1ก.พ.เปิดเรียนได้ทั่วปท.ยกเว้น"สมุทรสาคร "4จังหวัดเสี่ยงสูง เรียนได้ห้องละไม่เกิน 25คน


เพิ่มเพื่อน    

27ม.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุ๊คชื่อ "Nataphol Teepsuwan-ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ" ได้เผยแพร่ข้อความระบุ ว่า ได้มีการพิจารณาอนุมัติออกมาจากทางคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ของ ศบค. แล้วว่า การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการนั้นให้ดำเนินการใน 3 แนวทางแบ่งแยกตามพื้นที่ โดยทุกแนวทางต้องปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยตามหลักของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สำหรับ 3 แนวทางนั้นก็คือ

1.จ.สมุทรสาคร ที่ยังมีการแพร่ระบาดในวงกว้างและถือเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คงยังต้องปิดโรงเรียนและใช้การเรียนการสอนตามแนวทางที่กระทรวงได้กำหนดไว้

2.พื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คือ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม และปทุมธานีให้โรงเรียนเปิดได้แต่ต้องจำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 25 คนต่อชั้นหรือให้สลับวันเรียน

3.พื้นที่จังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากสมุทรสาคร กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้เปิดโรงเรียนได้ตามปกติ

ขอย้ำว่าโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศจะต้องดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดตามหลักของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ รักษาระยะห่าง งดกิจกรรมที่ต้องรวมตัวกันจำนวนมากหรือในที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ทำความสะอาดพื้นที่ของโรงเรียนบ่อยๆ เพราะการดูแลในโรงเรียนจะเป็นการชะลอการติดเชื้อในเด็กและเยาวชนซึ่งถือเป็นการควบคุมการระบาดในชุมชนนอกโรงเรียนได้ด้วย จากการผ่านสถานการณ์ในรอบแรก 
ผมมั่นใจว่าผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน รวมไปถึงผู้ปกครองเข้าใจในการดูแลเด็กๆ ของเราเป็นอย่างดี ขอขอบคุณความใส่ใจของโรงเรียนและครอบครัว ทางกระทรวงศึกษาธิการจะติดตามสถานการณ์หลังเปิดโรงเรียนอย่างใกล้ชิดและจะทำทุกทางเพื่อดูแลเด็กและเยาวชนของเราให้สามารถเรียนรู้ได้ตามปกติและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

    ในวันเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการยังออกประกาศ  เรื่อง การเปิดการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ  ลงนามโดยนายรัฏฐพล ทีปสุวรรณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ความว่า
    อนุสนธิประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ลงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๔ ในพื้นที่ ๒๘ จังหวัต นั้นเนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ในประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับ 
    ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญติระเบียบบริหารรชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโตยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบมาตรา ต๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาราการแผ่นดิน ผศ. ๒ต๔ และที่แก้ไขเพิ่มติม ข้อ ๙ วรรคหนึ่ง (๕) ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา ผศ. ๒๕๔๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ และข้อ ๗ วรรคหนึ่ง (๓) ของระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๖ต จึงออกประกาศดังนี้


๑. ให้สถานศึกษาทุกแห่ของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ตั้งแต่วันที่ ด กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เป็นต้นไปโดยต้องดำเนินกรตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับสถานศึกษา ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรการของหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานผู้กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด


๒. ให้บิดการเรียนการสอนในจังหวัดสมุทรสาครต่อไป เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิต - 19 (ศบค.) กำหนด และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) ยังมีจำนวนมาก ทั้งนี้ ในระหว่างที่สถานศึกษาต้องปิดเรียน  ให้ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดแนวทางจัตการเรียนการสอนตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ เช่น การสื่อสารแบบเรียนทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ สถานศึกษาอาจจัดการเรียนการสอนโดยใบสั่งงานหรือมอหมายงานตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องเข้าขั้นเรียน


๓. ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนครปฐมและจังหวัดปทุมธานี) ให้สถานศึกษาปิดการเรียนการสอนได้ แต่ต้องปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรการของหน่วยงนตันสังกัดหอหน่วยงานผู้กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด โดยแต่ละห้องเรียนให้มีนักเรียนได้ไม่เกิน ๒๕ คน กรณีห้องเรียนไม่เพียงพอให้จัดการเรียนการสอนด้วยการสลับวันเรียน


อนึ่ง ให้สถานศึกษาติดตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิต - 19 (ศบค.) และคณะกรรมการโรคติดต่แต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากมีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากประกาศฉบับนี้ กระทรวงศึกษาธิการ


จะได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
(นายณัฏฐพล ก็ปสุวรรณ)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


ทราบกันไปแล้วนะครับ!คดี "กบฏ กปปส." ที่กำนันสุเทพกับพวกรวม ๓๙ คน เป็นจำเลย เมื่อวาน (๒๔ ก.พ.๖๔) ศาลอ่านคำพิพากษาตั้งแต่ ๙  โมงเช้า ไปจบเอาตอน ๕ โมงเย็นกว่าๆ

วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'
ครึ่งหลัง"รัฐบาล"ชักจะแย่
ก้าวไกล 'ปักทวน' สถาบัน