เด็กสวดโอ้เอ้วิหารราย ภูมิปัญญาสมัยอยุธยา

เสียงสวดโอ้เอ้วิหารรายที่ดังกังวานอย่างพร้อมเพรียงจากเยาวชนทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่ร่วมกันสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ การสวดโอ้เอ้วิหารรายไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความสามารถด้านการขับร้อง หากยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ภาษาไทย วรรณศิลป์ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และโบราณราชประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน

ด้วยความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกภูมิปัญญาของชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารราย ประจำปี พ.ศ. 2569 เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย และร่วมสืบทอดประเพณีอันทรงคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น โดยรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศเปิดเวทีประกวด ณ วัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี กรุงเทพฯ  โดยพระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการศาสนา คณะกรรมการตัดสิน ครู อาจารย์ และนักเรียน นักศึกษาที่เก่งขับร้องจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การประกวดสวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ  นอกจากจะเป็นการสืบทอดโบราณราชประเพณีแล้ว ยังส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง เรียนรู้วรรณศิลป์ ฝึกสมาธิ ความอดทน ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญในการดำรงชีวิต  ปีนี้มีสถานศึกษาจากทั่วประเทศผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา รวมกว่า 70 ทีม โดยสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลทุกประเภท จะได้รับโอกาสเข้าสวดโอ้เอ้วิหารราย ณ ศาลารายรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ตามโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน

“ สวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้บทประพันธ์จากหนังสือมูลบทบรรพกิจและกาพย์พระไชยสุริยา เป็นตำราเรียนภาษาไทยของเด็กไทยในอดีต นอกจากช่วยฝึกการอ่านและการออกเสียงแล้ว ยังสอดแทรกหลักธรรม คติสอนใจ และคุณค่าทางวรรณศิลป์นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ เวทีนี้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เข้าใจ และภาคภูมิใจในรากเหง้าของ “ นายชัยพล กล่าว

สำหรับผลการประกวดมีสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ระดับ ประถมศึกษา ประเภททีมชายล้วน ได้แก่ รร.เทศบาล 4 เฉลิมพระเกียรติ ประเภททีมหญิงล้วน ได้แก่ รร.ไทยรัฐวิทยา 25 (บ้านหนองเกตุ) ประเภททีมผสม ได้แก่ รร.อนุบาลประชารัฐสามัคคี ระดับ มัธยมศึกษา ประเภททีมชายล้วน ได้แก่ รร.สิเกาประชาผดุงวิทย์ ประเภททีมหญิงล้วน ได้แก่ รร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ประเภททีมผสม ได้แก่ รร.วีรวัฒน์โยธิน ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (ชมรมวรรณศิลป์) ทั้งนี้ สถานศึกษาที่ได้รับรางวัลทุกประเภทจะได้เข้าสวดโอ้เอ้วิหารราย ณ ศาลารายรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ตามโบราณราชประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

ดญ.ไอศิกา เกตุกิ่ง รร.วัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) กรุงเทพฯ กล่าวว่า การได้มายืนอยู่บนเวทีรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก กว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องใช้ทั้งความพยายามและความมุ่งมั่น ก่อนการแข่งขัน ทุกวันหลังเลิกเรียนจะใช้เวลาทบทวนบทสวด ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ก็ฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเช้ามีโอกาสสวดให้รุ่นพี่และรุ่นน้องในโรงเรียนฟังอยู่เป็นประจำ ทำให้ได้ฝึกการใช้ภาษาไทย โดยเฉพาะคำควบกล้ำ พยัญชนะ และการออกเสียงที่ยากผ่านกาพย์ยานี 11 กาพย์สุรางคนางค์ 28 และกาพย์ฉบัง 16 อยากเชิญชวนเยาวชนให้มาร่วมสวดโอ้เอ้วิหารรายกันให้มากขึ้น

ด้านตัวแทน นร.รร.สิเกาประชาผดุงวิทย์ จ.ตรัง ชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา ทีมชายล้วน กล่าวว่า โรงเรียนเข้าร่วมแข่งขันเป็นปีที่ 3 เตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม ใช้เวลาฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง การประกวดครั้งนี้ภาคภูมิใจ สนุกมาก สวดแล้วไม่เครียด สวดแล้วชีวิตแฮปปี้มาก อยากจะเชิญชวนทุกคน  หากมีความสนใจสามารถมาประกวดหรือมาฝึกซ้อม มารับฟังการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารรายได้ เป็นวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม

นส.ศิรประภา สันตะวงศ์ อาจารย์ชมรมวรรณศิลป์ มรภ.สุรินทร์ กล่าวว่า เราร่วมประกวดอย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะเป็นรองมาตลอด เฝ้ารอมา 4 ปี จนปีนี้ได้เป็นแชมป์ มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนจากกรมการศาสนามาโดยตลอด ร่วมแข่งขันตั้งแต่เริ่มมีการประกวดในระดับอุดมศึกษา นักศึกษาจะหมุนเวียนเปลี่ยนรุ่นทุกปี โดยรุ่นพี่ยังคงถ่ายทอดองค์ความรู้ให้รุ่นน้องอย่างต่อเนื่อง การสวดโอ้เอ้วิหารรายทำให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะด้านภาษาไทยและได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เกิดความรักความสามัคคี ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านการได้เข้าสวดโอ้เอ้วิหารราย ณ วัดพระแก้ว ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

เพิ่มเพื่อน