‘สุพัฒนพงษ์’ร่ายยาวไม่ได้เที่ยวทองหล่อเป็นแฟมิลี่แมนไม่ใช่อาเสี่ย


เพิ่มเพื่อน    

7 เม.ย.2564 -   นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ว่าเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงชื่อ “ Krystral Club Thonglor 25” ย่านทองหล่อซึ่งเป็นคลัสเตอร์แพร่กระจายเชื้อโควิด-19  ว่า  คริสตัลคลับคือที่ไหนหรือ เพราะไม่เคยไป  ช่วยบอกว่าสื่อใดที่นำเสนอข่าวเป็นที่แรก และแหล่งข่าวมาจากที่ไหน เพราะอยากจะตอบ ไม่ต้องบอกแหล่งข่าวว่าเป็นใครก็ได้ แต่ถ้าไม่แสดงตัว ก็จะสร้างความเดือดร้อน เพราะเราทำงานการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เมื่อมีข่าวออกไปซึ่งมีชื่อตนเองเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้ต้องพาทีมงานทั้งหมดไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 จึงเป็นที่น่าเสียดาย

เมื่อถามว่าถ้ารู้ตัวคนปล่อยข่าวออกมาจะดำเนินการอย่างไร  รองนายกฯ กล่าวว่า ก็อยากจะรู้ว่าเขาคิดอะไร เจตนาคืออะไร จินตนาการคืออะไร ถ้าเป็นเพราะความเข้าใจผิดหรือความเลินเล่อ ก็ไม่ว่าอะไร เพราะไม่มีเจตนาทำร้ายใคร แต่อยากให้เห็นว่าทุกคนมีหน้าที่ สิทธิ สื่อมวลชนก็มีสิทธิให้ข้อมูลข้อเท็จจริงตามหน้าที่ที่ได้เล่าเรียน แต่ก็ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบความน่าจะเป็นด้วยก่อนที่จะเผยแพร่ข่าว การเร่งเพื่อนำเสนอข่าวเพื่อให้ตัวเองโดดเด่น อาจมีความสุ่มเสี่ยงต่อข้อมูลที่ผิดพลาด และก่อเกิดผลเสียอันไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีวิกฤตเศรษฐกิจที่ผิดปกติ ก็ยิ่งต้องรักษาไว้มากๆ อยากให้ไว้เป็นข้อคิด เพราะทุกคนมีส่วนร่วมที่จะนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยดีและเข้มแข็ง ตนมีหน้าที่ของตน สื่อมีหน้าที่ของสื่อด้วยเช่นกัน วิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นทั่วโลก จึงจำเป็นที่ต้องมีความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งสิ้น ซึ่งตอนนี้การเติบโตและฟื้นฟูเศรษฐกิจกำลังไปด้วยดี  

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวอีกว่า  การที่สื่อวิเคราะห์ว่าค่าเงินบาทอ่อนแล้วจะทำให้เศรษฐกิจขาดความน่าเชื่อถือ แต่พอค่าเงินบาทแข็งก็วิเคราะห์ว่าจะกระทบกับการส่งออก วิธีคิดเช่นนี้ก็ต้องมานั่งคุยกันใหม่ว่าอยากเห็นอะไรกันแน่ หรือกรณีที่ระบุว่าดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในรอบ 6 ปี ก็ขอชี้แจงว่าการติดลบนั้นเป็นเพราะการผลิตมีมากขึ้น สินค้าที่เป็นวัตถุดิบก็ถูกนำเข้ามามากขึ้น ทำให้มีการผลิตสูงและการจ้างงานมั่นคงมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวการลงทุนของภาคเอกชน นี่จึงเป็นประโยชน์กับประเทศในยามวิกฤตินี้ เป็นสิ่งที่นายกฯ อยากเห็นฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน เหมือนรวมไทยสร้างชาติ  ประเทศไทยมีโอกาสที่จะดีขึ้น วันนี้จะนำหลายเรื่องไปเสนอต่อที่ประชุม ครม.  

ผู้สื่อข่าวถามว่าสไตล์ของตัวนายสุพัฒนพงษ์เป็นอย่างไร  นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า  ไลฟ์สไตล์ของตนง่ายมาก ทำงานอย่างเดียว ออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพตัวเองและอยู่กับครอบครัวและหลาน  

เมื่อถามต่อว่าครอบครัวได้สอบถามหรือไม่ว่าได้ไปสถานบันเทิงตามที่มีข่าวออกมาจริงหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ก็ไม่ได้เดือดร้อน เพราะวันที่ถูกอ้างผมไปเที่ยวนั้น ที่จริง ผมกลับบ้าน เจอภรรยาผม แต่ก็บอกลูกทีมว่าให้ไปบอกเขาว่าเราไม่ได้ไป แต่ก็ไม่มีฟีดแบ็กกลับมา แต่อีก 2-3 วัน กลับมีคนบอกว่าไม่มีใครเชื่อ เพราะเขาไปมั่นใจในแหล่งข่าว ผมอยากเจอจังเลยว่าแหล่งข่าวคนนั้นเป็นใคร ครอบครัวไม่มีใคร เพราะมั่นใจ ผมยืนยันว่าไม่รู้จักและไม่เคยไปที่นั่น ผมก็อยากรู้ว่าสื่อมีข้อมูลอะไร ถ้าไม่มีข้อมูล ผมก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปยืนยันอะไร”  

เมื่อถามว่าคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมา หวังจะเลื่อยขาเก้าอี้ของนายสุพัฒนพงษ์หรือไม่ เพราะมีคนอยากได้ตำแหน่ง รมว.พลังงาน  นายสุพัฒนพงษ์ หัวเราะแล้วกล่าวว่า  “คงไม่มีหรอก ท่านไปคิดกันเอง ผมก็ทำงานของผมต่อไป เรื่องนี้ทีมงานของผมก็รู้สึกไม่ดี เพราะเกิดเรื่องขณะที่กำลังเดินทางไปตรวจราชการในภาคอีสาน และแปลกใจที่ผมบอกว่าไม่ได้ไป แต่ไม่มีใครเชื่อ กระแสดูเหมือนผมเป็นอาเสี่ยมากเลย อยากจะรู้เหมือนกันว่าทำไมคิดว่าผมจะไปที่นั่น เพราะผมยังคิดไม่ออก ดูแล้วไม่น่าใช่” 

ต่อข้อถามว่านายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงกระแสข่าวที่ออกมาหรือไม่  นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า  ไม่เคย คุยแต่เรื่องที่ตนจะมาชี้แจง ครม.เท่านั้น ตนต้องพิสูจน์อะไรอีกจึงจะเชื่อ อย่างไรก็ตาม ตนเป็นห่วงสื่อมวลชนที่ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับตนเมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงคนที่ได้มาพบตนด้วย จึงตัดสินใจไปตรวจหาเชื้อโควิด เมื่อผลออกมาว่าไม่ติดเชื้อ แต่สื่อมวลชนกลับติดใจว่าไปเที่ยวจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นการมองมิติเรื่องส่วนตัว มากกว่ามองเรื่องของประเทศ  มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่ได้ไปและเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีข่าวว่าตนจะไม่ไปร่วมงานมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้ง แต่เมื่อตนไปถึงงานนี้ และจะรอชี้แจงกับสื่อมวลชน ก็ไม่เจอสื่อมวลชนคนไหนเลย 

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบนี้มีความรุนแรงมากกว่า 2 รอบแรก รัฐบาลมีเงินเพียงพอรับมือกับวิกฤตนี้หรือไม่  นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า  มีเงินเพียงพอแน่นอน เรื่องนี้อย่าลืมว่าเป็นเรื่องของคนไทยที่มีสิทธิที่อยู่อย่างมีความผาสุกภายใต้กรอบกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องป้องกันตัวเอง  แม้ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อ แต่ยอดผู้ที่รักษาหายมีมากขึ้น เศรษฐกิจยังไม่หยุดร้อยเปอร์เซ็นต์ จะโกรธใครหรือไม่รักใคร ก็ขอให้ลืมตรงนี้ไปก่อน เอาประเทศมาก่อน และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และอยากให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อที่จะได้เห็นว่าประเทศไทยอยู่อย่างมีความสุข บ้านเมืองเราดีอย่างไร  

ต่อข้อถามว่านายสุพัฒนพงษ์จะรับการฉีดวัคซีนเมื่อไหร่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า  จะรับการฉีดวัคซีนของบริษัท แอสตราเซเนก้า เข็มแรก ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ที่โรงพยาบาลรัฐ โดยก่อนหน้านี้ได้หยุดยาประจำตัว เพราะเป็นโรคหัวใจ เบาหวานความดัน แต่แพทย์ที่รักษาประจำตัวยืนยันว่าฉีดวัคซีนนี้ได้

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"