บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

จับยามสามตาแล้วคงเป็นอย่างที่ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ได้ โพสต์ เฟซบุ๊ก ทั้งในภาค ภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทย ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ระบุว่า การเมืองไทยร้อนแรงมากถึงมากสุด ไทยหาใช่ดินแดนของการประนีประนอม หาใช่รอมชอมไม่ ซึ่งความร้อนแรงนั้นก็มาจาก กรรม ออนไลน์เช็กบิลนั่นแล ...๐

ที่สำคัญยังดูมีการเติมเชื้อเพลิงเชื้อไฟของบรรดา ทั่นผู้ทรงเกียรติ ให้ร้อนทะลุปรอทแตกเข้าไปอีก โดยเฉพาะที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำรายชื่อ ส.ส. 44 คน จาก ส.ส.ทั้งพรรค 53 คน ไปยื่นแพ็กเกจร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน จำนวน 5 ฉบับ โดย พิธา ยังได้ประดิษฐ์ ปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง ในการยื่นเรื่องดังกล่าวตามสไตล์วลี นิติสงคราม ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าออกมาแบบไม่ผิดเพี้ยน ...๐

ร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับนั้น ที่สังคมโฟกัสมากที่สุดคงหนีไม่พ้นฉบับหลักคือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การแก้ไขประมวลกฎหมาย มาตรา 112 ซึ่งแม้มีเพียง 12 มาตรา แต่หากพินิจพิเคราะห์ด้วยใจเป็นกลาง ต้องบอกว่าสังคมยากจะยอมรับได้ แล้วยังย้อนแย้งกับที่ พิธา พร่ำบ่นว่าด้วย ปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง เข้าไปอีก เพราะใน มาตรา 6 ที่เสนอนั้น ได้ระบุให้ สำนักพระราชวัง เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย โดยเป็นการให้สำนักพระราชวังลงมาค้าความกับชาวบ้านร้านถิ่นโดยใช่เหตุหรือไม่อย่างไร ...๐

นี่ยังไม่นับรวมการปรับลดโทษที่ลดจำนวนลงอย่างมาก ซึ่งก็สอดรับกับกฎหมายที่เหลืออีก 4 ฉบับ ที่พยายามลดหย่อนโทษให้เหลือเป็นเพียงค่าปรับ หรือ โทษทางแพ่งถ่ายเดียว ซึ่งหากข้อเสนอนี้เป็นรัฐบาลเสนอ มิถูกกล่าวหาว่าเอื้อคนรวยและเจ้าสัวให้เหยียดหยามหรือด่าทอคนอื่นหรือ เพราะผู้มีอันจะกินเหล่านี้ย่อมมีปัญญาในการจ่ายค่าปรับที่แทบไม่สะเทือน ขนหน้าแข้ง แต่ประการใดเลย จึงน่าสงสัยอย่างมากว่า เป้าประสงค์ ของก้าวไกลที่เจริญรอยตามคณะก้าวหน้าครั้งนี้มีอะไรในกอไผ่ซุกซ่อนหรือไม่อย่างไร ...๐

ต้องไม่ลืมอีกเช่นกันว่า กฎหมายไม่มีผลย้อนหลังยกเว้นกฎหมายที่เป็น คุณ ซึ่ง หากจับพลัดจับผลูกฎหมายดังกล่าวเกิดมีการบังคับใช้ขึ้นมา ซึ่งแม้มีเปอร์เซ็นต์ที่แทบเป็นไปไม่ได้ก็ตามที แต่ก็จะเท่ากับเป็น นิรโทษกรรม ผู้กระทำความผิดที่ศาลตัดสินแล้ว และคดีที่ค้างคาอยู่อย่างมากให้ลอยนวลกันเลยทีเดียว ...๐ 

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลให้เหตุผลถึงการแก้ไขมาตรานี้ไว้ว่า ไม่ได้เป็นการยกเลิกกลไกการคุ้มครองเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ แต่ปรับปรุงให้เข้ายุคสมัย ซึ่งสิ่งที่เราเสนอคงไม่ถูกใจคนที่เห็นว่าควรยกเลิกไปเลย แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเราพยายามเสนอข้อเสนอที่จะรับกันได้มากที่สุด!!! ฟังเหมือนดูดี แต่ลองมาพินิจถ้อยคำของ คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ที่ไม่ร่วมลงชื่อ ที่ระบุว่า "มองในแง่หลักการ บางอย่างยังไม่ถึงเวลา ตามหลักการกฎหมายแม้เขียนออกมา แต่ถ้าคนไม่ได้ทำผิด ก็ไม่เป็นปัญหาต่อคนนั้นๆ อีกทั้งขนบธรรมเนียมแต่ละประเทศแตกต่างกัน ประเทศไทยมีระเบียบการปกครองเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเฉพาะพิเศษ ขนาดคนพรรคเดียวกันแท้ๆ ยังเห็นไปกันคนละทางอย่างนี้ แล้วจะโน้มน้าวสมาชิกรัฐสภาได้อย่างไรเล่า ...๐

ที่ขำไม่ออกเข้าไปอีก คือ ตอนร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์มีการล่าชื่อประชาชนกว่า 1 แสนคนเข้าชื่อเสนอต่อรัฐสภานั้น บรรดาฝ่ายค้าน โดยเฉพาะก้าวไกลต่างเชียร์สุดลิ่มทิ่มประตู ในเรื่องดังกล่าว แต่ล่าสุด กลุ่มไทยภักดี ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่นำรายชื่อประชาชนกว่าแสนคนขวางการแก้ไขมาตรา 112 ทำไมไม่มีเสียงของพรรคก้าวไกลออกมาสนับสนุนบ้าง เล่า โดยเจ้าของทฤษฎีกระดุม 5 เม็ด อ้อมแอ้มตอบว่าเป็นแค่เรื่องความเห็นต่างเท่านั้น ...๐

เห็นแบบนี้เลยนึกไปถึง โพสต์ของ สมบัติ ทองย้อย หัวหน้าการ์ดเสื้อแดงที่ถึงกับงงว่าพวกฝั่งประชาธิปไตยไม่ได้เสียน่ารักทุกคน เพราะมีทั้งด่าสาดเสียเทเสีย ซ้ำร้ายบางคนอาจเผด็จการทางความคิดเสียด้วยซ้ำ ท่าจะสะท้อนภาพของพรรคใครได้อย่างดีในช่วงนี้ ...๐

หันมาเรื่องร้องเรียนกันบ้าง ซึ่งบางคนไม่ได้รับการเยียวยาจากโครงการของรัฐไม่พอ ยังถูกซ้ำเติมจากรัฐเสียด้วย โดยเฉพาะ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่กำลังเก็บหนี้จากการหักเงินเดือนของบรรดาลูกหนี้ กยศ.ในปี 2564 โดยมีแชร์ข้อความในโซเชียลมีเดียว่า หากใครไม่อยากถูกหักเงินเดือน สิ่งที่ผู้กู้ต้องทำคือต้องเร่งชำระเงินงวดของปี 2564 ทั้งหมดภายในเดือน ก.พ. แน่นอนว่า วิธีการเก็บหนี้โดยหักเงินเดือนเป็นวิธีการหนึ่งที่ดี โดยเฉพาะบรรดาพวกชอบเบี้ยว หากแต่ไม่ควรเป็นตัวเลือกเดียวที่มีอยู่ เพราะต้องยอมรับมีบางคนสะดวกจ่ายเป็นรายปี และการมาหักเงินเดือนในช่วงได้รับผลกระทบโควิด-19 ไม่ต่างอะไรกับการเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ปีก่อน กยศ.มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. แต่ปีนี้ถ้าไม่มีก็ไม่ควรหาเรื่องซ้ำเติมกัน อย่าลืมว่า ลูกหนี้ กยศ.ดีๆ ก็มีเยอะ ...๐

 ท.ศักดิ์

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.