อดีตรองอธิการบดีมธ.ตอก'ธนาธร'ยังไม่ตระหนักว่าปชช.เอือมระอาที่ยังดึงดันหาช่องโจมตีสถาบัน


เพิ่มเพื่อน    

 

5 ก.พ.64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
เห็นข่าวคุณธนาธรไปร้องศาลอาญาขอให้เพิกถอนคำสั่งการให้ปิดกั้นการเผยแพร่คลิปที่คุณธนาธร “ไลฟ์สด” ในหัวข้อ “ วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย” แล้วทำให้ต้องมาโพสต์เรื่องนี้อีกครั้ง เพราะไม่ว่าใครจะชี้แจงอย่างไร คุณธนาธรก็ไม่รับฟัง และยังคงใช้ข้อมูลชุดเดิม บิดเบือนแบบเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นั่นเอง
คุณธนาธรยืนยันกับศาลว่า การตรวจสอบการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนของรัฐบาล สามารถทำได้ จึงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ........สถาบันกษัตริย์เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ดังนั้นการพูดถึงโดยสุจริตและหวังดีต่อสังคม ปราศจากความอาฆาตมาดร้าย เป็นสิ่งที่พลเมืองพึงกระทำ......
ประเด็นเรื่องการใช้คำว่า “วัคซีนพระราชทาน” นั้น คุณธนาธรชี้แจงว่า ตัวเองเข้าใจว่าเป็นวัคซีนพระราชทานจริงๆ เพราะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และหน่วยงานของรัฐเป็นคนใช้คำนี้ ตนไม่ได้เป็นผู้เริ่มใช้ ซึ่งตนเห็นว่า การที่หน่วยงานของรัฐนำคำนี้มาใช้จึงไม่เหมาะสม ไม่ควรทำ ถ้าเกิดความผิดพลาดใดมาเรื่องวัคซีน จะกระทบสถาบันได้
ในประเด็นข้างต้น ต้องยอมรับว่า ที่พลเอกประยุทธ์พูดนั้น ไม่ชัดเจนนัก โดยพูดว่า
“ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์จำกัด.....”
ที่ชัดคือ พลเอกประยุทธ์ไม่เคยใช้คำว่า
“วัคซีนพระราชทาน” ตรงๆเลยสักครั้ง
คุณธนาธรไปตีความเอาเองแบบมีอคติ เสียมากกว่า
ทั้งๆที่ตัวเองพูดเองว่า การใช้คำว่า วัคซีนพระราชทานเป็นการไม่เหมะสม ดังนั้นถ้าทำด้วยความหวังดีอย่างที่อ้าง คุณธนาธรก็ไม่ควรใช้คำนี้เสียเอง
ไม่ว่าจะดูและฟังคลิปของคุณธนาธรกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถเข้าใจเป็นอื่นไปได้ นอกจากเข้าใจว่าสิ่งที่คุณธนาธรจะสื่อ หรือ “message” ที่ต้องการจะส่งไปถึงสาธารณะคือ
“ รัฐบาลตัดสินใจ ที่จะซื้อวัคซีนจากบริษัทเดียวคือ Astra Zeneca และมอบให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้รับจ้างผลิตวัคซีนภายในประเทศ ทั้งยังให้เงินสนับสนุนแก่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์โดยไม่เปิดโอกาสให้มีบริษัทอื่นๆเข้าทำการแข่งขันแต่อย่างใด ซึ่งบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นบริษัทที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงเป็นเจ้าของ เป็นบริษัทที่ตั้งมา 11 ปีแต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จทางธุรกิจเลย ประสบการการทุนทุกปี
การทำเช่นนี้เป็นการแทงม้าตัวเดียว เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์หรือไม่ และทำให้ประเทศไทยได้รับวัคซีนช้า และในจำนวนที่น้อยเกินไป ทำให้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ที่ควรจะได้หรือไม่”
ต้องขอบอกว่า ชอบแล้วที่จะให้หยุดการเผยแพร่คลิปเรื่อง “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย” นี้เสีย เพราะเป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมและไม่ใช่ข้อเท็จจริง หากเผยแพร่ต่อไป จะทำให้คนที่ไม่ชอบการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อยืนยันความถูกต้อง เข้าใจผิด อันเป็นการเสื่อมเสียถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่ต้องสงสัย
การที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ ในนามคณะก้าวหน้า ไม่ได้รับเลือกเลยแม้แต่คนเดียว และขณะคุณธนาธรไปข่วยหาเสียง ก็มีคนมาขับไล่ในหลายต่อหลายจังหวัด ยังไม่ทำให้คุณธนาธรตระหนักอีกหรือ
ล่าสุดที่คุณธนาธรโพสต์ประณามการรัฐประหารในพม่า ใน fan page ของคุณธนาธรใน fb ก็ถูกทัวร์ลงอย่างหนัก มีผู้ให้ความเห็นสนับสนุนเพียงประปราย และแทบไม่มีใครออกมาแก้ต่างให้เลยสักคน คุณธนาธรก็ยังไม่ตระหนักอีกว่า ประชาชนเริ่มเอือมระอาต่อการที่คุณธนาธรและพวก ยังดึงดันหาช่องที่จะโจมตีสถาบันพร ะมหากษัตริย์อยู่ตลอดเวลา และเริ่มเสื่อมศรัทธาต่อคุณธนาธรมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ตอนออกมาจากศาล คุณธนาธรยังตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับมาตรา 112 อีกว่า
เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน คือ freedom of speech เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และยังมีโทษที่สูงเกินไป
ฟังแล้ว เกิดความหงุดหงิดใจ จนจากที่ตอนแรกยังลังเลอยู่ ผมจึงตัดสินใจระบายความหงุดหงิดด้วยการรีบไปลงชื่อให้กับกลุ่ม ไทยภักดี ของคุณหมอ วรงค์ เดชกิจวิกรม เพื่อคัดค้านการยื่นขอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เสียเลย และอาจจะมีคนอีกมากที่รู้สึกแบบนี้ และตัดสินใจทำแบบเดียวกันกับผมก็ได้นะครับ
เราต้องคอยติดตามดูในวันที่ 8 กพ นี้ว่า ศาลจะพิจารณาอย่างไร


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"