ไอ้ตุ๊มือยิงเด็ก7ขวบไม่รอดคุก ตำรวจลากคอกลางดึกจนมุมในป่ายาง


เพิ่มเพื่อน    

21 มี.ค.64- ความคืบหน้ากรณีมีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ปาดหน้ารถรถยนต์กระบะแคป ยี่ห้อมาสด้า  สีขาว ทะเบียน บม-1786 บุรีรัมย์  ซึ่งเป็นรถของวัดเขาอังคาร  แต่มีนายสมบัติ  นามวงษา  อายุ 37 ปี ลูกศิษย์วัดเป็นคนขับกำลังจะเอารถไปส่งที่วัด  แล้วชักปืนกระหน่ำยิงใส่รถรวมกว่า 10 นัด เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันที่ 19 มี.ค.64 ที่ผ่านมา  บนถนนสายบ้านเจริญสุข-สวายสอ  ต.เจริญสุข  อ.เฉลิมพระเกียรติ   แต่กระสุนเกิดพลาดไปโดน ด.ช.ภคพล   นามวงษา  หรือน้องแซม อายุ 7 ขวบ ซึ่งเป็นลูกชายของนายสมบัติ  ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยขณะคนร้ายจอดขวางหน้าแล้วชักปืนยิงใส่   นายสมบัติ ได้เปิดประตูลงมาแล้วร้องขอคนร้ายว่าอย่ายิงข้างในมีเด็กแต่คนร้ายก็ไม่ฟัง  รัวยิงใส่กว่า 10 นัดก่อนจะขับรถหลบหนีไป    

ล่าสุดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ สามารถติดตามจับกุมตัวนายธวัชชัย เป๋ากระโทก หรือตุ๊  อายุ 37 ปี  ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงนายสมบัติ  ได้แล้ว เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริง  เนื่องจากหึงหวงที่นายสมบัติ ไปจีบแฟนที่ตนเองคบหาอยู่  ซึ่งหลังก่อเหตุก็ได้เอาปืนไปฝากไว้ที่น้องชาย แล้วขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า CBR สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน  ที่ใช้ก่อเหตุไปจอดไว้บ้านญาติ ใน อ.นางรอง  ก่อนโบกรถสิบล้อไปลงแถวๆ โรงน้ำแข็ง เส้นนางรอง-ละหานทราย  จากนั้นโทรหาเพื่อนชื่อนายโจ้ ที่อยู่อำเภอโนนดินแดง ให้ขับรถเก๋งมารับ บริเวณถนนสายนางรอง - ละหานทราย ใกล้กับโรงน้ำแข็ง จากนั้นไปบ้านนายโจ้ อ.ที่โนนดินแดง แล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่ายางบ้านซับคะนิง ต.ส้มป่อย อ.โนนดินแดง   

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบได้นำตัวนายธวัชชัย ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อสอบปากคำ จากนั้นจะได้ไปเอาอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุที่อ้างว่าฝากไว้บ้านน้องชาย  โดยเบื้องต้นถูกแจ้ง 3 ข้อหา ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ข้อหา “พยายามฆ่า ,ทำให้เสียทรัพย์และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต”ส่วนอาการของ ด.ช.ภคพล หรือน้องแซม  อายุ 7 ขวบเหยื่อกระสุนปืน ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลบุรีรัมย์.

                                                                           


การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด" คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"
เมื่อ"มั่นใจ"ก็ไปท่องเที่ยว