บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

           ต้องบอกว่า “ร้อนฉ่า” สวนบรรยากาศ “สงกรานต์” และพายุฝนฟ้าคะนองในยามนี้อย่างยิ่ง สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ โดย ระดับโลกนั้นมีผู้ติดเชื้อแล้ว 136,697,575 คน เพิ่มขึ้นถึง 69,045 คน และเสียชีวิต 2,950,857 คน ซึ่งสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ  “โจ ไบเดน” ยังคงครองแชมป์มีผู้ติดเชื้อ 31,918,601 ราย และเสียชีวิต 575,829 ราย...๐

 ที่น่าสนใจในรายงานตัวเลข “โควิด-19” นั่นคือกรณีอินเดีย “ดินแดนภารตะ” ที่แซงแซมบ้า-บราซิล ในตัวเลขผู้ติดเชื้อ มาอยู่ในอันดับ 2 จนได้ โดยมีผู้ติดเชื้อถึง 13,527,717 ราย ในขณะที่บราซิลอยู่ที่ 13,482,543 ราย ขณะเดียวกันยังมีถึง 24 ประเทศแล้วที่มีผู้ติดเชื้อในระดับเกินล้านคน...๐

 ในส่วนของสยามประเทศนั้น ศบค.ได้รายงานตัวเลขล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 985 ราย ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 33,610 ราย ซึ่งถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 113 ของประเทศที่ติดเชื้อ แต่หากแนวโน้มผู้ติดเชื้อยังอยู่ในระดับนี้แล้ว ก็เชื่อว่าจะแซง “สาธารณรัฐมาลาวี” ที่อยู่ในระดับ 112 ที่มีผู้ติดเชื้อ 33,827 รายแน่นอน และยิ่งหากเทียบตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในการระบาดรอบ 3 ครั้งนี้ต้องบอกได้คำเดียวว่า “น่ากลัว” อย่างยิ่ง เพราะพี่ไทยนั้นรั้งอยู่ในอันดับ 12 ของประเทศผู้ติดเชื้อเลยทีเดียว...๐

 ทั้งๆ ที่การระบาดรอบ 3 ครั้งนี้ดูแล้วน่าหวาดวิตกมากกว่าครั้งแรกและครั้งที่สองอย่างมาก เพราะมีสายพันธุ์อังกฤษมาผสมโรงกับสายพันธุ์ดั้งเดิมอย่างอู่ฮั่น แต่ดูเหมือนรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะยังคงมองเป็นเรื่องปกติ หรือเพราะการเป็น “รัฐราชการ” ที่ไม่ทำงานในวันหยุดจึงไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร ทั้งที่ในยามนี้ ศบค.หรือแม้แต่รัฐมนตรี และนายกฯ ควรตั้งโต๊ะแถลงเรื่องดังกล่าวรายวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสังคม หรือแม้แต่การเตือนสติและตอกย้ำประชาชนให้มากกว่าการเงียบเชียบ และส่งโฆษก หรือส่งข่าวมาทางไลน์ทางโซเชียลมีเดียว่าห่วงใยและพร้อมดูแล...๐

 ปฏิเสธไม่ได้ว่า การระบาดรอบนี้หนักแน่ๆ เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่มีการผุดโรงพยาบาลสนามกันยิ่งกว่า “ดอกเห็ด” เสียอีก ไล่มาตั้งแต่ กทม.จนถึงกองทัพ และล่าสุด “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็สั่งให้เครือข่าย อว.ผุดโรงพยาบาลสนามถึง 23 แห่ง จำนวน 7,530 เตียงขึ้นมา ซึ่ง ตัวเลขโรงพยาบาลสนามที่ผุดขึ้นมามากมายนั้นย่อมสะท้อนชัดว่า “โควิด-19” รอบนี้วิกฤติเพียงใด แต่ทำไมนายกฯ และ “หมอหนู” อย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขกลับทำเหมือนเป็นงาน “รูทีน” อย่างไรชอบกล...๐

 ดูเหมือนงานบริหารงานยามวิกฤตินั้นต้องยอมรับว่า “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ที่ยังล่องลอยเป็นสัมภเวสี ไม่มีศาลนั้นทำได้ดีที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งไม่แปลกเพราะมีประสบการณ์อย่างยาวนานในภาคเอกชน ตั้งแต่วิ่งแลกเช็คจนมาถึงการเป็นมหาเศรษฐี โดยดูได้จากการบริหาร “วิกฤติสึนามิ” ที่ผ่านมา รวมถึงการลงดาบไล่เบี้ยผู้เกี่ยวข้องกับวิกฤติดังกล่าวด้วย...๐

 พูดถึงเรื่องการลงโทษ ไม่เอ่ยถึงกรณี “พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์” ผบก.น.5 มีคำสั่งเด้ง “พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส” ผกก.สน.ทองหล่อ และ “พ.ต.ท.ธนากร งามเย็น” สวป.สน.ทองหล่อ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (ศปก.บก.น.5) ซึ่งเป็นผลพวงจาก “คลัสเตอร์ทองหล่อ” ที่เป็นต้นตอของโควิดรอบ 3 ครั้งนี้ ซึ่งชื่อ ที่น่าสนใจคือ “พ.ต.อ.ดวงโชติ” ที่เคยได้รับฉายาว่า “ราชบุตรเขย” เพราะเป็นบุตรเขยของ “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” หรือบิ๊กป๊อด อดีต ผบ.ตร. ซึ่งเป็นน้องชายของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หรือง่ายๆ คือ “ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.ดวงโชติ” เป็นหลานเขยของบิ๊กป้อมนั่นแล...๐

หันมาเรื่อง 7 วันอันตรายกันบ้าง เมื่อ “ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน” หรือ ศปถ.รายงานถึงตัวเลขสังเวยวันที่ 2 ว่ามีอุบัติเหตุ 357 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 30 ราย ผู้บาดเจ็บ 374 ราย ซึ่งหากรวมสถิติ 2 วันก็มีอุบัติเหตุรวม 705 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 56 ราย และผู้บาดเจ็บรวม 729 ราย โดยต้นตอของการเสียชีวิตยังคงมาจากการขับรถเร็วหรือซิ่งนั่นเอง โดย “เมาแล้วขับ” นั้นยังอยู่ในอันดับ 2 ยังไม่ได้แซงหน้าแต่ประการใด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าครบ 7 วันแล้วจะอยู่ในอันดับนี้หรือไม่อย่างไร...๐

ทิ้งท้ายด้วย ข่าวฝากไปถึง “อนุชา นาคาศัย” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกำกับดูแล “สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค” หรือ สคบ. ว่าจะมีการคุ้มครองและ ลงโทษผู้ให้บริการ “ขนส่งพัสดุ” อย่างไรในการขนส่งล่าช้าในยุคที่การค้าขายออนไลน์ ทั้งที่มีการแข่งขันกันอย่างหลากหลาย ไม่ได้ผูกขาด และราคาค่าขนส่งก็ไม่ได้ถูก แต่กลับได้รับบริการที่ไม่สมราคา โดยเฉพาะค่ายขนส่งที่ใช้ชื่อยอดมนุษย์ดีซีคอมิกส์ สาขาคลองเตย...๐

...ท.ศักดิ์

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.