'โฆษกก้าวไกล' เล่าเป็นฉากๆแฉกระบวนการโจมตีสร้างเรื่องยุบพรรค เพื่อเบี่ยงประเด็นก่อนซักฟอกรัฐบาล


เพิ่มเพื่อน    

3 ก.พ.64 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับพรรคก้าวไกล ในขณะนี้ เป็นแค่กระบวนการเพื่อเบี่ยงประเด็น ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น อยากให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันกระบวนการเหล่านี้ เพื่อจะได้ไม่หลงประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามจะเชื่อมโยง ตนขอย้อนเหตุการณ์ของกระบวนการนี้ให้ชัดๆ อีกครั้ง จะได้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการทำงานเป็นทีม ใช้วิธีการเดิมๆ ในการกล่าวหาพรรคก้าวไกล เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.2564 เริ่มมีการออกมาเปิดเผยเรื่องการรับเครื่องราชย์ฯ ว่าใครรับบ้างไม่รับบ้าง และแน่นอนว่าไม่พ้นโยงไปสู่การกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ต่อมาวันที่ 28 ม.ค.2564 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่าจะยื่นญัตติของพรรคฝ่ายค้านให้ประธานสภาตรวจสอบ เนื่องจากเห็นว่าญัตติของพรรคก้าวไกลมีเนื้อหาขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์

ถัดมาวันที่ 29 ม.ค. 2564 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ออกมางับไม้ต่อให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนจะเดินหน้าฟ้องพรรคก้าวไกล หากญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านบรรจุเข้าที่ประชุม ตนก็เตรียมที่จะดำเนินการฟ้องร้องตามมาตรา 112 แก่ผู้นำฝ่ายค้าน และ ส.ส.ที่ร่วมลงชื่อในญัตติ ซึ่งต้องรอให้มีการบรรจุระเบียบวาระก่อน เพื่อให้มีหลักฐานว่าการบรรจุระเบียบวาระได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

จากนั้นในวันที่ 30 ม.ค. 2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถามมาตรา 112 หนักหัวใคร ในลักษณะเป็นการสร้างวาทกรรมความหวาดกลัวให้สังคมไทยเข้าใจว่า การกล่าวถึงกฎหมายมาตรานี้เป็นสิ่งต้องห้าม สร้างความกระอักกระอ่วนให้ผู้คนในวงกว้าง ชี้หน้าว่าพรรคก้าวไกลพยายามทำสิ่งต้องห้าม ทั้งที่ความจริงแล้ว สังคมไทยควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสร้างวัฒนธรรมการพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างเปิดเผย อีกทั้งพรรคก้าวไกลได้แสดงจุดยืนต่อการแก้ไขกฎหมายมาตรานี้หลายต่อหลายครั้งว่า เราไม่ต้องการให้มีการนำกฎหมายฉบับนี้เป็นเครื่องมือเพื่อใช้เล่นงานทางการเมือง

"ล่าสุดวันที่ 2 ก.พ. 2564 นายณฐพร โตประยูร นักร้องเจ้าเดิม ยื่นยุบพรรคก้าวไกล ข้อหาพรรคเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง หลังจากนี้จนถึง 15 ก.พ. 2564 ก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอให้พี่น้องประชาชนต้องจับตาดูขบวนการลิ่วล้อเหล่านี้ให้ดี เชื่อว่าจะทำงานหนักมากขึ้นเพื่อเบี่ยงประเด็นการซักฟอกของฝ่ายค้าน พร้อมใส่ร้ายพรรคก้าวไกล เชื่อมโยงใส่ร้ายโดยอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งตลาดการซื้อขายเสียงเพื่อลงมติเห็นชอบเริ่มเปิด แต่เชื่อเหลือเกินการลงทุนครั้งนี้ของรัฐบาลจะเป็นการลงทุนที่ขาดทุนย่อยยับ เพราะจะไม่มีระฆังสั่งหมดยกเหมือนครั้งที่ผ่านมา อีกทั้งประชาชนจะจับตามองการชี้แจงของรัฐบาล และเชื่อว่า การซักฟอกรัฐบาลในครั้งนี้อาจเป็นการชี้ชะตาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายณัฐชา กล่าว


"เหงาเหลือเกิน"....ขอบ่นซักคำเหอะ! ก็ทำไมจะไม่เหงาล่ะครับ เข้ามาโรงพิมพ์ มืดตึ๊ดตื๋อ ไม่มีใครมาทำงานซักคน! เคยเห็นแต่บริษัท "ลอยแพพนักงาน" หรือผมเป็นรายแรกที่ถูก "พนักงานลอยแพ"?

เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด