อย่าให้สังคมเรียก'ธนาธร จึงบิดเบือน'! พปชร.เตือนเลิกปั่นวัคซีน


เพิ่มเพื่อน    

8 ก.พ. 64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความทางเพจเฟซบุ๊กเรื่อง 3 ข้อสังเกต 3 ข้อเสนอ แผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิด เพื่อวิจารณ์การทำงานและการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลและคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์และสาธารณสุขว่า ทุกข้อเสนอและข้อสังเกตของนายธนาธรสะท้อนให้เห็นว่านายธนาธรไม่มีความรู้  แต่ทำตนรู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ควรรู้ ดังนั้นแทนที่จะพยายามอวดรู้ กับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ขอให้ใช้เวลากับครอบครัวอบรมจริยธรรมให้บุตรหลานโตไปไม่โกง โตไปไม่บิดเบือนเลื่อนลอย

หากนายธนาธรจะเบิกเนตรติดตามข้อมูลที่ถูกต้อง จะรู้ว่าไทยมีเป้าหมายให้คนไทยมีภูมิต้านทานโรคไม่น้อยกว่า 70% ของประชากร เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ไม่ให้เกิดการระบาดและตัดวงจรการแพร่โรค โดยกำหนดการฉีดวัคซีน เป็น 3 ระยะ ระยะแรก ก.พ.-เม.ย.64 จนถึงระยะที่ 3 สิ้นสุดต้นปี 2565 ดังนั้นนายธนาธรจึงให้ข้อมูลที่ผิด  ว่ากว่าจะฉีดครบในปี 2566 ไม่เป็นความจริง อีกทั้งข้อมูลการอ้างอิงประเทศนิวซีแลนด์ของนายธนาธรก็คลาดเคลื่อน  ไทยดำเนินการได้มาตรฐานเดียวกับนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะเป้าหมายความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก นิวซีแลนด์ก็เคยเลื่อนการฉีดวัคซีนและประกาศชัดเจนว่า “เราไม่ได้อยู่ในการแข่งขันฉีดวัคซีนว่าต้องเป็นที่ 1 แต่เราต้องมั่นใจในความปลอดภัยและการเข้าถึงวัคซีนตามกำหนด”  ดังนั้นก่อนยกตัวอย่างโปรดศึกษาข้อมูลก่อน อีกทั้งไทยก็ไม่ได้พึ่งพาวัคซีนจากแหล่งเดียว ไทยติดต่อจากหลายแหล่ง และขณะนี้วัคซีนของซิโนแวคและจอห์นสันก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.)

การที่นายธนาธรเสนอให้ไทยเร่งซื้อวัคซีนโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและซื้อในราคาที่สูงกว่า 3 เท่า (6 หมื่นล้าน) เพื่อแลกกับรายได้จากการท่องเที่ยวเดือนละ 2.5 แสนล้านบาทนั้น เห็นว่านายธนาธรมีวิสัยทัศน์คับแคบไม่คำนึงถึงสุขภาพประชาชน มีความรู้เรื่องวัคซีนแบบงูๆ ปลาๆ  เพราะต่อให้ฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้นในราคาที่แพงถึง 3 เท่าก็ไม่ได้ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยกลับคืนมาในระยะที่พูดได้  เนื่องจากทั่วโลกก็ยังเกิดการแพร่ระบาดอยู่อย่างหนัก หากเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เสี่ยงที่จะติดเชื้ออยู่ดี และวัคซีนโควิด-19 ในปัจจุบันจะเป็นการป้องกันการเกิดโรค ลดอาการของโรคและไม่ตายจากโรค เมื่อรับวัคซีนอาจติดเชื้อได้ ดังนั้นไม่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีน ประชาชนทุกคนก็ต้องใช้มาตรการตามที่คณะแพทย์แนะนำ

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจและน่าสังเกตก็คือ ทำไมช่วงเวลาเดียวกันกับที่รัฐบาลกำลังเร่งจัดหาวัคซีนเมื่อปีที่แล้วนั้น  เป็นช่วงเดียวกันกับที่มีการชุมนุมของกลุ่มปลดแอก พบว่านายธนาธรได้แสดงความเห็นทางเพจเฟซบุ๊กตลอดเดือนสิงหาคมราว 27 โพสต์ โดย “ไม่มีข้อความใดที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19เลย”  มีแต่ออกมาเรียกร้องเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญและสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นส่วนใหญ่ จึงเห็นได้ว่านายธนาธรให้ความสำคัญกับเรื่องการเมืองมากกว่าเรื่องวัคซีนที่มีผลต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน  ดังนั้นที่นายธนาธรอ้างว่าแสดงความคิดเห็นด้วยความปรารถนาดีนั้น ดูเหมือนจะเป็นการหวังดีประสงค์ร้ายต่อชีวิตประชาชนที่จะเร่งให้ฉีดวัคซีน ทั้งที่ทีมแพทย์และคณะทำงานมีการประเมินรอบด้านถึงความพร้อมต่างๆ อยู่เสมอ

"การเตรียมความพร้อมในการฉีดและการจัดส่งวัคซีนระบบลูกโซ่ความเย็นนั้น ทีมแพทย์และสาธารณสุขของไทยมีประสบการณ์และความพร้อมอย่างเต็มที่  ทั้งระบบติดตามและการควบคุมการขนส่งต่างๆ ซึ่งทุกอย่างทำก่อนที่นายธนาธรจะโหนกระแสวัคซีน  ดังนั้นสิ่งเดียวที่นายธนาธรควรทำคือ หยุดพูดคล้ายกล่าวหาการทำงานของคณะแพทย์และคนทำงานทุกคน ที่สะท้อนถึงการทำลายความเชื่อมั่นและทำลายกำลังใจ ควรมูฟออนชีวิตไปในทิศทางสร้างสรรค์ หากยังวนเวียนเรื่องวัคซีนแบบไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง อาจทำให้สังคมเรียกว่า นายธนาธร จึงบิดเบือน ก็เป็นได้ ทั้งหมดนี้ด้วยความปรารถนาดีเช่นกัน" น.ส.ทิพานัน ระบุ.

 


เห็นคนไทยกระฟัดกระเฟียดเอากับรัฐบาลเรื่องวัคซีน นึกถึงตอนเป็นนักเรียน

"วัคซีน" ที่เป็นวรรค-เป็นเวร
เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'