'ไบเดน'เปิดแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน2ล้านล้าน$


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดตัวแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (62.62 ล้านล้านบาท) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมที่ชำรุดทรุดโทรม สร้างงานหลายล้านตำแหน่ง และส่งมอบการลงุทน "ครั้งหนึ่งในคนรุ่นนี้" ที่จะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐเอาชนะจีนได้ในเวทีโลก

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 1 เมษายนว่า ประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตประกาศแผนการลงทุนอันทะเยอทะยานครั้งนี้ระหว่างเดินทางเยือนเมืองพิตส์เบิร์กเมื่อวันพุธที่ 31 มีนาคม โดยเขาเปรียบเทียบแผนการ "เปลี่ยนแปลง" นี้กับโครงการอวกาศอันทะเยอทะยานของสหรัฐในทศวรรษ 1960 โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของคนอเมริกันที่เป็นคนยากจนและชนชั้นกลาง พุ่งเป้าที่ภาวะโลกร้อน และใช้เงินสนับสนุนจากการขึ้นภาษีบริษัทขนาดใหญ่และคนรวย

    "วันนี้ผมกำลังเสนอแผนสำหรับประเทศที่ให้รางวัลการทำงาน ไม่ใช่แค่ให้รางวัลกับความมั่งคั่งเท่านั้น มันจะสร้างเศรษฐกิจที่ยุติธรรมที่ให้ทุกคนมีโอกาสประสบความสำเร็จ มันจะสร้างเศรษฐกิจนวัตกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดและยืดหยุ่นที่สุดในโลก" ไบเดนกล่าว และว่า นี่เป็นการลงทุนครั้งหนึ่งในชั่วชีวิตของคนในอเมริกา ไม่เหมือนกับสิ่งใดที่เคยเห็นหรือทำมาก่อนนับตั้งแต่สหรัฐสร้างระบบทางหลวงระหว่างรัฐและการแข่งขันในอวกาศเมื่อหลายสิบปีก่อน

    ตามแผนการลงทุนนี้ สหรัฐจะปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั้งการคมนาคม, โทรคมนาคม และพลังงาน ซึ่งไบเดนกล่าวว่า จะเป็นทั้งการพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐจากการระบาดของโควิด-19 และฟื้นฟูสามารถในการแข่งขันระดับโลกของสหรัฐ "เรารอช้าไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว มันล่วงเลยมาเนิ่นนานแล้ว ประเทศอื่นในโลกกำลังใกล้เข้ามา และเข้ามาเร็วด้วย เราไม่อาจปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนี้่ต่อไป"

    แผนโครงสร้างพื้นฐานของไบเดน ซึ่งเป็นความริเริ่มใช้จ่ายงบประมาณก้อนโตครั้งที่ 2 ของรัฐบาลอายุ 10 สัปดาห์ของเขา ต่อจากกฎหมายบรรเทาผลกระทบจากโควิดมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อต้นเดือนมีนาคม น่าจะต้องเผชิญการทดสอบหนักหน่วงในสภาคองเกรสที่วิตกเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น

    ขณะเดียวกัน แผนนี้ยังรวมถึงการซ่อมแซมสะพานและถนนที่ชำรุดทรุดโทรม และงานสาธารณะอื่นๆ ทั่วสหรัฐ ที่หลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้จัดการ ซึ่งจะเป็นการขยายบทบาทของรัฐบาลในเศรษฐกิจสหรัฐระดับที่ไม่เคยพบพานมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ

    "อันที่จริง มันเป็นการลงทุนสร้างงานชาวอเมริกันครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มันจะสร้างงานที่ค่าตอบแทนดีหลายล้านตำแหน่ง" ไบเดนคุย

    เขายังย้ำอีกว่า โครงการนี้จะให้รางวัลคนอเมริกันที่ "ทำงานหนัก" แทนที่จะตกรางวัลแก่พวกร่ำรวยในตลาดหุ้น ถือเป็นการตอบโต้เศรษฐกิจที่ "บิดเบี้ยวและไม่ยุติธรรม" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

    "เมื่อกฎหมายภาษีของทรัมป์ผ่านออกมา เงิน 83% กลายเป็นของพวก 1% ที่อยู่ยอดบนสุด" ไบเดนกล่าว และว่า นี่ไม่ใช่การจองเวร แต่เป็นการเปิดโอกาสให้แก่คนอื่นๆ ที่เหลือด้วย

    เงินลงทุนที่จะนำมาใช้ในโครงการเหล่านี้ ไบเดนเสนอให้ขึ้นภาษีบริษัทขนาดใหญ่และคนรวย ที่เขาบอกว่าไม่ได้จ่ายส่วนแบ่งที่เป็นธรรม โดยเขาจะขึ้นภาษีคนอเมริกันที่มีรายได้เกิน 400,000 ดอลลาร์ต่อปี (12,524,000 ล้านบาท) และจะเพิ่มเพดานภาษีนิติบุคคลจาก 21% เป็น 28%

    "ผมไม่ได้ต่อต้านเศรษฐีและมหาเศรษฐี ผมเชื่อในระบบทุนนิยมแบบอเมริกัน" ไบเดนกล่าว ทั้งยังเพ่งเล็งที่บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เช่นแอมะซอน ด้วยว่าไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้ให้แก่รัฐบาลกลางแม้แต่สตางค์เดียว เพราะช่องโหว่ที่เอื้อต่อบริษัทเหล่านี้

    คำประกาศของไบเดนเมื่อวันพุธน่าจะเป็นการลั่นกระสุนนัดแรกของการต่อสู้ในคองเกรส ที่เดโมแครตครองเสียงข้างมากแบบปริ่มๆ และจะเผชิญการคัดค้านของรีพับลิกันที่โจมตีแผนนี้ว่าเป็นการใช้จ่ายภาครัฐที่มากเกินไป

    ส.ว.มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.รีพับลิกัน กล่าวถึงแผนของไบเดนว่าเป็น "ม้าโทรจัน" สำหรับพวกซ้ายสุดโต่ง ด้วยการขึ้นภาษีและสนับสนุนสหภาพแรงงาน.


"วาระแห่งชาติ" ฉีดวัคซีนโควิด "เริ่มแล้ว" CEO กว่า ๔๐ บริษัท "ร่วมรัฐ" เปิดจุดกระจายฉีด "นำร่อง" ใน กทม.ที่ "เซ็นทรัล ลาดพร้าว" เมื่อวาน (๑๒ พ.ค.๖๔)

มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว
"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"