‘ศักดิ์สยาม’โร่แจงไทม์ไลน์จริง


เพิ่มเพื่อน    

 

"ศักดิ์สยาม" แจงครั้งแรกปมสงสัยไทม์ไลน์ติดโควิด ยันทุกอย่างคือข้อเท็จจริง รับห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้ เผยอาการป่วยดีขึ้น คาด 21 เม.ย.ออกจาก รพ.ได้  "ตำรวจ" ขึงขังตั้งทีมลุยเอาผิดผู้ถือหุ้น 2 ผับทองหล่อ ระบุผลสอบหลานเขยป้อมรอ 30 วัน "ภาค ปชช." จี้ฟันโทษหนักสถานบันเทิงแพร่เชื้อ

    เมื่อวันที่ 13 เมษายน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาตัวจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวครั้งแรกผ่านทางโทรศัพท์ ถึงความคืบหน้าอาการป่วยและข้อวิพากษ์วิจารณ์ไทม์ไลน์การติดเชื้อโควิด-19
    นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ขณะนี้อาการโดยรวมปกติ ทั้งการหายใจ ความดัน และไม่มีไข้ คาดว่าแพทย์จะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 21 เม.ย.
    ถามถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญเข้าให้ข้อมูลและชี้แจงไทม์ไลน์ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ขอให้ตนหายดีก่อนเพราะตอนนี้ยังไม่หายดี เนื่องจากต้องพักรักษาตัวเพื่อรอดูอาการและกักตัวเพื่อควบคุมโรค รวมถึงยังไม่เห็นเอกสารที่นายสิระทำเรื่องเชิญมา ขอให้เห็นเอกสารก่อน
    ซักว่า ตอนนี้ในโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์โจมตีหนักถึงไทม์ไลน์รัฐมนตรี ยังยืนยันไทม์ไลน์ที่ชี้แจงออกมาก่อนหน้านี้ว่าถูกต้องใช่หรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า  ความคิดคนห้ามกันไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความจริง ที่ผ่านมามีเฟกนิวส์หรือข่าวปลอมเยอะมาก มีการใส่รูปใส่ข้อความ พยายามสื่อสารว่าคนในภาพเหมือนหรือคล้ายกับตน ซึ่งก็ได้มอบหมายให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 2  เคส
    "ผมเองก็ไม่สบายด้วย แต่เข้าใจดีว่าความสงสัยก็เป็นสิทธิของแต่ละคน อีกทั้งผมก็เป็นบุคคลสาธารณะ แต่ทุกอย่างต้องดูข้อเท็จจริง ผมก็ถือเป็นผู้ติดเชื้อคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นผู้แพร่เชื้อ และที่ผ่านมาก็มีคนติดเชื้อมากมาย ไม่ใช่ผมเพียงแค่คนเดียว ทั้งนี้เราต้องช่วยกันลดการแพร่ระบาดให้ลดลงเพื่อประโยชน์ของทุกคน สิ่งที่น่าห่วงคือเราต้องไม่การ์ดตก" นายศักดิ์สยามกล่าว
    ถามถึงกรณีนายสิระระบุ หากนักการเมืองหรือรัฐมนตรีคนใดปกปิดไทม์ไลน์ถือว่าขัดจริยธรรม ต้องแสดงสปิริตด้วยการลาออก มองว่าประเด็นนี้จะทำให้เกิดความสั่นคลอนการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ รมว.คมนาคม กล่าวว่า อย่าไปคิดไกลขนาดนั้น ขอให้ตนรักษาตัวให้หายดีก่อน อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนยกการ์ดระวังตนเอง  เพราะเชื้อโควิด-19 ไม่เลือกเพศ อายุ และการศึกษา ดังนั้นต้องระมัดระวังคนที่สัมผัสผู้ติดเชื้อมีโอกาสติดเชื้อต่อได้เสมอ แต่เมื่อเป็นแล้วก็พบแพทย์ ต้องเข้าใจโรคนี้และปฏิบัติตามที่แพทย์สั่ง
    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 แถลงข่าวถึงการดำเนินคดีสถานบันเทิงคริสตัลคลับและเอเมอรัลด์ผับทองหล่อ ซึ่งเป็นแหล่งแพร่ระบาดไวรัสโควิดรอบสาม
    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา  ผบช.น.มีคำสั่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน โดยมี  พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น.เป็นหัวหน้าคณะทำงานดังกล่าว
    ส่วน พล.ต.ต.โสภณกล่าวเสริมว่า ในการดำเนินคดี 2  ผู้จัดการสถานบันเทิงนั้น ศาลได้ตัดสินจำคุกเรียบร้อยแล้ว  ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 5 ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมาดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งต้องยึดตามพยานหลักฐานเอกสารเป็นหลัก พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของรายชื่อผู้ถือหุ้นต่างๆ     
    "ที่ปรากฏมีคนชื่อคล้ายตำรวจร่วมอยู่ด้วย หรือที่สื่อมวลชนสอบถามถึงชื่อของนายอ๊อด มิยาบิ ว่าเป็นเจ้าของหรือไม่นั้น หากพิจารณาแล้วจำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้ใดอีกก็ต้องเร่งดำเนินการตามกรอบเวลากฎหมาย แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" ผบก.น.5 กล่าว
    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ ผบก.น.5 มีคำสั่งให้ ผกก.สน.ทองหล่อ  กับรักษาราชการแทน รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจนครบาล ในการพิจารณาว่ามีความผิดหรือไม่นั้นต้องให้เวลากรรมการได้ทำงานตามระเบียบ 30 วันก่อน  
    "สำหรับการสั่งปิดสถานบริการทั้ง 2 แห่ง เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าทั้ง 2 แห่งมีใบอนุญาตบางประเภท แต่ยืนยันว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการตาม พ.ร.บ.สถานบริการ หากเข้าข่ายความผิดตามคำสั่ง คสช.ก็ต้องปิด 5 ปีต่อไป ซึ่งตอนนี้ยึดตามประกาศของ กทม.ไปก่อน" โฆษก บช.น.กล่าว
    วันเดียวกัน นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจดำเนินคดีผู้จัดการร้านคริสตัลคลับและผู้จัดการเอเมอรัลด์ผับทองหล่อ ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.สถานบริการ และล่าสุดศาลแขวงพระนครใต้สั่งจำคุกทั้ง 2  รายเป็นเวลา 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญาว่า การเอาผิดกับผู้จัดการร้านนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่ตนมองว่านี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องในขบวนการอีกมาก ทั้งเจ้าของและอาจรวมไปถึงการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งเจ้าของร้านตัวจริงยังประกอบกิจการต่อไปได้
    นายธีรภัทร์กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบร้านดังกล่าวว่าเข้าข่ายมีความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 ที่เกี่ยวกับการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ที่มีบทลงโทษถึงขั้นปิดสถานบริการนั้นหรือไม่ อาทิ ปล่อยให้มีการค้ามนุษย์ มียาเสพติด หรือให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ เป็นต้น  หากเข้าข่ายมีความผิดเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งดำเนินการปิดสถานบริการทั้ง 2 แห่งที่เป็นสาเหตุหลักของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในครั้งนี้โดยทันที และตรวจสอบด้วยว่าหากอยู่ในเขตโซนนิงจะถูกสั่งปิดถาวร แต่ถ้านอกเขตโซนนิงจะถูกสั่งปิด 5 ปี
    "ภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มการตรวจสอบกวดขันผับบาร์ในหัวเมืองใหญ่ๆ ที่เปิดบริการคล้ายร้านคริสตัลด้วยว่า มีการละเมิดกฎหมาย มีการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคหรือไม่ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงสำคัญต่อการแพร่เชื้อ และพิจารณาหาแนวทางเพิ่มบทลงโทษสถานบริการที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือปล่อยปละละเลย จนทำให้เกิดแหล่งมั่วสุม เพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดโรคโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง ไม่ใช่เพียงแค่การเอาผิดผู้จัดการร้าน ซึ่งไม่ใช่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน  นอกจากนี้ขอให้ตรวจสอบกวดขันผับบาร์ในหัวเมืองใหญ่ๆ ด้วย" ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชนกล่าว
    ขณะที่นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายงดเหล้า กล่าวว่า ถึงเวลาที่รัฐจะต้องเอาจริงกับสถานบันเทิง เพราะตามธรรมชาติของสถานที่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่โรคอยู่แล้วจากการอยู่ใกล้ชิดกัน การใช้เสียงดัง และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยิ่งเสี่ยงมาก ยิ่งต้องเข้มงวดเรื่องมาตรการควบคุมโรค แต่กลับพบความหละหลวมในมาตรการควบคุมป้องกันโรค จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างทั่วประเทศ
    "คนหาเช้ากินค่ำ พ่อค้าแม่ค้าต่างได้รับผลกระทบกันหมด ยังไม่รวมถึงปัญหายาเสพติด การสร้างคนเมาให้ลงไปบนท้องถนนเกิดอุบัติเหตุ เกิดความรุนแรงจำนวนมาก  ดังนั้นผู้มีอำนาจควรคำนึงถึงประชาชนส่วนใหญ่ ขอได้โปรดทบทวนและมีคำสั่งปิดบริการไปจนกว่าสถานการณ์โควิดของประเทศจะคลี่คลายหรือเข้าสู่ภาวะปกติ เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก" ผู้จัดการแผนนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายงดเหล้ากล่าว.            

 


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน