
“เราพบว่า การสอนเด็กให้ซึมซับรับรู้ได้ดี กับเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม จะต้องอยู่ในช่วงอายุประมาณ 10-12 ปี หากโตกว่านี้ ความสนใจจะไม่เท่าอายุขนาดนี้ หรือหากอายุต่ำกว่าระดับ10 ขวบ การเรียนรู้เข้าใจก็อาจจะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ” อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Centre หรือ EEC) กล่าว ในกิจกรรม โครงการ “ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” รุ่นที่ 3 (Mizuiku Water Hero Camp: Year 3) ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา” (No Water, No Life) เป็นเวลา 3 วัน 2คืน ณ จังหวัดนครนายก โดยเยาวชนจาก 30โรงเรียน หรือจำนวน 500 คน เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน โดยหวังส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำผ่านประสบการณ์จริง และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเติบโตเป็นพลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ในฐานะที่ทำธุรกิจที่มีน้ำเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ทำให้ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด ประเทศไทย ให้ความสำคัญเรื่องน้ำมาตลอด ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายหลักของบริษัทแม่ ในประเทศญี่ปุ่น ในการตอบแทนสังคม โดยประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในประมาณ 5ประเทศ ที่บริษัทซันโตรี่ ประเทศญี่ปุ่นคัดเลือกให้ดำเนินกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์น้ำ สอดคล้องกับการเผชิญกับความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่องของไทย ทั้งปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะในปีนี้เข้าสู่วงจรซูเปอร์เอลนิโญ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดภัวแล้งรุนแรงกว่าปี
ในฐานะที่ EEC เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนกิจกรรมของเยาวชนในค่าย “ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” อเล็ก ประธานฯ EEC กล่าวว่า กลปัจจุบัน หลายพื้นที่กำลังเผชิญความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คุณภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงไป และความไม่สมดุลระหว่างปริมาณน้ำกับความต้องการใช้น้ำ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว ดังนั้น การปลูกฝังความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำตั้งแต่วัยเยาว์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเตรียมเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต

สำหรับกิจกรรม ‘ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ รุ่นที่ 3’ ได้ออกแบบการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงและการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเยาวชนจะได้เรียนรู้ ‘การเดินทางของน้ำ’ ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ผ่านการลงพื้นที่ ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำตกสาริกา และป่าชุมชนบ้านเนินมะค่า เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน กิจกรรมยังมุ่งเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับป่าต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฏจักรน้ำ รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในอนาคต
“เรายังมีผู้ชนะการประกวดจากโครงการฯ ในปี 2568 (Mizuiku Alumni) กลับมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องๆ ในกิจกรรมค่าย ปีที่ 3 อีกด้วย แต่หัวใจหลักการเรียนรู้ ที่เป็นรูปแบบ Edutainment เราจึงยังคงมุ่งเน้นการเรียนรู้ควบคู่การลงมือปฏิบัติจริง ในรูปแบบการเรียนรู้ผ่านห้องเรียนธรรมชาติที่สนุกสนาน (Edutainment) และส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างผืนป่า พื้นที่ต้นน้ำ และทรัพยากรน้ำซึ่งเขาสามารถนำองค์ความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้”อเล็กซ์ กล่าว

คำถามว่ากิจกรรม”ค่ายวัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ที่ดำเนินมา 2ปี และเข้าสู่ปีที่ 3 เด็กมีความรู้ความเข้าใจเรื่องน้ำ มากน้อยแค่ไหนนั้น เป็นสิ่งที่โครงการให้ความสำคัญ จึงมีการประเมินผลความเข้าใจและการรับรู้ของเด็กในช่วงท้ายของกาารเข้าค่าย 3 วัน 2คืน อเล็กซ์ บอกว่า ในช่วง 2ปีที่มีการจัดค่าย ผลลัพธ์ที่ได้และถือว่าเป็นเรื่องน่าดีใจก็คือ มีหลายโรงเรียนกลับไปตั้งชมรมรักษ์น้ำในโรงเรียน และกิจกรรมของชมรมฯ ที่เริ่มจากในโรงเรียนยังขยายผลไปถึงชุมชน พ่อแม่และครอบครัวของเด็กนักเรียนอีกด้วย และจนถึงปัจจุบันชมรมฯดังกล่าวก็ยังดำเนินอยู่
นายโอเมอร์ มาลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทรัพยากรน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของผู้คน ซันโทรี่จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายขององค์กรที่มุ่ง “จุดประกายความสดใสของชีวิตโดยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้ผู้คนได้อยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล” ซันโทรี่ได้ขับเคลื่อนโครงการการศึกษาด้านธรรมชาติและน้ำ ‘มิซุอิกุ’ (Suntory Mizuiku – Education Program for Nature and Water) ซึ่งมีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2547 เพื่อส่งเสริมความเข้าใจถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำและปลูกฝังการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในห้องเรียนธรรมชาติ และขยายสู่ 8 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยในประเทศไทย บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการภายใต้แนวคิด ‘วัน ซันโทรี่’ ตั้งแต่ปี 2567 เพื่อผสานความเชี่ยวชาญและทรัพยากร ยกระดับสู่แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนระยะยาว ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และเติบโตเป็นพลังสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนเป้าหมายระดับโลกของกลุ่มบริษัทซันโทรี่ในการเข้าถึงโครงการอนุรักษ์น้ำและแหล่งน้ำสะอาดแก่ประชากร 5 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2573

นายทานุจ ชาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทรัพยากรน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและคุณครูรวมกว่า 19,700 คน จาก 60 โรงเรียนในจังหวัดชลบุรีและระยอง และในปีนี้ เรายังขยายโครงการฯ สู่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการอยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและโรงเรียนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเรียนรู้และต่อยอดการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในชุมชนของตนเอง ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราทั้งสองบริษัทในการดำเนินธุรกิจตามค่านิยมองค์กร ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) และ ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม’ (Giving Back to Society) ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมตอบแทนสังคมผ่านการเป็นอาสาสมัครเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนภายในค่ายฯ

ขณะเดียวกัน โครงการฯ ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างเป็นรูปธรรม และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนจะช่วยเสริมพลังให้คนรุ่นใหม่เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับชุมชนและสังคมไทยต่อไป
โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ”ยังมีความท้าทาย โรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยผู้ชนะการประกวดจากโครงการฯ ในปี 2568 (Mizuiku Alumni) กลับมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนผู้เข้าร่วมค่ายในรุ่นปัจจุบัน ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมค่าย โครงการฯ จะต่อยอดการเรียนรู้ผ่านการประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” (Mizuiku Water Model School) โดยโรงเรียนผู้ชนะ 2 แห่ง จากแต่ละจังหวัดจะได้รับโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้ต้นกำเนิดโครงการ “มิซุอิกุ” ประเทศญี่ปุ่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อเล็กซ์' โดนวิจารณ์ไม่เหมาะบทพระเอกจนเกิดจุดเปลี่ยนชีวิต
นักแสดงและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวยง อเล็กซ์ เรนเดลล์ เปิดใจในรายการ WOODY FM เล่าถึงเหตุกาณ์ที่ทำให้รู้สึกเฟลเมื่อเจอคำวิจารณ์ โดนกระแสตีกลับว่าไม่เหมาะสมที่จะรับบทพระเอกทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิต และบทเรียนครั้งใหญ่ของการปฎิเสธคนไม่เป็น ชอบช่วยเหลือคนอื่นเกินลิมิตจนไม่มีเวลาให้กับตัวเอง
‘อเล็กซ์’ ชวนเติมพลังฮึบ ผ่านโครงการ ‘#กอดป่ากอดทะเล’ ปี 2 ทั่วประเทศ
‘แบรนด์ซุปไก่สกัด’ จับมือ ‘อเล็กซ์ เรนเดลล์’ เดินหน้าเติมพลังฮึบผ่านโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษา #กอดป่ากอดทะเล ปีที่ 2 ชวนเยาวชนและคนในชุมชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ดูแลธรรมชาติให้กลับมาสวยงามและยั่งยืน หลังผ่านช่วงเวลาคลายล็อคดาวน์ พร้อมรับเปิดประเทศ ด้วยการลงพื้นที่กอด 5 พื้นที่ธรรมชาติ

