ศุลกากรสหรัฐสั่งยึดถุงมือยางบริษัทมาเลย์บังคับใช้แรงงาน


เพิ่มเพื่อน    

ศุลกากรสหรัฐประกาศยึดสินค้าของบริษัท ท็อปโกลฟ ของมาเลเซีย หนึ่งในบริษัทผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดของโลก หลังได้ข้อสรุปว่าบริษัทแห่งนี้บังคับใช้แรงงาน

แฟ้มภาพ คนงานหญิงสวมหน้ากากอนามัยระหว่างการล็อกดาวน์โรงงานในรัฐสลังงอร์ ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 (Photo by Faris Hadziq/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)

    บริษัท ท็อปโกลฟ ของมาเลเซียมีกำไรเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นสูงขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกรีบเร่งซื้ออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่บริษัทแห่งนี้ ซึ่งผลิตถุงมือยางปีละกว่า 96,000 ล้านชิ้น ต้องเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่อง รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในหอพักคนงานของบริษัท ทำให้คนงานต่างด้าวหลายพันคนติดเชื้อโควิด-19

    สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (ซีบีพี) มีคำสั่งห้ามนำเข้าถุงมือยางจากบริษัทย่อย 2 แห่งของท็อปโกลฟเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ภายหลังมีข้อสงสัยว่าบริษัทแห่งนี้มีการละเมิดสิทธิแรงงาน  

    ซีบีพีประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 29 มีนาคมตามเวลาในสหรัฐว่า มีข้อมูลที่เพียงพอสรุปได้ว่าบริษัท ท็อปโกลฟ มีการบังคับใช้แรงงาน เจ้าหน้าที่จะยึดถุงมือยางที่บริษัทแห่งนี้ผลิต เมื่อสินค้าส่งมาถึงท่าผ่านแดนสหรัฐ

    ทรอย มิลเลอร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของซีบีพี กล่าวว่า ซีบีพีจะไม่ยอมทนต่อบริษัทต่างชาติที่ขูดรีดแรงงานด้อยโอกาส เพื่อจะได้ขายสินค้าราคาถูกและผิดจริยธรรมแก่ลูกค้าชาวอเมริกัน

    รอยเตอร์รายงานการเผยของซีบีพีว่า จากคำสั่งเมื่อปีที่แล้วที่ห้ามนำเข้าถุงมือยางจากบริษัทย่อยของท็อปโกลฟ 2 แห่ง คำสั่งเมื่อวันจันทร์ขยายเป็นสั่งห้ามนำเข้าถุงมือชนิดใช้แล้วทิ้งทุกประเภทที่ผลิตโดยโรงงานของท็อปโกลฟในมาเลเซีย

    ซีบีพีระบุว่า คำสั่งยึดถุงมือยางของบริษัท ท็อปโกลฟ จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการนำเข้าถุงมือชนิดใช้แล้วทิ้ง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโคโรนาในสหรัฐ

    ในคำสั่งของซีบีพีที่ห้ามนำเข้าถุงมือยางของบริษัทย่อย 2 แห่งของท็อปโกลฟเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากพบหลักฐานเรื่องแรงงานขัดหนี้, การใช้แรงงานล่วงเวลามากเกินไป, สภาพการทำงานและความเป็นอยู่ของคนงานที่เป็นอันตราย ในกระบวนการผลิตถุงมือของบริษัท ท็อปโกลฟ.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.