เร่งสร้างบิ๊กดาต้า -ฟื้นสมุดพกนักเรียน


เพิ่มเพื่อน    

 

 
25ม.ค.64- “ครูตั้น” นั่งหัวโต๊ะ เดินหน้างานบิ๊กดาต้า ศธ. ถ้าไม่มีข้อมูลครบถ้วน ผ่าตัดการจัดสรรงบฯ มิติใหม่ ไม่สำเร็จ พร้อมกับ ปัดฝุ่นฟื้นฟู การใช้"สมุดพกนักเรียน " ชี้ข้อมูลจากเด็ก จะเป็นตัวชี้ฃะตา ความก้าวหน้าอนาคตครู ไม่ต้องทำวิทยฐานะ
 
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมรับทราบนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และรายงานผลการดำเนินงานในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยทั้งการบริหารงาน และการจัดการศึกษารองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัล เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการวางแผนการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ หรือ Big Data ของ ศธ. โดยตนจะนำข้อมูลของทุกองค์กรหลักใน ศธ.ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสภาการศึกษา (สกศ.) มาบูรณาการรวมข้อมูลไว้เป็นหนึ่งเดียว เพราะเป็นเรื่องข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการศึกษาถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากที่ผ่านมาการที่ ศธ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณได้ไม่เต็มที่อาจเกิดจากข้อมูลการศึกษาที่ไม่ครบถ้วน 


นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการบูรณการฐานข้อมูลของ ศธ.นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในหลายเรื่อง เช่น การทำสมุดพกนักเรียนเมื่อเด็กนักเรียนคนหนึ่งได้มาเรียนในโรงเรียนที่จังหวัดอื่นๆ หรือมีการย้ายโรงเรียนฐานข้อมูลที่ถูกใส่ไว้จะต้องระบุว่าเด็กมีการพัฒนาทักษะมากน้อยแค่ไหน มีความชอบอะไร และการเรียนการสอนตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในอนาคตสมุดพกข้อมูลนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูเองโดยที่ไม่ต้องไปทำวิทยฐานะให้เสียเวลา รวมถึงหากหน่วยงานอื่นเข้ามาขอข้อมูลการศึกษาเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปกรอกข้อมูลให้ซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตนจะมีการนัดหารือเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อที่จะทราบความต้องการในแต่ละส่วนว่าข้อมูลยังมีส่วนไหนที่ต้องการเพิ่มเติม และเติมให้เต็มตามที่วางเป้าหมายไว้   

       
 “เรามีข้อมูลด้านการศึกษาที่ครบถ้วนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาโครงสร้าง ศธ.บริหารแบบเป็นแท่งขาดการบูรณการและสื่อสาร ดังนั้นผมจึงนำข้อมูลของทุกแห่งมารวมกันให้หมด เพื่อให้เกิดความเชื่อมต่อในการทำงาน และบอกถึงความต้องการให้ชัดเจนว่าเราอยากจะได้ข้อมูลด้านไหนบ้าง ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการศึกษาและการจัดทำงบประมาณ โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการปฏิบัติ แต่ในอดีตกลับทำให้มีความยุ่งยาก เพราะแยกหน่วยงานกันบริหารงาน ดังนั้นจากนี้ไปหากหน่วยงานใน ศธ.หรือหน่วยงานภายนอกมาขอข้อมูลเราจะไม่ทำอะไรที่ซ้ำซ้อน เพื่อกรอกข้อมูลในรูปแบบเดิมอีก” รมว.ศธ.กล่าว 


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'