ก้าวไกล อัดกองทัพไทยไม่ปรับตัวต่อสังคมโลก เสียดาย 'ประยุทธ์' ปัดตกร่างกม.เลิกเกณฑ์ทหาร


เพิ่มเพื่อน    

3 เม.ย.64 -  นายพิจารณ์ เชาวน์พัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีช่วงฤดูเกณฑ์ทหารของชายไทย ที่ดูเหมือนกองทัพไม่มีทิศทางในการปรับตัว และพร้อมที่จะปฏิรูปกองทัพอย่างเต็มรูปแบบ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพลวัตโลกในปัจจุบัน

นายพิจารณ์ กล่าวว่า เมื่อปี่กลองของฤดูกาลเกณฑ์ทหารดังขึ้นอีกครั้งในปีนี้ เป็นน่าเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ที่พวกเราเสนอไปตั้งแต่เมื่อปี 2562 ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปัดตกไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นปีนี้อาจจะเป็นปีแรกๆ ที่เราเปิดรับสมัครทหารกองประจำการแล้วก็ได้ โดยในปีนี้เราก็จะยื่นร่างกฎหมายนี้อีกครั้ง เพื่อยืนยันหลักการ และเผื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปลี่ยนใจ ไม่เห็นว่าการรับพลทหารแบบสมัครใจเป็นภาระงบประมาณมากเกินไป เราจะได้พูดคุย ถกเถียงเรื่องนี้ในสภาอย่างโปร่งใส

“กำลังพลไม่พอใครรับผิดชอบ?” นี่คือคำโต้แย้งจากอดีต รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกคนปัจจุบัน โดยในวันนั้นผมไม่แน่ใจว่าเพื่อน ส.ส.ท่านใดได้ตอบท่านหรือไม่ แต่ผมจะลองตอบคำถามท่านดู“ นายพิจารณ์ กล่าว

นายพิจารณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนชายไทย 135,000 คนมากไปหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงกลาโหมไม่เคยตอบเราจริงๆ ก็คือ ภายใต้สถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันเราต้องการพลทหารมากขนาดนี้อยู่หรือไม่ เมื่อการรบแบบทหารราบ เป็นการรบทางอากาศ ทางไซเบอร์ ภัยคุกคามความมั่นคงที่แท้จริงกลายเป็นสงครามทางการค้าและการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ กระทรวงกลาโหมได้มีการประเมินความต้องการกำลังพลกันอย่างจริงจังหรือไม่ จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหม เรามีพลทหารประจำการอยู่สูงถึงเกือบ 135,000 คน ในปีงบประมาณ 2563  และในเมื่อปัจจุบันท่านได้ยืนยันกับเราหลายครั้งว่า ไม่มี “นายทหารรับใช้” อีกต่อไป เปลี่ยนชื่อเป็น “นายทหารบริการ” แต่มีจำนวนลดลงแล้ว เหตุใดยังจำเป็นต้องเกณฑ์ทหารปีละแสนคนอยู่ ถ้าจะอ้างว่าต้องมีพลทหารไว้ช่วยเหลือประชาชนยามภัยพิบัติ เราสามารถระดมสรรพกำลังในรูปแบบอาสาสมัครชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องจ้างพลทหารไว้ก่อนเพื่อรอรับภารกิจที่ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลาในแต่ละปี

นายพิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า กำลังพลเพิ่มสวนทางกับประเทศทั่วโลก โดยตนอ้างอิงข้อมูลจาก อ.เดชรัตน์ ว่า ถ้าเราดูอัตรากำลังพลต่อกำลังแรงงานของประเทศนั้น เทียบระหว่างปี 2533 กับปี 2561 กองทัพไทยของเรามีอัตรากำลังพลต่อกำลังแรงงานเพิ่มขึ้น 23% ในขณะที่ภาพรวมของทั้งโลกลดลง 27% ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม อัตรากำลังพลต่อกำลังแรงงานลดลง 71%  ส่วนมาเลเซียลดลง 52% ในยามที่ประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ และต้องการแรงงานอย่างมาก ประเทศไทยกำลังดึงเอากำลังแรงงานของคนหนุ่มไปใช้ปีละ 135,000 คน ไปใช้ในค่ายทหารที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม

สิ่งที่ต้องแลกกับการเกณฑ์ทหาร - ต้นทุนค่าเสียโอกาส 2 ปี เด็กหนุ่มในวัย 20 ต้นๆ จะต้องไปเป็นแรงงานบังคับในค่ายทหาร 1-2 ปี เสียโอกาสที่เป็นกำลังหลักให้กับเศรษฐกิจของประเทศ รับเบี้ยเดือนละ 10,000 บาท เสียโอกาสในความก้าวหน้าในอาชีพเมื่อเทียบกับคนอายุรุ่นเดียวกัน และยังเสียโอกาสที่ได้อยู่กับครอบครัว ดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา ยังไม่ต้องพูดถึงการฝึกทหารที่เป็นที่โจษจัน และพลทหารบางคนอาจจะต้องเสียโอกาสที่ใหญ่กว่านั้น นั่นก็คือ... เสียชีวิต เรายังพบว่าทหารเกณฑ์ยังเป็นช่องทางในการทุจริตได้ง่าย ที่บอกว่าเงินเดือนๆ ละ 10,000 บาท นั้นเอาเข้าจริงก็จะถูกหัก! หัก! และหัก! ทั้งค่าเสื้อผ้ารองเท้าในช่วงเข้าฝึกใหม่ ค่าเบี้ยเลี้ยงก็โดนหักค่าข้าวที่กินวันละ 60 บาท (ไม่ได้กินฟรี) หักค่างานศพ (ศพใคร?) และมีการบังคับออมเงินด้วย จาก 10,000 จะเหลือแค่ราว 7,500 บาท แต่ตกถึงมือทหารเกณฑ์จริงๆ เพียง 6,600-7,000 บาท ส่วนต่างหายไปไหนไม่มีใครทราบ เพราะถึงแม้จะมีการเปลี่ยนระบบให้กรมบัญชีกลางจ่ายเงินเดือนและค่าครองชีพตรง แต่เบี้ยเลี้ยงยังเบิกจ่ายโดยต้นสังกัด แถมยังมี “จ่ากองร้อย” ที่มีพฤติกรรมยึดบัตรเอทีเอ็มของเหล่าพลทหารไว้ที่ตัวเอง อ้างว่าป้องกันการหนีทหาร! และยังมีเรื่องเล่าอื่นๆ ของการจ่ายเงินเพื่อไม่ต้องอยู่ผลัด ยกเงินเดือนให้จ่ากองร้อยแลกกับการนอนอยู่บ้านไม่ต้องมาฝึก เป็นต้น

ขณะที่ กองทัพเริ่มปรับตัว แต่ยังไปไม่ถึงดวงดาว โดยปีนี้ก็เป็นปีแรกอีกเช่นเดียวกันที่กองทัพเปิดรับสมัครพลทหารที่ไม่ได้เข้าข่ายถูกเกณฑ์ในปีนี้ เปิดรับล่วงหน้าในช่วงต้นปี แทนที่จะให้สมัครตามหน่วยตรวจเลือกเหมือนในปีที่ผ่านๆ มา ตั้งเป้าไว้ที่ 1 หมื่นนาย แต่มีผู้มาสมัครและได้รับคัดเลือกเพียง 3 พันกว่านาย  แต่อย่างน้อยเราก็เห็นว่ากองทัพเริ่มปรับตัว ทดลองการเพิ่มแรงจูงใจให้คนมาสมัครเป็นทหารมากขึ้น แต่กองทัพก็ยอมรับด้วยตัวเองว่าแรงจูงใจที่ให้ยังไม่มากพอ ไม่ว่าจะเป็นการให้แต้มต่อในการสมัครเข้าโรงเรียนนายสิบ สามารถเลือกหน่วยสังกัดได้

“แต่เรื่องที่กองทัพยังไม่ได้แตะ ยังไม่ได้แก้อย่างจริงจังที่เป็นแรงจูงใจสำคัญ คือ ความเป็นทหารอาชีพ ไม่ใช่เป็นทหารรับใช้ ไม่แก้ไขสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในกองทัพ  ไม่ปรับปรุงเรื่องสวัสดิการและค่าตอบแทน รวมทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดสวัสดิภาพและความปลอดภัยของทหารเกณฑ์ ให้การสละชีพเกิดขึ้นในสนามรบ หรือการศึกสงคราม ไม่ใช่เกิดจากการ “ซ่อม” หรือธำรงวินัย หากถ้าแก้เรื่องนี้ได้ บวกกับปรับลดขนาดกำลังพลให้เหมาะสม ผมขอการันตีเราจะมีกำลังพลเพียงพอครับ" รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล  กล่าว.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.