หมอกควันเหนือรุนแรงขึ้น


เพิ่มเพื่อน    

 

มลพิษเชียงใหม่ยังแย่ติดอันดับโลกเป็นวันที่สาม พบจุดความร้อนต่อเนื่องลามจากจุดเดิม สนธิกำลังเร่งปูพรมดับไฟป่า ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 กระทบสุขภาพ ยอดผู้ป่วยเกือบหมื่นราย ส่วนใหญ่โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ตา-ผิวหนังอักเสบ ทส.ลุยระงับเหตุป้องกัน ชิงเก็บเชื้อเพลิงลดรุนแรง หวังบรรเทาหมอกควันใน 17 จ.ภาคเหนือ

    วันที่ 9 มี.ค. สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง โดยสภาพตัวเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบตลอดทั้งวัน คุณภาพอากาศยังสูงเกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ รายงานผลการตรวจวัดจากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษในตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง และตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พบค่าฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อเวลา 13.00 น. อยู่ที่ 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.), 112 มคก./ลบ.ม., 91 มคก./ลบ.ม. และ 90 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำจิตอาสา พร้อมด้วยอุปกรณ์ทำการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ รวมทั้งล้างทำความสะอาดถนนเพื่อบรรเทาปริมาณฝุ่นควัน และเป็นการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหา
    สำหรับจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่นั้น รายงานระบุว่า เช้าวันที่ 9 มี.ค. พบจำนวน 211 จุด เกิดขึ้นใน 18 อำเภอ จากทั้งหมด 25 อำเภอ โดยอำเภอที่พบมากที่สุดคือ อำเภอเชียงดาว 39 จุด รองลงมาคือ อำเภออมก๋อย 38 จุด ทั้งนี้ พบว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในระยะนี้ส่วนใหญ่เป็นจุดที่ลุกลามจากจุดเดิม โดยในวันที่ 9 มี.ค. พบว่ามีจุดลุกลามจากวันที่ 8 มี.ค. มากถึง 69 จุด ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เขาสูงชันและเป็นหน้าผาสูง ทั้งนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทุกอำเภอเปิดปฏิบัติการดับไฟป่าเพื่อลมหายใจคนเชียงใหม่ โดยให้สนธิกำลังอาสาสมัครดับไฟป่าประจำหมู่บ้าน บูรณาการกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดับไฟป่าเพื่อควบคุมจุดความร้อนที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว เน้นเป้าหมายในพื้นที่ที่เข้าถึงยากและลุกลามในช่วงกลางคืนให้หมด
    อย่างไรก็ตาม ปัญหาฝุ่นควันที่เผชิญอยู่ในขณะนี้เกิดจากการได้รับอิทธิพลของลมตะวันตกและลมตะวันออกที่พัดพาฝุ่นควันจากพื้นที่ข้างเคียงเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ และความสามารถในการระบายอากาศน้อยมาก การสะสมของฝุ่นควันขึ้น-ลงในแนวดิ่ง พออากาศอุ่นฝุ่นจะลอยขึ้นสูง แต่ยังไม่มีที่จะระบายออก พออากาศเย็นก็จะถูกกดลงมา ไม่สามารถระบายออกไปได้ ขอให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นควัน และรักษาสุขภาพของตนเองด้วย
    นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่สามารถบริหารจัดการได้ตามแผนทั้งการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ระหว่างฝ่ายของชุมชน ตำบล หมู่บ้าน และฝ่ายของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม โดยสภาพของอากาศทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นควันในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ จะเห็นว่าการบริหารจัดการเมื่อพิจารณาจากจุด Hotspot จนถึงขณะนี้พื้นที่ จ.เชียงใหม่เกิดขึ้นแล้วไม่เกิน 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้ทั้งสภาพอากาศและลมซึ่งหอบเอาสิ่งต่างๆ เข้าสู่เชียงใหม่
    ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานสภาวะอากาศจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ มีความกดอากาศต่ำเนื่องจากมีความร้อนปกคลุม ทำให้เป็นสาเหตุที่กลุ่มหมอกควันยังไม่ถูกลมระบายออกไป
    รายงานจากกลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุจำนวนผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศช่วงวันที่ 1 ก.พ.-5 มี.ค.64 พบผู้ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจ กลุ่มโรคหัวใจ หลอดเลือด กลุ่มตาอักเสบ กลุ่มผิวหนังอักเสบ และกลุ่มอื่นๆ รวม 9,234 คน พร้อมเตือนประชาชนงดทำกิจกรรมกลางแจ้งและป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นควันสะสมในร่างกาย
    วันเดียวกัน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนจึงทำให้สภาพพื้นที่ป่าในภาพรวมแห้งแล้ง มีการสะสมและทับถมของเศษใบไม้แห้ง เป็นเชื้อเพลิงตามธรรมชาติ ประกอบกับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรที่อยู่อาศัยทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต เหลือเศษวัชพืชทางการเกษตร โดยมีเกษตรกรบางรายใช้วิธีการเผากำจัดเศษวัชพืช
    ทั้งนี้ ในปี 2564 รมว.ทส.ได้มอบนโยบายแนวทางให้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้มาตรการเชิงรุก “ชิงเก็บ” โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนงานชิงเก็บเชื้อเพลิงที่อยู่ในเขตป่าไม้ เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่าที่จะเกิดขึ้น ตั้งเป้าหมายเก็บเชื้อเพลิงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการ เป้าหมายให้ได้จำนวน 1,000 ตันในเขต 10 จังหวัดภาคเหนือ ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง และจนถึงปัจจุบันสามารถดำเนินการเก็บลดเชื้อเพลิงได้เกินเป้าหมาย มากเกือบเท่าตัว และยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามแผนงานต่อไปจนกว่าจะหมดฤดูไฟป่าปี 2564
    นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาและควบคุมสถานการณ์ โดยกรมป่าไม้ได้วางแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยใช้มาตรการเตรียมพร้อม 1.การบริหารจัดการเชื้อเพลิง 2.ทำแนวกันไฟ 3.จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ จากหน่วยงานภายในพื้นที่ 4.จัดเจ้าหน้าที่ในการออกลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวัง ดับไฟป่า 5.ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า กรมป่าไม้ (War Room) 6.แจ้งจุดความร้อนพร้อมทั้งสั่งการผ่านแอปพลิเคชันพิทักษ์ไพร และการใช้เทคโนโลยีมาช่วย รวมถึงการใช้เฮลิคอปเตอร์ของ ทส.ปฏิบัติงานให้สัมฤทธิผลมากที่สุด
    นอกจากการวางมาตรการรับมือข้างต้นยังมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งผู้ที่กระทำผิดจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 4 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท หรือมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจากการรายงานสถานการณ์ไฟป่าของวันที่ 8 มี.ค.64 พบจุดความร้อนทั่วประเทศทั้งหมด 1,833 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภาคเหนือ 492 จุด มากสุดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 119 จุด จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันและควบคุมไฟป่าชุดเหยี่ยวไฟจากพื้นที่อื่น สับเปลี่ยนย้ายกำลังเข้าบูรณาการควบคุมไฟป่าเป็นการเร่งด่วนแล้ว เน้นการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เตรียมความพร้อมในการเข้าควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นเหตุไฟป่าสามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันสถานการณ์
    ส่วนสถานการณ์จุดความร้อนสะสมในเขตป่าสงวนแห่งชาติของวันที่ 9 มี.ค. โดยเฉลี่ยยังน้อยกว่าในปี 2563 จำนวน 6,884 จุด หรือน้อยกว่า 24% ของปีที่แล้ว ซึ่งยังคงต้องให้ทุกหน่วยงานภาคสนามที่รับผิดชอบติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.


เห็น "นายกฯ" ถ่ายทอดสด "ฟุตบอลยูโร" เอาใจคอบอลเลยอยากคุยเรื่องฟุตบอลมั่ง แต่ของผมระดับ "ฟุตบอลโลก" เลยแหละ!

ทีมแพทย์ 'ศูนย์วิจัย' จุฬาฯ
เรื่อง 'ไม่เป็นเรื่อง' (ซักวัน)
"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"