำมาหากินลำบากมากขึ้น สัตว์ทะเล ปลา หมึก กุ้ง หอยมีจำนวนลดลง และยังมีปัญหาด้านอื่นๆ ด้านท่องเที่ยวชุมชน เรือประมงเล็กนำเที่ยว ต้องติดสันดอน ทำให้เสียหายหลายลำ ชาวบ้านต้องขับอ้อมเรือต้องออกนอกเส้นทางไกลขึ้นกว่าเดิม ปัญหาตระกอนดินทรายหายไป เป็นแหล่งเพาะพันธ์จำพวกสัตว์พวกหอย อนุบาลอยู่ไม่ได้

โดยสภาประชาชนได้จัดเวทีครั้งนี้ตามความต้องการของประชาชน และเพื่อการแก้ปัญหาระยะยาว 2 ประเด็นสำคัญ คือการจัดการปัญหาผลกระทบหลังโครงการขุดรอบอ่าวกับการแก้ปัญหาการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย "ไอโง่"  ของชาวบ้านด้วยข้อเสนอต่อการแก้ปัญหาคือ ให้ทางการใช้กฎหมาย ข้อบังคับให้ถูกต้อง  ช่วยผลักดันกฏหมายเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย บังคับใช้เหมือนกันทั้งหมด 

นอกจากนี้ชาวบ้านได้สะท้อนความยากลำบาก เมื่อไม่สามารถออกเรือได้ ขาดรายได้ไม่สามารถส่งลูกเรียนได้ ร้านค้าในชุมชนได้รับผลกระทบเป็นผลพวงจากความเดือดร้อนของชาวบ้าน

สำหรับข้อเรียกร้องจากสภาประชาชนจังหวัดปัตตานีและชมรมประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานี ได้ยื่นหนังสือให้สส.ชายแดนใต้นำประเด็นปัญหาดังกล่าวไปแก้ไขโดยใช้กลไกรัฐสภาผู้แทนราษฎร หรือ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ใขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ดังนี้ คือ

ขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสันดอนทรายที่ทิ้งไว้กลางอ่าวปัตตานี ที่สร้างผลกระทบต่อการทำมาหากิน การเดินเรือ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และระบบนิเวศทางทะเล อย่างเร่งด่วน ขอให้ดำเนินการบังคับใช้กฏหมาย ปราบปราม การใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายตามประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ชาติ (ม44) ที่ 24/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงนและไร้การควบคุมเพิ่มเติม อย่างเคร่งครัด มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ที่เป็นปัญหาระหว่าชาวบ้านมาอย่างยาวนาน เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งให้กลับมาเหมือนเดิมโดยเร็ว

ขอให้ดำเนินการฟื้นฟูอ่าวปัตตานีให้ลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ผ่านการแต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยมีตัวแทนจากภาคประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากอ่าวปัตตานีโดยตรง นักวิชาการภาคประชาสังคม หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง งบประมาณ และผลักดันอ่าวปัตตานี เป็นวาระของจังหวัดปัตตานี โดยมี 1) แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สส.บัญชีรายชื่อ จังหวัดปัตตานี รองประธานอนุกรรมาธิการฯ 2) นายบัณฑิต อับดุลบุตร 3) อาจารย์อัลอามีน มะแต 4) นางสาวลม้าย มานะการ 5) อาจารย์อลิสา หะสามาะ 6) ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่จำกัดจำนวน ให้ร่วมเป็น

คณะทำงานเพื่อเฝ้าติดตามกระบวนการนำวัสดุขุดลอกไปทิ้งและปัญหาเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย (ไอ้โง่)ขอให้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูอ่าวปัตตานีเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการขุดลอกอ่าวอย่างสมเหตุสผล หรือ เป็นกองทุนเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมฟื้นฟูอ่าวปัตตานี

นายอันวาร์ สาและ สส.จังหวัดปัตตานี  กล่าวในฐานะสส.ในพื้นที่ ว่าได้รวบรวมข้อมูลเพื่อยืนยันในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากชาวบ้าน ไอ้โง่ มีมาตั้งแต่ประมาณปี 2554 ก่อนที่จะมีโครงการขุดลอกอ่าวปัตตานี วันนี้ได้รับฟังปัญหาของชาวบ้าน ทั้งหมดในทุกๆด้าน ที่ได้นำเรื่องมาร้องเรียนวันนี้ ซึ่งพบว่า ประชาชนเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก ผลกระทบลุกลามบานปลาย กับคนส่วนใหญ่ ในพื้นที่  การใช้เครื่องมือ"ไอ้โง่" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผิดกฎหมาย แต่ไม่มีการบังคับกฎหมายอย่างจริงจัง ต่อจากนี้ตนกับผู้แทน ทั้งหมดที่มาในวันนี้ จะหารือในสภาผู้แทนราษฎร นำเอาข้อมูลจากทุกฝ่ายทุกหน่วยงาน ที่ร่วมกันมาหาทางออกหาทางช่วยเหลือนำเสนอเพื่อได้รับการแก้ไขให้เร็วที่สุด


หน้าร้อนแล้ว!สิ่งมากับหน้าร้อนยุคนี้ ไม่ใช่ทะเล-น้ำตก แต่เป็น "ไฟป่า-ฝุ่นพิษ และหมอกควัน"โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ตั้งแต่ตากขึ้นไปถึงเชียงใหม่-เชียงราย-ลำปาง-น่าน-แม่ฮ่องสอน

ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'