หมอประเวศออกบทความ’วิกฤตโควิดสอนว่าต้องยกระดับสมรรถนะของชาติให้สูงสุด’


เพิ่มเพื่อน    

07 เม.ย.2564 - นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้เขียนบทความเรื่อง “วิกฤตโควิดสอนว่าต้องยกระดับสมรรถนะของชาติให้สูงสุด” มีเนื้อหาว่า วิกฤตโควิดแสดงให้เห็นปัญหาที่เชื่อมโยงยาวไกลหลายมิติซับซ้อน เป็นวิกฤตความซับซ้อน (Complexity crisis) ที่บริหารจัดการยาก ในปัญหาที่ซับซ้อนและยาก การใช้อำนาจโดยไม่มีความรู้ไม่ได้ผล นักการเมืองที่มีแต่วาทกรรมแต่ปราศจากความรู้ในบริบทของปัญหา จะทำอะไรไม่ถูกและเป็นอันตราย ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงนักการเมือง จากเพียงแต่หาเสียงเก่ง มาเป็นผู้นำที่มีสมรรถนะสูง 

แต่วิกฤตโควิดก็แสดงให้เห็นว่า ลำพังแต่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเก่งอยู่กลุ่มเดียวก็แก้วิกฤตไม่ได้ แต่คนไทยทั้งหมดต้องเก่ง และเก่งร่วมกันจึงจะเอาอยู่ 

การยกระดับสมรรถนะของชาติให้สูงสุด จึงควรเป็นระเบียบวาระเร่งด่วนแห่งชาติ

สมรรถนะนิยามสั้นๆ ว่า รอบรู้ รู้รอบ ทำเป็น คิดเป็น จัดการเป็น อาจเรียกว่าสมรรถนะ 4 คือ รอบรู้ ทำเป็น คิดเป็น จัดการเป็น ส่วนจะบวกอีก 1 หรือ 2 หรือ 3 - 4 ก็ได้ เป็นสมรรถนะ 4 + 1 หรือ 2, 3, 4 
ในการนี้มีเรื่องที่น่าจะคำนึงถึง ดังต่อไปนี้ 

1.ปฏิรูปการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทั้งหมดทุกระดับ เพราะระบบการศึกษาไทยที่ทำมา 100 กว่าปี เน้นที่การ “ท่อง” ไม่ได้เน้นที่การ “ทำ” จึงสร้างคนที่ ทำไม่เป็น คิดไม่เป็น จัดการไม่เป็น ขึ้นมาเต็มประเทศ ทำให้สมรรถนะของชาติโดยรวมต่ำ ควรส่งเสริมให้ภาคธุรกิจจัดการศึกษาที่มีฐานอยู่ในการทำงาน (Work Based Education) ให้มากที่สุด 

2.สำรวจทำแผนที่ (mapping) ว่ามีคนไทยที่เก่งๆ เรื่องอะไร อยู่ที่ไหนบ้าง และส่งเสริมให้มีบทบาทที่ฝึกอบรมสร้างคนเก่งในรูปต่างๆ คนเก่งต้องเรียนรู้และฝึกกับคนเก่ง ทุกวันนี้นักเรียนเรียนกับคนทำอะไรไม่เป็นเป็นส่วนใหญ่ ข้อ 1 นี้จะเสริมกับข้อ 1 ข้างบน 

3.สร้างสถาบันพัฒนาผู้นำที่เก่งๆ จำนวนมาก มหาวิทยาลัยทั้งหมดควรมีสถาบันพัฒนาผู้นำ ควรศึกษาหาความรู้จากทั้งโลก ว่าหลักสูตรสร้างผู้นำที่เก่งนั้นควรเป็นอย่างไร กระทรวงอว.ควรมีนโยบายและยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้ 

ภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูง อย่างน้อย 100 บริษัท ควรมีสถาบันพัฒนาผู้นำ ทำให้ดีที่สุดในโลก สร้างคนไทยที่เก่งๆ 

คนไทยที่มีศักยภาพและมูลนิธิที่มีพลัง ควรก่อตัวเองสร้างสถาบันพัฒนาผู้นำที่เก่งๆ ในด้านต่างๆ 
องค์กรของรัฐที่มีความสามารถ ควรสร้างสถาบันพัฒนาผู้นำอย่างมีเนื้อหาสาระ ไม่ใช่เพียงแต่เป็นหลักสูตรให้ผู้คนมาสร้าง connection แต่ขาดสมรรถนะจริงๆ 

4.ส่งเสริมสื่อมวลชนจำนวนมาก พอสมควรให้มีสมรรถนะสูงในการรอบรู้ประเด็นสำคัญของประเทศ และพัฒนาการสื่อสารที่สนับสนุนการยกระดับสมรรถนะของชาติ 

5.พัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อยกระดับสมรรถนะของคนทั้งประเทศ ผู้เชี่ยวชาญระบบดิจิทัล กสทช.และผู้เข้าใจการพัฒนาสมรรถนะ ควรร่วมกันทำงานเรื่องนี้อย่างรีบด่วน

6.การก่อตัวของ “กลุ่มเซลล์สมอง” เพื่อพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ยกระดับสมรรถนะของชาติ บุคคลที่สนใจและเข้าใจความสำคัญของการยกระดับสมรรถนะของชาติ ควรก่อตัว (Self-organized) ขึ้นก่อน เพื่อรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในเรื่องนี้ เมื่อปรากฏว่าเป็นของจริงและแน่นแฟ้น จึงพัฒนาไปเป็นองค์กร เช่น “สถาบันพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ ส่งเสริมสมรรถนะของชาติ” สังกัดกระทรวงอว.ก็ได้ แต่เป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ เพื่อทำงานทางนโยบายและยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับสมรรถนะของชาติให้สูงที่สุด
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.