เทคโนโลยี AI  ยกระดับทันตกรรมอัจฉริยะ

แม้การทำฟันจะยังเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกกังวล เพราะมองว่าต้องใช้เวลารักษานานและยากที่จะคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่ปัจจุบันวงการทันตกรรมกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งเข้ามาช่วยยกระดับทั้งกระบวนการรักษาและประสบการณ์ของผู้เข้ารับบริการให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โรงพยาบาลฟันทองหล่อ หรือ TDH Dental เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลทันตกรรมที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาและปรับภาพลักษณ์ของการทำฟันให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ได้มองเพียงการรักษาปัญหาสุขภาพช่องปาก แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์การรักษา ความสะดวก ความแม่นยำ รวมถึงการสามารถวางแผนและเห็นผลลัพธ์ด้านความสวยงามได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มการรักษา สะท้อนทิศทางของทันตกรรมยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับการรักษาเฉพาะบุคคล ควบคู่กับการนำนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของการดูแลผู้ป่วย

ทพญ.สุนิสา บัวทองศรี ที่ปรึกษาผู้บริหารด้านการรักษา กล่าวว่า ปัจจุบัน วงการทันตกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ จากเดิมที่อาศัยกระบวนการรักษาแบบแอนะล็อก(Analog Dental Treatment) เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของการรักษา ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ความรวดเร็ว และทำให้ผู้ป่วยสามารถมองเห็นผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มการรักษา หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การจัดฟันใส ซึ่งใช้ระบบ Digital Workflow ตั้งแต่ต้นจนจบ กระบวนการเริ่มจากการสแกนช่องปากด้วยเครื่อง Intraoral Scanner ข้อมูลทั้งหมดจะถูกแสดงบนหน้าจอ ก่อนที่ทันตแพทย์จะนำไปจำลองผลการรักษา (Simulation) ให้ผู้ป่วยเห็นได้ทันที ทั้งตำแหน่งของฟัน การสบฟัน ความสัมพันธ์ระหว่างฟันและขากรรไกร รวมถึงรูปร่างของรอยยิ้มหลังการรักษา เพื่อให้เห็นว่าฟันจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งในด้านการใช้งานและความสวยงาม

ทพญ.สุนิสา บัวทองศรี

 ความแตกต่างระหว่างการจัดฟันแบบดั้งเดิมกับการจัดฟันใสอยู่ที่กระบวนการผลิต อุปกรณ์จัดฟันแบบเดิมเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้งานกับคนจำนวนมาก ก่อนจะนำมาปรับให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ขณะที่การจัดฟันใสเป็นการผลิตแบบ Custom-made ทุกชิ้น ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละคนผ่านระบบดิจิทัล ทำให้สามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำจากซอฟต์แวร์ ไม่ใช่การคาดเดาเหมือนในอดีต

อย่างไรก็ตาม ทพญ.สุนิสา กล่าวว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดฟันใส แต่ยังครอบคลุมการรักษาอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนฝังรากฟันเทียม การทำครอบฟันบนฟันธรรมชาติ รวมถึงการสร้าง Surgical Guide สำหรับการผ่าตัด โดยเริ่มจากการสแกนช่องปาก การวางแผนผ่านซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ ก่อนผลิตชิ้นงานด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D Printing) หรือเครื่อง Milling ซึ่งเป็นระบบกลึงด้วยคอมพิวเตอร์ แม้กระบวนการผลิตจะอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลัก แต่บทบาทของทันตแพทย์และทันตกรรมแล็บยังคงมีความสำคัญในการร่วมกันวางแผน ตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพของชิ้นงาน เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาทดแทนบุคลากร แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และย่นระยะเวลาการผลิตให้สั้นลงกว่าการอาศัยฝีมือช่างเพียงอย่างเดียว

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมคือ การออกแบบรอยยิ้มด้วยเทคนิค Aesthetic Norms  ซึ่งอาศัยข้อมูลจากงานวิจัยด้านความงาม เช่น Golden Proportion และหลักสัดส่วนของใบหน้า เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างรูปหน้า แนวจมูก มุมต่าง ๆ ของใบหน้า ฟันบน ฟันล่าง และการสบฟัน ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการวางแผนรักษา

ทพญ.สุนิสา กล่าวต่อว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีที่กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนการรักษา ปัจจุบันคลินิกอยู่ระหว่างการพัฒนา AI ของตนเองเพื่อใช้เป็นผู้ช่วยของทันตแพทย์ เนื่องจากแม้จะมีโปรแกรมสำเร็จรูปในตลาด แต่แต่ละคลินิกยังมีแนวทางการรักษาและมาตรฐานที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องพัฒนา AI จากฐานข้อมูลเฉพาะขององค์กร การพัฒนา AI ต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก ทั้งข้อมูลทางคลินิก ภาพเอกซเรย์ ภาพ CT Scan ประวัติการรักษา อาการของผู้ป่วย ตลอดจนองค์ความรู้และทฤษฎีทางทันตกรรม เพื่อให้ระบบสามารถประมวลผลและเสนอแนวทางการรักษาที่แม่นยำ เมื่อผ่านการทดสอบจนมั่นใจว่าผลลัพธ์มีความถูกต้องและมีเสถียรภาพ จึงจะสามารถนำมาใช้ในการรักษาจริงได้

“ AI ยังทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยของทันตแพทย์ได้ เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีปัญหาและรายละเอียดทางคลินิกที่แตกต่างกัน การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นหน้าที่ของทันตแพทย์” ทพญ.สุนิสา กล่าว

แนวโน้มในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ทพญ.กล่าวว่า วงการทันตกรรมจะยังคงขับเคลื่อนด้วย AI ซอฟต์แวร์ เครื่องพิมพ์สามมิติ เครื่อง Milling และวัสดุทางทันตกรรมรุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตทั่วโลกต่างแข่งขันกันคิดค้นเทคโนโลยีและวัสดุที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่คลินิกทันตกรรมต้องคัดเลือกนวัตกรรมที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วยและการเติบโตขององค์กร โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรักษามาตรฐานการรักษาให้ทันสมัยอยู่เสมอ

 “การพัฒนาบุคลากรก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ปัจจุบันประเทศไทยมีคณะทันตแพทยศาสตร์เพิ่มขึ้น ทำให้มีทันตแพทย์รุ่นใหม่เข้าสู่วิชาชีพมากขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการวินิจฉัย วางแผน และรักษา ส่งผลให้การทำงานมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทันตแพทย์ยุคใหม่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้จะสำเร็จการศึกษาแล้วก็ยังต้องเข้ารับการอบรมเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย” ทพญ.สุนิสา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แกร็บ ผนึก OpenAI ต่อยอดโครงการ GrabAcademy อัปสกิล AI คนขับ-ร้านค้า เสริมโอกาสทางธุรกิจ

แกร็บ ผนึก OpenAI ส่งเสริมและ พัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับคนไทย ผ่านการ เปิดตัว โปรเจกต์ ‘GO Forward with AI’ ในระดับภูมิภาค โดย พัฒนาหลักสูตรการใช้งาน ChatGPT ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคนขับและผู้ประกอบการร้านค้า

แปรเม็ดเงิน AI ให้เป็นการเติบโตที่คนไทยมีร่วมกัน โดย ซิกเว่ เบรกเก้ | ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังก่อให้เกิดคลื่นการลงทุนลูกใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานอย่างดาต้าเซ็นเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ การพัฒนาโมเดล AI ไปจนถึง AI เอเจนต์ที่สามารถลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้ การลงทุนเหล่านี้กำลังผลักให้ AI

เมื่อ AI เปลี่ยนโลกสื่อ... ทรูเปิดบ้านรับ คณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรบยสส. รุ่นที่ 5 มองอนาคตการสื่อสาร ผ่านนวัตกรรม ดิจิทัล และประสบการณ์จริง

ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ ต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูงด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บยสส. รุ่นที่ 5) นำโดย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี

BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ชู Data Backbone เชื่อมข้อมูลพร้อมใช้ ต่อยอด ThaiLLM-กำลังคน AI ผนึกภาครัฐ-เอกชน สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงาน “BDI Day 2026: Big Data for a Resilient Thailand” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 4 ของการดำเนินงาน พร้อมเปิดทิศทางปี 2570 มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้พร้อมใช้ ต่อยอด AI ภาษาไทยและกำลังคนด้าน Data-AI

คืนเวลาและศักดิ์ศรีให้ประชาชน: ถอดบทเรียนสหรัฐฯ สู่การทลายเขาวงกตภาครัฐด้วย AI

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เห็นโพสต์ที่น่าสนใจมากจาก พล.อ.ต. ดร.อมร ชมเชย เกี่ยวกับหน้าเว็บไซต์ภาครัฐของสหรัฐอเมริกา (america.gov) ซึ่งเปิดหน้าแรกมาด้วยข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังอย่างยิ่งว่า: