'เพื่อไทย' สงสัยโครงการโรงเตาเผาขยะเอื้อเอกชน 'อนุพงษ์' แจงไม่โกงอย่าสร้างนิยาย


เพิ่มเพื่อน    

18 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 22.55 น. วันที่ 17 ก.พ. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขออภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์เพื่อตนเอง พวกพ้อง ใช้กลไกลเพื่อทุจริตอย่างเป็นระบบ อย่างแยบยล เกี่ยวกับโครงการกำจัดขยะด้วยระบบเตาเผา หลังจากยึดอำนาจ คสช.คิดวิธีการจะแก้ไขปัญหาขยะ โดยนำเอากฎหมายที่เกี่ยวข้องมาดูว่า ตรงไหนเป็นอุปสรรคจัดการเรื่องขยะ โดยทั้ง 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์

ต่อมาได้มีการตั้ง พล.อ.ประวิตร เป็นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อนำเสนอปัญหา แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดการขยะเป็นไปด้วยความสะดวก ออกโรดแมป เมื่อ 16 มิ.ย.2558 รมว.มหาดไทย เสนอแนวทางกำจัดขยะมูลฝอย เพื่อให้คสช.ให้ความเห็นชอบ โดยเสนอยกเว้นกฎหมายผังเมือง จากที่ต้องใช้วิธีการกำจัดโดยการเผา ไม่ต้องนำกฎหมายผังเมืองมาใช้ ยกเว้นการทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โครงการเกิน1พันล้านบาท เดิมต้องเข้าข่ายใช้พรบ.ร่วมทุน ก็มีการแก้ไขกฎหมายพรบ.รักษาความสะอาด มาตรา 34/1 ยกเว้น กรณีที่มีการจัดสร้างโรงเตาเผาขยะเกิน 1พันล้าน ไม่ต้องเข้าข่ายในพรบ.ร่วมทุน พล.อ.อนุพงษ์ แก้ไข โดยออกประกาศเพิ่มเติมกระทรวงมหาดไทย เมื่อ3พ.ย.2560 ว่าด้วยการจัดการมูลฝอยพ.ศ.2560 สาระสำคัญนำไปสู่การทุจริต ประพฤติมิชอบ คือข้อ18 ที่ระบุ กรณีให้เอกชนมาดำเนินการ ก่อสร้างโรงงานกำจัดขยะมูลฝอย ให้นำกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุภาครัฐมาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งคำว่า โดยอนุโลม เป็นปัญหา เป็นช่องว่าง นำไปสู่การแสวงหาประโยชน์

โครงการกำจัดขยะกทม.ทั้งที่อ่อนนุช หนองแขม โดยคำว่า อนุโลม ทำให้รัฐเสียหาย 4380 ล้านบาท โรงขยะกทม.2โรง ทำไมเกี่ยวข้องกับเงินที่ทำรัฐเสียหายกว่า 4พันล้านบาท กทม.มีนโยบายกำจัดขยะ เดิมว่าจ้างสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ฝั่งธน ศึกษาและวิเคราะห์เบื้องต้น มี ดร.ส ที่อยู่มหาวิทยาลัยของรัฐ ย่านฝั่งธน โดยทำการศึกษาวิเคราะห์แล้วยื่นใส่มือกทม. ทีมงาน ดร.ส. ที่ศูนย์วิจัยกำจัดของเสีย ก็ยังพบ ดร.ช ที่เป็นสุภาพสตรี อยู่ในคณะทำวิจัยอยู่ในศูนย์วิจัยแห่งนี้

ต่อมา ดร.ส. ดร.ช. ลาออก มาเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ที่เข้ามาเป็นคู่สัญญาในการหาราคากลาง ในการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง เพราะเรื่องนี้ถ้าใครรู้ข้อสอบก่อน ย่อมได้เปรียบ ในส่วนของ กทม.มอบให้นาย ว. ผู้อำนวยการกำจัดขยะ ลงนามแทน ผู้ว่ากทม. โดยนาย ว เป็นคนสำคัญนำไปสู่การประกวดราคาผู้รับจ้าง ทำให้รัฐเสียหาย เมื่อเข้าสู่กระบวนการหาราคากลาง ที่หา3บริษัท มาเป็นผู้เทียบ เพื่อหาผู้เสนอราคาต่ำสุดที่กทม.กำหนดไว้ โดยกทม.กำหนดราคากลาง 900บาทต่อตัน ในการกำจัดขยะมูลฝอย ทั้ง3บริษัทที่นำมาเสนอ

ปรากฏว่าหนึ่งในบริษัทที่ผ่านการเห็นชอบ ทำหนังสือตอบกลับมาเพียง 27 ชั่วโมงหลังจากได้หนังสือจากกทม.ไปแล้ว และเป็นบริษัทที่ไม่มีความชำนาญจากการทำธุรกิจเตาเผาขยะมาก่อน รวมทั้งการประกาศการพิจารณากลาง คือวันสุดท้ายของอีกบริษัทที่เสนอเข้ามา มันเป็นไปได้หรือ มีการตั้งแท่นเอาไว้ก่อนใช่หรือไม่ มีการล็อกสเปคเอาไว้ตั้งแต่ต้นทางหรือไม่

นายประเดิมชัย กล่าวว่า ทราบมาอีกว่า การเสนอศูนย์โครงการจำกัดขยะเตาเผาอ่อนนุชกับหนองแขม แม้เป็นคนละบริษัทที่ได้งาน แต่เมื่อไปดูในรายละเอียดพบว่า ทั้งสองบริษัท มีกรรมการผู้จัดการคนเดียวกัน ที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่เดียวกันอีก ยังไม่นับรวมการได้คะแนนประเมินที่ได้มากผิดสังเกตุอีกด้วย ผลจากปัญหาโรงเตาเผาขยะทำให้ รองผู้ว่ากทม. 2 คน ที่ได้รับมอบหมายดูแลสำนักสิ่งแวดล้อม ประกาศลาออก เพราะมีเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบหลายเรื่อง เลยไม่อยากลงนามรับรองโรงกำจัดขยะทั้ง2แห่ง

ขณะเดียวกันมีข่าวเคยออกมาว่า ลูกชาย ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ มีบารมี วิ่งไปจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ รับเคลียร์โรงกำจัดขยะ ถึงขั้นเบิร์ดกะโหลก ผู้ว่าบางจังหวัดได้ ที่บังอาจขัดขวางโรงกำจัดขยะ ขอย้ำว่า ลูกชายคนใหญ่คนโตนั้น ไม่ใช่ลูกชาย พล.อ.อนุพงษ์ โดยเหตุการณ์นี้ คงไม่เกิดขึ้นถ้าใช้พรบ.จัดซื้อจัดจ้างพ.ศ.2560 แต่ตามพรบ.นี้ บอกว่า ให้รัฐมนตรีผู้กำกับเป็นผู้ชี้ขาด เพราะเงินกว่า 4พันล้านบาท ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าไม่ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่ออาศัยช่องทางตรงนี้ ก็ไม่เกิดความเสียหายแน่นอน เงิน4พันกว่าล้าน ถ้าเอามาให้โบนัส ลูกจ้างพนักงานกทม.ที่มีกว่า 5หมื่นคน คงมีขวัญกำลังใจทำงานมากขึ้น

ไม่รู้ว่า เงินจำนวนนี้ ไปเข้ากระเป๋าใคร แต่คนที่ตัดสินใจคนสุดท้ายคือ พล.อ.อนุพงษ์ ตนจึงไม่อาจไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็น ผู้บังคับบัญชา พล.อ.อนุพงษ์ และพล.อ.ประวิตร ที่เป็นประธานฯ รวมทั้งพล.อ.อนุพงษ์ ที่กำกับดูแลกทม.ด้วย  ถ้าเปรียบเป็นวิ่งผลัด คงมีการส่งไม้เป็นทอดๆ คนสุดท้ายวิ่งเข้าเส้นชัยคือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. ฉะนั้น พฤติกรรม วิธีบริหารแผ่นดินแบบนี้ ไม่อาจไว้วางใจทั้ง3ท่านได้ และจะยื่นร้องพล.อ.อนุพงษ์ ไปตามหน่วยงานต่างๆ

พล.อ.อนุพงษ์ ชี้แจงว่า หลังคสช.เข้ามา รู้ว่ามีปัญหาขยะสะสม ขยะที่มีมากส่วนหนึ่งคือ การฝังกลบ ดำเนินการไม่ถูกต้องตามสุขภิบาล ปัญหาขยะมีปัญหามาก เกิดการตกค้างหลายล้านตัน คสช.จึงถือให้เป็น วาระแห่งชาติ โดยบ่อขยะมีเกือบ3พันบ่อทั่วประเทศ แต่ละที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามสุขอนามัย เป็นเรื่องที่คสช.คิด ไม่ได้คิดแบบที่ผู้อภิปรายคิดว่า จะมีการเตรียมการโกง ไม่รู้ว่า จับมาโยงกันได้อย่างไร เราต้องการลดขยะ ไม่ให้ตกค้าง โดยกระทรวงทรัพย์ฯ ออกแผนแม่บทมา ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย

ขณะที่มท.มีปัญหาเช่นกัน เพราะมีหลายหน่วยถือกฎหมาย แก้ปัญหาไม่ได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละที่เป็นเอกเทศ ถ้าไม่ทำร่วมกัน ไม่มีทางทำได้เลย  จำกัดขยะไม่ได้ เพราะถ้าจะทำโรงขยะ เกิดการต่อต้าน และติดปัญหาผังเมือง ถ้าจะนำขยะจากอีกที่มาจำกัดอีกที่ มีค่าขนย้าย จึงคิดว่า ให้มีโรงกำจัดที่นั่น เลยเป็นที่มาคำสั่งคสช. โดยยกเว้น กฎหมายผังเมือง สำหรับโรงไฟฟ้าขยะ ในส่วนเรื่อง อีไอเอ เป็นมติจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมเมื่อปี 2558 ต่อมาแม้มีการแก้ไขบ้าง เป็น ซีโอพี ก็เป็นเรื่องกระทรวงทรัพย์ฯ เพื่อแก้ปัญหาขยะ โดยเฉพาะกทม.มีขยะกว่า 1.7หมื่นตัน เลยเป็นที่มาในการแก้กฎหมาย เพราะคนก่อนไม่ได้คิด เราไม่ได้คิดแก้เพื่อจะโกง อย่าโยงมาเป็นนิยาย

ส่วนข้อกล่าวหา ใช้กฎหมายวางแผนที่จะโกง เราไปดูว่าติดที่อะไร เมื่อติดที่กฎหมายเลยไปหาแนวทางที่จะแก้ ถ้าจะทำให้สร้างสรรค์ คอยตรวจสอบถ่วงดุลนั้นดี ถ้าคนโกงอยู่ได้ คนเขียนนิยาย คงไม่ดีต่อระบบประชาธิปไตย ในส่วนของกทม.มีปัญหาขยะกว่าหมื่นตันต่อวัน จะให้ฝังกลบอย่างเดียว ไม่จบ ขนไปฝังทั้งนครปฐม แปดริ้ว เสียค่าขนส่งอีก เลยมาคิดว่าจะทำอย่างไร ไม่ได้ออกกฎหมายเพื่อไปเอื้อ แต่เพื่อให้การจำกัดขยะเดินไปได้ บริษัทที่ไม่ได้งาน ผมรู้จัก โทรให้ท่านก็ได้ ท่านต้องเชื่อผม ด้วยความสัจจริง ผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว แต่เมื่อสำนักงานกฎหมายมหาดไทยยืนยันต้องยก ก็ต้องยก เพราะว่าทำไม่ได้ ไม่มีเจตนาอื่น นี่คือความเป็นมา ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น อย่างที่คิดมาเป็นนิยาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 00.25 น. วันที่ 18 ก.พ. นายสุชาติ สั่งพักการประชุม และกำหนดให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อในเวลา 9.00 น. 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"