
กรมศิลปากรค้นพบข้อมูลใหม่แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จ.เพชรบุรี ‘กลองมโหระทึก-โครงกระดูกมนุษย์-กำไลทอง’ ล้ำค่า พนมบุตรเผยเร่งเก็บกู้โครงการกระดูกเพื่ออนุรักษ์เร่งด่วน
27 มิถุนายน 2569 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี คณะผู้บริหารส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าหลุมขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทองและมอบเงินชดเชยผลอาสิน ให้แก่นางคนางค์ และนายเจน เพชรสุด เจ้าของพื้นที่ ณ พระที่นั่งราชธรรมสภา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จ.เพชรบุรี

สำหรับการดำเนินงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เริ่มเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และขุดศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีจากตำแหน่งที่มีการค้นพบกลองมโหระทึกในที่นาของนางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งผลการขุดค้นหลุมมีขนาด 4×6 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร ในช่วงต้นพบชิ้นส่วนขอบฐานของกลองมโหระทึก 6 ใบ โครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง ล่าสุด ได้ค้นพบโครงกระดูกเด็ก 1 โครง รวม 9 โครง นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับ ได้แก่ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ และกำไลทองคำ

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สำหรับแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เริ่มค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีกลองมโหระทึก เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยกรมศิลปากรได้เริ่มเข้าดำเนินการขุดค้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยคาดว่ากลองมโหระทึกมีอายุประมาณ 1,500–2,000 ปี จำนวน 6 ใบ แม้ว่าจะอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์และต้องนำไปบูรณะซ่อมแซม แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในการค้นพบกลองมโหระทึกจำนวนมากที่สุดในแหล่งโบราณคดีลักษณะเดียวกัน ถือเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญ
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ในการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 8 โครง โดยเฉพาะโครงกระดูกหมายเลข 1 ที่พบเครื่องประดับทองคำจำนวนมาก ทั้งกำไล แหวน และต่างหู ซึ่งจากรูปแบบและฝีมือการผลิต คาดว่าไม่น่าจะเป็นเครื่องประดับที่ผลิตในพื้นที่ประเทศไทย แต่มีความเป็นไปได้ว่านำเข้ามาจากอินเดียจากหลักฐานทั้งหมด จึงสันนิษฐานได้ว่า แหล่งโบราณคดีดอนยายทองน่าจะเป็นแหล่งฝังศพของชุมชนในช่วงปลายสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานการเผาศพ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่เกิดขึ้นหลังการเผยแผ่ของพระพุทธศาสนา
“โครงกระดูกที่พบคาดว่าผู้ที่ถูกฝังศพน่าจะเป็นบุคคลสำคัญหรือมีฐานะสูงในสังคม เพราะได้รับการฝังพร้อมเครื่องประดับทองคำจำนวนมาก สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ โครงกระดูกทุกโครงมีการครอบบริเวณใบหน้าด้วยแผ่นโลหะสำริด ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ยากมาก นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการมัดศพ และทุกโครงหันศีรษะไปในทิศทางเดียวกัน คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แสดงให้เห็นถึงแบบแผนพิธีกรรมการฝังศพที่ชัดเจน” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของนักโบราณคดี เพราะยังต้องศึกษาต่อว่าแหล่งฝังศพแห่งนี้มีขนาดใหญ่เพียงใด มีโครงกระดูกทั้งหมดกี่โครง และเหตุใดจึงพบกลองมโหระทึกและเครื่องประดับจำนวนมากร่วมกับโครงกระดูกเหล่านี้ และล่าสุดทีมงานได้ค้นพบโครงกระดูกเพิ่มอีก 1 โครง ซึ่งเป็นโครงกระดูกเด็ก ทำให้จำนวนโครงกระดูกที่พบเพิ่มเป็น 9 โครง
อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งน้ำจะท่วมพื้นที่ขุดค้น จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการขุดค้นชั่วคราว เพื่อเร่งเก็บกู้โครงกระดูกและโบราณวัตถุที่ค้นพบทั้งหมด ก่อนจะกลับมาดำเนินการขุดค้นอีกครั้งหลังสิ้นสุดฤดูฝน ในช่วงระหว่างการหยุดขุดค้น จะมีการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และบูรณะโบราณวัตถุ รวมถึงศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และเจ้าของที่ดิน ซึ่งยินดีอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อการศึกษาต่อในปีหน้า

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า เมื่อการศึกษาทางโบราณคดีและการอนุรักษ์โบราณวัตถุแล้วเสร็จ กรมศิลปากรจะร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีพิจารณาหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับจัดแสดงโบราณวัตถุ โดยอาจใช้พื้นที่ที่มีอยู่แล้ว เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี หรือพัฒนาพื้นที่จัดแสดงแห่งใหม่ ทั้งนี้จะต้องเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยและประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวก กรมศิลปากรยังพร้อมร่วมมือกับจังหวัดเพชรบุรีในการผลักดันให้แหล่งโบราณคดีแห่งนี้พัฒนาไปสู่แหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ทั้งนี้แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ยังได้รับความสนใจจากนักวิชาการของมหาวิทยาลัยในเขตกวางซี สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ต้องการร่วมศึกษาวิจัย เนื่องจากกลองมโหระทึกเป็นวัฒนธรรมร่วมของจีนตอนใต้ ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย การศึกษาครั้งนี้จึงอาจนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และพัฒนาการทางเทคโนโลยีของภูมิภาค

กรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยากายภาพและโครงกระดูกจากมหาวิทยาลัยศิลปากรเข้ามาร่วมศึกษารายละเอียดของโครงกระดูก เพื่อเก็บกู้ขึ้นของโครงกระดูกหมายเลข 1-4 ก่อน พร้อมประเมินวิธีการยกเคลื่อนย้ายที่เหมาะสม เนื่องจากสภาพพื้นที่มีน้ำใต้ดินซึมขึ้นมาตลอดเวลา แม้จะไม่ได้เกิดจากน้ำท่วมโดยตรงก็ตาม ส่วนโครงกระดูกหมายเลข 5-8 ซึ่งมีลักษณะการฝังซ้อนกัน คณะทำงานตั้งใจจะยกขึ้นทั้งชุด เมื่อยกขึ้นแล้วจะส่งต่อไปยังห้องปฏิบัติการอนุรักษ์ทันที เพราะโครงกระดูกมีคราบเกลือและโลหะสำริดเกาะติดอยู่ จำเป็นต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน
กรรณิการ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลองมโหระทึกที่ยังอยู่ภายในหลุม จะดำเนินการเก็บกู้ขึ้นพร้อมกับการยกโครงกระดูก โดยกลองมโหระทึก 2 ใบที่พบล่าสุดมีความสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ พบในลักษณะคว่ำหน้าลงกับพื้น คาดว่าจะสามารถประกอบและบูรณะให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์ได้เกือบทั้งหมด และเชื่อว่าหากขยายการขุดค้นออกไปได้อีก มีแนวโน้มที่จะค้นพบโครงกระดูกและโบราณวัตถุเพิ่มเติมในระยะต่อไป

คนางค์ เพชรสุด เจ้าของพื้นที่ เล่าว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่พื้นที่ของตนเองได้กลายเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่ก็รู้สึกยินดีที่พื้นที่แห่งนี้จะได้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศ แม้ในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวจะยังเป็นพื้นที่ทำนา แต่ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการเก็บกู้โบราณวัตถุ เพื่อให้การศึกษาทางโบราณคดีเป็นไปอย่างสมบูรณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตบหน้าเขมร! วธ. โชว์ภาพต้นฉบับ 'ชุดไทย' 120 ปี ประท้วงเวที MU Cambodia
วธ. ร่อนหนังสือประท้วงเวที Miss Universe Cambodia ละเมิดใช้ภาพ 'ชุดไทย' ฟิลม์กระจกมรดกความทรงจำโลก แฉเขมรลบลายน้ำกรมศิลป์
'กรมศิลป์ฯ' บูรณะปราสาทตาควาย ส่งทหารช่างเคลียร์กองหิน คาดมีทุ่นระเบิดตกค้าง เดินหน้างานวิ่งเทรล
'กรมศิลป์ฯ' เตรียมบูรณะปราสาทตาควายปี 70 ใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี ส่งทหารช่างเคลียร์กองหินขนาดใหญ่ที่ร่วงอยู่ภายในออกก่อน คาดยังมีทุ่นระเบิดตกค้างอยู่ภายใน ขณะที่ 'ถนนคอนกรีต-บันไดเหล็ก' เชื่อมขึ้นเนิน 350 สร้างเสร็จเรียบร้อย เดินหน้างานวิ่งเทรลเดือน ธค. นี้

