'ผกก.ชนบท'แจงแม่ร่ำไห้กราบป้ายโรงพักอาจไม่เข้าใจขั้นตอนตร.


เพิ่มเพื่อน    

14 มี.ค.64-พ.ต.อ.ชาญศิลป์ นาสูงชน ผกก.สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น กล่าวถึงกรณีนางยุวรีย์ งานหมั่น อายุ 52ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.4 ต.เพ็กใหญ่ อ.พล จ.ขอนแก่น นอนกราบป้าย สภ.ชนบทว่า กรณีดังกล่าวนั้นเนื่องจากนางยุวรีย์ได้พาน.ส.เอ (นามสมมุติ)ลูกสาวมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ชนบท เพื่อแจ้งว่าลูกสาวหายออกจากบ้านเมื่อเย็นวันที่ 12 มี.ค.และแจ้งความคนหายไว้ที่สภ.แวงใหญ่ ต่อมาเช้าวันที่13 มี.ค.พบตัวลูกสาวที่บ้านนายปิ๊ก(นามสมมุติ) ที่บ้านหนองสะแบง ม.8 ต.ห้วยแก อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านเขตติดต่อกัน  เมื่อพบตัวลูกสาวแล้วได้มีการซักถามทั้งลูกสาวและนายปิ๊ก จนทราบความจริงว่ามีเพศสัมพันธ์กัน ญาติจึงพา น.ส.เอ ไปพบพนักงานสอบสวนสภ.แวงใหญ่ และเล่ารายละเอียดให้ฟัง เมื่อพนักงานสอบสวนสภ.แวงใหญ่ทราบรายละเอียด จึงส่งตัว น.ส.เอ ไปตรวจร่างกายที่รพ.แวงใหญ่  เจ้าหน้าที่ในรพ.ซักถามรายละเอียด ญาติจึงเล่าว่า น.ส.เอ ถูกข่มขืนที่อ.ชนบท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ไปตรวจร่างกายและแจ้งความกับตำรวจสภ.ชนบทมารดาและญาติจึงพานางสาวบีมาแจ้งความที่สภ.ชนบท

"คดีนี้   พ.ต.ท.สราวุธ แสนสุข สว.(สอบสวน) สภ.ชนบท ทราบเรื่องจึงให้มารดาพา น.ส.เอ ไปตรวจร่างกายที่รพ.ชนบท เมื่อตรวจร่างกายเรียบร้อยให้กลับมาพบอีกครั้ง ซึ่งในช่วงที่ผู้เสียหายตรวจร่างกายในรพ.นั้น พนักงานสอบสวน สภ.ชนบท ได้สอบถามไปยังสภ.แวงใหญ่ จนทราบว่า มารดาและญาติ พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แวงใหญ่แล้ว และส่งไปตรวจร่างกายที่รพ.แล้ว และนัดคู่กรณีมาสอบปากคำในวันที่ 16 มี.ค. ที่จะถึงนี้ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แวงใหญ่ไม่ทราบว่า มารดาพาลูกสาวมาแจ้งความที่สภ.ชนบท ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.ชนบท ไม่ได้ปฏิเสธการรับแจ้งความ  มีการรับแจ้งตามขั้นตอน และส่งไปตรวจร่างกาย แต่ในทางการสอบสวนนั้น ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แวงใหญ่ เป็นผู้ดำเนินการ  เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ได้อธิบายให้มารดาและญาติผู้เสียหายให้เข้าใจว่า เหตุที่เกิดแยกเป็น 2 กรณีแรกคือ การนำพา หมายถึงการหายตัวออกจากบ้าน หายจากบ้านใด พื้นที่ใด ซึ่งก็คือ พื้นที่สภ.แวงใหญ่ กรณีที่2 คือการก่อเหตุหรือการกระทำ การข่มขืน อนาจาร ซึ่งในจุดนี้ เกิดเหตุที่บ้านหนองสะแบง ต.ห้วยแก อ.ชนบท  พื้นที่สภ.ชนบท แต่มารดาและญาติมีการแจ้งคนหาย การพบตัว รวมถึงการข่มขืน ที่สภ.แวงใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว หลักการสอบสวน จึงอยู่ที่ สภ.แวงใหญ่ ส่วนการสืบสวนจับกุม เจ้าหน้าที่ก็ประสานการทำงานกันได้ทุกโรงพัก ซึ่งญาติและมารดาฟังแต่อาจจะไม่เข้าใจตามขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ไปกราบป้ายหน้าสภ.ชนบท”

ส่วนคดีดังกล่าวนั้นพ.ต.อ.ธนารัตน์ มีทองหลาง ผกก.สภ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น กล่าววว่า กรณีของหญิงสาวอายุ 27 ปี นั้น ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับแจ้งเป็นเหตุคนหาย วันต่อมาญาติเจอตัวที่บ้านพักของผู้ชาย จึงพามาแจ้งความกรณีการถูกข่มขืน อนาจาร พนักงานสอบสวนก็รับแจ้งความไว้ และส่งตัวไปตรวจร่างกายใน รพ. แต่พอไปรพ.ก็มีเจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปแจ้งความและตรวจร่างกายที่ รพ.ชนบท และแจ้งความที่สภ.ชนบท ญาติจึงพาผู้เสียหายไป จนเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน  ซึ่งอยากจะบอกว่า กรณีดังกล่าวนั้น เป็นความผิดต่อเนื่อง ทั้งการพาไปและการข่มขืน เขตติดต่อกัน 2 โรงพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แวงใหญ่ มีการนัดสอบปากคำคู่กรณี และฝ่ายชายในวันที่ 16 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ซี่งในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจะรับแจ้งความซ้ำซ้อนกันได้ แต่มีการประสานงานกัน ในการดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้ทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"