ทอท.ร่ายยาวสาเหตุดึงบริษัทลูกAOTGA บริหารงานภาคพื้นสนามบินภูเก็ต


เพิ่มเพื่อน    

ที่มาภาพ AOT 

17 เมษายน 2564 รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) แจ้งว่าพร้อมสนับสนุนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการประกอบกิจการบริการภาคพื้นและคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ภายใต้กระบวนการในประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา 9 (5,000 ล้านบาท) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนฯ พ.ศ.2562 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพในการดำเนินกิจการให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า ณ ทภก.ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก และเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นกับประเทศโดยรวม AOT จึงจำเป็นต้องให้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด( AOTGA )ซึ่งมีความพร้อมเข้าประกอบกิจการแทน และเพื่อรองรับในทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าการประกอบการของบริษัท AOTGA  ในปัจจุบันจะอยู่ในสภาวะขาดทุนก็ตาม และเมื่อผู้โดยสารกลับมาเป็นปกติและสามารถทำกำไรได้แล้ว การบินไทยก็สามารถร่วมทุนกับ AOT ในกิจกรรมดังกล่าวได้

ซึ่งคณะกรรมการ AOT ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.63 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดโอกาสให้ บกท.สามารถเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทร่วมของ AOT ได้ในอนาคต หรือหาก การบินไทย ไม่ประสงค์จะร่วมทุนฯ การบินไทยก็สามารถยื่นความจำนงเข้าขอประกอบกิจการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดได้ต่อไป

ทั้งนี้ตามที่ AOT ได้ให้สิทธิประกอบการบริการภาคพื้น ณ ทภก.แก่ บกท. มีอายุสัญญาตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2563 - 29 เมษายน 2564 โดยได้ผูกอยู่กับสัญญาอนุญาตให้บริการคลังสินค้า ณ ทภก.ด้วย นั้น เมื่อวันที่ 14 ก.ย.63 การบินไทยได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ทำให้ไม่มีสิทธิได้รับเลือกเป็นคู่สัญญาของรัฐตามประกาศคณะกรรมการ นโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง ลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน พ.ศ.2562 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ก.ย.62

อย่างไรก็ตามโดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.63 การบินไทยได้มีหนังสือขอต่ออายุสัญญาประกอบการฯ แต่เนื่องจากจะขัดกับประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนฯ ข้างต้น ดังนั้น AOT จึงไม่สามารถพิจารณาการให้สิทธิดำเนินการประกอบกิจการทั้ง 2 กิจกรรมแก่ บกท.ต่อเนื่องได้ ซึ่ง AOT ได้แจ้งประเด็นดังกล่าวให้ บกท.รับทราบแล้วในการประชุมร่วมกันระหว่าง AOT และ การบินไทยมาโดยตลอด ได้แก่ (1) การประชุมเมื่อวันที่ 19 ต.ค.63 (2) การประชุมเมื่อวันที่ 21 ม.ค.64 และ(3) การประชุมเมื่อวันที่ 16 มี.ค.64 ซึ่ง การบินไทยรับทราบปัญหา แต่มิได้ดำเนินการใดๆ ตามกระบวนการกฎหมายจนสัญญาหมดอายุลง

ทั้งนี้ ปัจจุบันได้มีประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง ลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 มี.ค.64 โดยยกเว้นให้นิติบุคคลที่ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการหรือถูกศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ แต่เป็นนิติบุคคลที่หน่วยงานของรัฐมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่า25% และเป็นหรือเคยเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐในกิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนฯ พ.ศ.2562 สามารถร่วมลงทุนกับหน่วยงานรัฐได้ แต่การให้สิทธิประกอบการยังคงต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา 9 ฯ โดย AOT มีความยินดีและพร้อมที่จะพิจารณาให้สิทธิ บกท.ประกอบกิจการตามขั้นตอนของกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า ณ ทภก.เป็นกิจกรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการให้บริการของสนามบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมให้บริการภาคพื้น ซึ่งมี บกท.เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียว หากสิ้นสุดสัญญา ณ วันที่ 29 เม.ย.64 จะไม่มีผู้ประกอบการรายใดให้บริการเลย และ AOT มีความกังวลในเรื่องความพร้อมในการให้บริการของ บกท.ทั้งในส่วนของอุปกรณ์ และบุคลากร ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการให้บริการได้ทันทีที่เที่ยวบินระหว่างประเทศเริ่มกลับมาทำการบินตามปกติ อันจะกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจและการเปิดประเทศ

ทั้งนี้ AOT ในฐานะผู้บริหารสนามบินหลัก 6 แห่งของไทย ซึ่งถือเป็นประตูสู่ประเทศ มีความยินดีและพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของ บกท.ที่เป็นหน่วยงานที่ได้ทำงานเคียงข้างร่วมกันมาอย่างยาวนาน รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ในธุรกิจการบินให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ ไปได้ เพื่อร่วมมือกันผลักดันให้อุตสาหกรรมการบินของไทยเติบโตไปสู่ระดับโลกต่อไป


คุณหมอครับ! ทั้งคุณหมอ "โอภาส การย์กวินพงศ์" อธิบดีกรมควบคุมโรค และคุณหมอ "ไพศาล ดั่นคุ้ม" เลขาฯ อย. อย่าไปสนใจเสียงหมาเห่าเลยครับ

อยากย้ายประเทศใช่มั้ย?
ไฟลามทุ่ง 'ลามถึงศาล'
รอบนี้"คนแก่ขอก่อน"
"อย่าให้เสียชาติเกิด"
"จากรุ่นลูกถึงรุ่นแม่"
ไทยนี่แหละ "ไทยวัคซีนไทย"