อดีตรองอธิการบบดีมธ.เล่าเส้นทางการต่อสู้กปปส.คารวะแกนนำผู้ที่ต้องคดีทุกคนคือผู้เสียสละ


เพิ่มเพื่อน    


26 ก.พ.64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
ต้องขอยกย่องแกนนำกปปสทุกคน ที่ยอมเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกันครบโดยไม่บิดพลิ้ว ไม่วิพากษ์วิจารณ์ศาล และที่สำคัญ ไม่คิดหนีออกนอกประเทศ จวบจนกระทั่งศาลอาญามีคำพิพากษา ดังที่ได้ทราบกันโดยทั่วไปแล้ว
ในฐานะที่ผมเอง ต้องถือว่า มีส่วนร่วมในการชุมนุมประท้วงอยู่บ้าง ทั้งในฐานะผู้ร่วมชุมนุม และในฐานะผู้อภิปรายบนเวทีเป็นครั้งคราว ในนามกลุ่ม “ธรรมศาสตร์ อภิวัฒน์ประเทศไทย” จึงอดมีความรู้สึกใจหายไม่ได้ 
ความจริงผมร่วมชุมนุมประท้วงรัฐบาลตั้งแต่สมัย กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแล้ว เนื่องจากไม่สามารถยอมรับพฤติกรรมคุณทักษิณ พฤติกรรมของพรรคไทยรักไทย และพฤติกรรมของรัฐบาลคุณทักษิณได้ แน่นอนว่าผมมีข้อมูลเพียงพอที่ตัดสินเช่นนั้น
ผมยุติการเข้าร่วมการชุมนุมเมื่อมีการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ในช่วงรัฐบาลคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยคุณทักษิณ เพราะไม่เห็นด้วย เนื่องจากการตัดสินใจกดดันเช่นนั้น ทำให้ประชาชนเดือดร้อนในวงกว้าง และเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติมากจนเกินไป
เมื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีต่อจากคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ประกาศยุบสภาตามที่ลั่นวาจาไว้ พรรคการเมืองยี่ห้อใหม่ คือพรรคเพื่อไทย ภายใต้การบงการของคุณทักษิณ จึงมีโอกาสกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง 
ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยรณรงค์หาเสียงโดยใช้คำขวัญ 
“ ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” และส่งน้องสาวที่แท้จริงไม่ได้เป็นคนโง่อย่างที่ถูกตราหน้า แต่เป็นผู้ไม่ประสีประสาทางการเมือง และยิ่งไม่ประสีประสาในการบริหารประเทศแม้แต่น้อย ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง วางตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งชัดเจนว่า คุณทักษิณเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง โดยที่ไม่มีใครในพรรคสามารถโต้แย้งได้ 
หากจะวิจารณ์ใครว่า “สืบทอดอำนาจ” ก็คุณทักษิณนี่แหละ เป็นผู้วางแผนสืบทอดอำนาจตัวจริง ตั้งแต่วางตัวให้คุณสมัคร สุนทรเวช คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยเป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้พรรคพลังประชาชน และคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ภายใต้พรรคเพื่อไทย
เป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง เมื่อพรรคเพื่อไทยยังชนะเลือกตั้ง คุณยิ่งลักษณ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมใจคุณทักษิณ และได้ดำเนินการตามแนวทางของคุณทักษิณที่ได้หาเสียงไว้ทุกประการ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้มีการทุจริต และเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล
ตอนนั้น ผมเองคิดอยู่ในใจ และพูดกับสมาชิกในครอบครัวว่า เราคงยอมให้พวกเขาทำลายประเทศอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ แต่เราไม่สามารถจะนำการประท้วงได้ด้วยตัวเอง
เมื่อคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมานำ การประท้วง ซึ่งจริงๆเราก็ไม่ได้ชื่นชอบคุณสุเทพมากนัก แต่ผมและครอบครัวก็ตัดสินใจเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงโดยไม่ลังเล
เมื่อสภาผู้แทนราษฎรใช้เสียงข้างมาก 
ผ่านพรบ นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย เสนอโดยพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2556 เวลา 2.30 น ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน เป็นล้านๆคน จนในที่สุดวุฒิสภาไม่กล้าให้ พรบ ฉบับนี้ผ่าน พรบ นิรโทษกรรมสุดซอย หรือฉบับเหมาเข่ง จึงตกไปในที่สุด
หลังจากนั้น คุณสุเทพเทือกสุบรรณ ยังคงเดินหน้าประท้วงขับไล่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ต่อไป ซึ่งแม้จะยังมีคนออกมาร่วมชุมนุมเป็นแสนๆ บางวันหลายแสน แต่ก็ไม่เคยมีคนออกมามากเท่ากับวันประท้วง พรบ นิรโทษกรรมสุดซอยอีกเลย 
ผมเองยังเข้าร่วมชุมนุมประท้วงต่อ เกือบทุกวัน เพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลแบบนี้บริหารประเทศอีกต่อไป แต่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ซึ่งน่าจะทำตามคำสั่งของเจ้าของพรรค ยังคงทำทุกอย่างเพื่ออยู่บริหารประเทศต่อไป
ด้วยเหตุนี้ แกนนำการประท้วงจึงใช้ยุทธวิธีกดดัน ด้วยการบุกยึดสถานที่ราชการ และบุกเข้าขัดขวางการเลือกตั้งหลังการยุบสภา 
ผมไม่เห็นด้วยกับยุทธวิธีดังกล่าว จึงไม่เคยเข้าร่วมในกิจกรรมแบบนั้นแม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อมีการทำรัฐประหาร แน่นอนว่าการทำรัฐประหารไม่ใช่วิถีทางของประชาธิปไตย และไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ขอบอกตามตรงว่า ผมรู้สึกโล่งใจ เพราะรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ โดยคุณทักษิณ จะได้ออกไป บ้านเมืองจะได้เข้าสู่ภาวะปกติเสียที เชื่อว่าผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ก็รู้สึกแบบเดียวกัน จึงไม่มีใครออกมาชุมนุมคัดค้านแต่อย่างใด เพราะตอนนั้นประเทศมาถึงทางตันจริงๆ ซึ่งผมไม่เชื่อว่า สภาวะทางตันจะเป็นการวางแผนของบางคนอย่างที่มีผู้กล่าวอ้าง
ต้องยอมรับว่าศาลท่านให้ความเป็นธรรมแล้ว โดยพิพากษาว่ากรณี กบฏ และกรณีก่อการร้ายตามข้อกล่าวหาไม่เข้าข่าย ผู้ที่ถูกลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ล้วนเกี่ยวข้องกับการบุกยึดหน่วยราชการ และบุกทำการขัดขวางการเลือกตั้งทั้งสิ้น หากไม่ตัดสินใจกดดันด้วยวิธีดังกล่าว วันนี้คงไม่ต้องถูกลงโทษจำคุก
อย่างไรก็ดี ผมถือว่าผู้ที่ต้องคดีทุกคนคือผู้เสียสละอย่างแท้จริง จึงขอคารวะทุกๆท่านด้วยใจจริง และหวังว่าศาลจะให้ความเมตตาในการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ต่อไป


 


สงกรานต์ปีนี้ เงียบเสียง "รื่นเริงสงกรานต์"! ถูกคำว่า "โควิด" กลบหมด คนโน้นเป็น-คนนี้เป็น ทำเอาผมพลอยเป็นไปด้วย เป็นโควิดหรือเป็นโรคจิตหลอน ก็พอๆ กัน

"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'
'จูราสสิก ปาร์ก' ภาค OctDem
เมื่อ"สัส"วิวัฒนาไขว่ห้าง