
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นำผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน หน่วยงานภาคี และประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มารับบริจาค ณ ห้องประชุม 3003 กรมการพัฒนาชุมชน อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยพระราชดำริที่ล้วนสร้างสรรค์ความผาสุกสงบแก่พสกนิกรชาวไทย และความมั่นคงมาสู่ประเทศตลอดมา เมื่อประชาชนชาวไทยเผชิญกับวิกฤตการณ์ใหญ่ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก พระองค์ทรงห่วงใยในสุขภาพและพลานามัยของพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง กิจกรรมการรับบริจาคโลหิต ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยในครั้งนี้ จึงถือเป็นการปฏิบัติบูชาน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนสนองงานตามพระราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอด สร้างคุณค่า ผลประโยชน์คืนสู่สังคมต่อไป

ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ขณะนี้ ในการระบาดโควิด-19 นี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมด้วย การดำเนินกิจกรรมโดยเฉพาะที่ต้องเกี่ยวพันกับผู้คนจำนวนมากต้องเลื่อน งด หรือปรับรูปแบบ เพื่อลดความเสี่ยงและความกังวลของสังคม วิกฤตครั้งนี้ยังผลให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ไม่สามารถจ่ายเลือดให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากผู้บริจาคโลหิตมีจำนวนลดลงทุกแห่งทั่วประเทศ หน่วยงานยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้มีปริมาณโลหิตบริจาคลดลงมากถึงร้อยละ 50 ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่าง ๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายแห่งมีความต้องการเลือดสูงมาก ที่ต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดให้ผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือดที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่อง ด้วยภาวะขาดแคลนอย่างหนักเช่นนี้

กรมการพัฒนาชุมชน จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกุศลครั้งใหญ่ โดยได้เชิญชวนทั้งบุคลากรกรมการพัฒนาชุม ประชาชน ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ขอขอบคุณผู้ร่วมทำความดีด้วยความสมัครใจ จำนวน 137 คน โดยมีปริมาณโลหิตที่ได้รับบริจาค จำนวน 89 ยูนิต หรือไม่น้อยกว่า 31,150 ซีซี ตลอดจนผู้ที่ร่วมประชาสัมพันธ์บอกบุญต่อสังคม คุณความดีที่ท่านได้เสียสละมีจิตสาธารณะโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จะสามารถขับเคลื่อนสนับสนุนให้งานบริการโลหิตของประเทศไทยเป็นไปอย่างเพียงพอ เป็นดังความหวังและแสงสว่างที่จะช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้อีกมาก
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวต่อไปว่า “หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะเป็นสื่อกลางก่อเกิดความอิ่มเอมใจทั้งผู้ให้ ผู้รับ และสังคม ช่วยเติมเต็มความต้องการของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ซึ่งในแต่ละวันต้องการโลหิตเพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ และเป็นยารักษาโรคที่สำคัญ มากกว่า 1,800 - 2,000 ยูนิต อย่างไรก็ดี ขอให้ความเชื่อมั่นว่า กรมการพัฒนาชุมชน ปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. รักษามาตรการสร้างความมั่นใจให้เป็นสถานที่ปลอดภัยจาก COVID-19 มีการควบคุม ดูแล รักษาความสะอาด อุปกรณ์ สถานที่ และสุขอนามัยของผู้มาบริจาคโลหิต และบุคลากรที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ "บริจาคโลหิต" อีกหนึ่งความดีที่ทำได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีใจกุศลที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ขอเชิญชวนร่วมบริจาคโลหิตฝ่าวิกฤติโควิด-19 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อส่งต่อโลหิตที่ปลอดภัยให้กับผู้ป่วย ได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ อยู่จังหวัดไหน บริจาคจังหวัดนั้น หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.0 2256 4300 หรือ 1664”
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |