
ในยุคที่เด็กและเยาวชนเติบโตท่ามกลางโลกออนไลน์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอย่างรวดเร็ว การสร้างภูมิคุ้มกันทางคุณธรรมกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าปรับบทบาทศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ให้ก้าวพ้นภาพจำของโรงเรียนสอนธรรมะในวัดสู่การเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน สร้างเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณธรรม พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
ผลสำเร็จสะท้อนผ่านโครงการ “Open House เปิดบ้านศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.)ภาคเหนือ และสมัชชาคุณธรรม มหกรรมความดี จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2569 เมื่อวันที่22- 23 กรกฎาคม 2569 ที่วัดลัฎฐิวัน (พระนอนขอนตาล) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยมีพระเทพมังคลาจารย์ (สมาน กิตฺติโสภโณ) เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดท่าตอน พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์จาก8 จังหวัดภาคเหนือ หน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่ รวมถึงเครือข่ายด้านการศึกษาและวัฒนธรรมเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า โครงการ Open House เปิดบ้าน ศพอ. ภาคเหนือ ประจำปี 2569 ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจ.เชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และเครือข่ายศพอ.ภาคเหนือ ในการร่วมกันขับเคลื่อน ศพอ. ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาและคุณธรรมสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชน โดยอาศัยความร่วมมือของบ้าน วัด โรงเรียน และทุกภาคส่วนในชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญพัฒนาคนและสังคมไทย
“ ศน. ให้ความสำคัญกับการพัฒนา ศพอ. อย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่า ศพอ. ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ถ่ายทอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เสริมสร้างวินัย จิตสาธารณะ และทักษะชีวิต เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูล (Data) ยกระดับการบริหารจัดการและการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือทุกภาคส่วนจะเป็นพลังสำคัญยกระดับศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และเป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์อัจฉริยะ สร้างคนดี มีคุณธรรม เท่าทันเทคโนโลยี และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป ปัจจุบันมีการจัดตั้ง ศพอ. ทุกจังหวัดรวม 2,805 ศูนย์ แบ่งเป็น ส่วนกลาง 47 ศูนย์ และส่วนภูมิภาค 2,758 ศูนย์ เปิดการเรียนการสอนในวันอาทิตย์และวันอื่นๆ มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมงต่อปี หลักสูตรเป็นไปตามอัตลักษณ์ของพื้นที่ “”นายชัยพล กล่าว

ด้านนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางอารยธรรมล้านนา มีต้นทุนทั้งด้านพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่ำรวยมรดกทางวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่มีคุณค่า งาน Open House ศพอ. ภาคเหนือ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเครือข่ายทั้ง 8 จังหวัด แต่เป็นเวทีสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อยกระดับศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ให้เข้มแข็งและตอบโจทย์สังคมร่วมสมัย

Open house ภาคเหนือครั้งนี้ เปิดพื้นที่วัดลัฎฐิวัน จัดนิทรรศการผลงานและการสาธิตภูมิปัญญาของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ดีเด่นจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ศพอ.วัดถิ่นใน จ.แพร่ ,ศพอ.วัดม่วงเจริญราษฎร์ จ.น่าน ,ศพอ.วัดแม่กาห้วยเคียน จ.พะเยา ,ศพอ.วัดดอนแก้ว จ.เชียงใหม่ ,ศพอ.วัดสันดอนแม่กึ๊ด จ.ลำปาง , ศพอ.วัดเจดีย์ขาว จ.ลำพูน ,ศพอ.วัดพระธาตุขิงแกง จ.เชียงราย และศพอ.โรงเรียนวัดจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 จ.แม่ฮ่องสอน

พระครูสุภัทรรัตนากร เจ้าอาวาสวัดดอนแก้ว จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ศพอ. วัดดอนแก้ว เป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ดีเด่นระดับจังหวัด เป็นสถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนาที่มีความโดดเด่น ทั้งบริหารจัดการ กระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ยึดหลักสูตรธรรมาภิบาล มีคณะกรรมการบริหารเข้มแข็งภายใต้การนำของพระและได้รับความรู้จากชุมชนเอกชน ภาคีเครือข่าย เน้นปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมทางพุทธศาสนาแก่เยาวชน เป็นแบบอย่างที่ดี มีประสิทธิภาพเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ทรงคุณค่าเป็นต้นแบบ
“ เด็กและเยาวชนได้ใกล้ชิดพุทธศาสนา ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนอย่างถูกต้อง ควบคู่เรียนรู้ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม เยาวชนดอนแก้วเข้ามาเรียนมากกว่า 60 คนวิชาเสริมมีงานจักสานไม้ไผ่ขด ทำขัน ข่วง เครื่องประกอบพิธีกรรมของล้านนา ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่สืบทอดสะท้อนภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรม การเรียนการสอนสร้างอาชีพและรายได้ทั้งเด็กและเยาวชน แล้วยังมีวิชากลองสะบัดชัย กลองปู่จา วิชาพิมพ์ลายล้านนา สอนโดยพ่อครูแม่ครู “ พระครูสุภัทรรัตนากร กล่าว

ศพอ.ดีเด่นจากลำปาง พระครูใบฎีกากรวิชญ์ ฐิตเมโธ เจ้าอาวาสวัดสันดอนแม่กึ๊ด จ.ลำปาง กล่าวว่า ศพอ.วัดสันดอนแม่กึ๊ด จ. ลำปาง เปิดการสอนตั้งแต่ปี 2565 คณะครูผู้สอน คือ คณะสงฆ์ตำบลทุ่งงามจบนักธรรมชั้นตรี เปิดสอนวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม วิชาพุทธประวัติ วิชาศีลธรรมวินัย วิชาเสริมมีทั้งสังคมศึกษา ภาษาไทย และนาฏศิลป์ ส่วนที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและอาชีพ มีการฝึกทำดอกเข็มและข้าวถัก และการฝึกฟ้อนรำ และงานใบตอง รวมถึงการปลูกพืชผักสวนครัว ปี 2566 จัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในอุปถัมภ์กรมการศาสนา เปิดการเรียนการสอนภาคบังคับและเปิดสอนวิชาเสริมเพิ่มขึ้นคือวิชาโครงคุณธรรมและอาชีพ เน้นผู้เรียนสำคัญคณะครูมีทั้งพระและปราชญ์ชุมชน มีนักเรียนในสังกัด 460 คน เป็นนักเรียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคมเฉพาะ ม. 1 โรงเรียนอนุบาลเสริมงาม โรงเรียนบ้านแม่กึ๊ด โรงเรียนชุมชนบ้านมั่ว และโรงเรียนวัดสาแล ทั้งยังมีแนวคิดจะเพิ่มวิชาเสริม คือ วิชาขับซอล้านนา เพราะเป็นมรดกภูมิปัญญาล้านนาที่ใกล้สูญหาย รวมถึงจะสอนวิชาดนตรีล้านนา สะล้อ ซอ ซึง ด้วย
แม้กิจกรรม Open house ศพอ.ภาคเหนือ จะจบลงแล้ว แต่บทบาทของศพอ.ภาคเหนือที่กระจายทุกจังหวัดจะเดินหน้าต่อไปเพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทย ทั้งยังมีโจทย์ท้าทายมุ่งสู่การเป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์อัจฉริยะ





