ไทยจ่อก้าวสู่ LGBTQ+ Medical Hub แห่งเอเชีย

ท่ามกลางการแข่งขันของหลายประเทศในการยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง เพื่อดึงดูดผู้รับบริการจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสุขภาพที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ “LGBTQ+ Healthcare” กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิใหม่ของธุรกิจการแพทย์และ Medical Tourism ที่หลายประเทศต่างเร่งช่วงชิงความเป็นผู้นำ

 “โรงพยาบาลยันฮี” เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่มีบทบาท บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ให่กับกลุ่ม LGBTQ+   พญ.สิรินทรา สัมฤทธิวนิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลยันฮี ผู้บริหารรุ่นที่ 2  กล่าวในประเด็นนี้ว่า  ปัจจุบันเป็น ยุคที่โรงพยาบาลไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่แข่งขันกันด้วย “ความเข้าใจมนุษย์” และความสามารถในการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้คนได้อย่างแท้จริง

ในมุมมองของ พญ.ศิรินทรา เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกกำลังนำพาองค์กรเข้าสู่บทบาทใหม่ เพราะผู้รับบริการกลุ่ม LGBTQ+ ไม่ได้เข้ามาเพราะเจ็บป่วย แต่เข้ามาเพื่อให้ร่างกายและอัตลักษณ์ของตนเองสอดคล้องกัน สิ่งที่พวกเขาต้องการจึงไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือความเข้าใจ ความเคารพ และความมั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม

 “จากแนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การก่อตั้ง “Yanhee Support Pride Center” ศูนย์ดูแลสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศแบบครบวงจร ที่รวมบริการทุกด้านไว้ภายใต้แนวคิด “One Roof Service” ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต การดูแลฮอร์โมน การผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ การศัลยกรรมเฉพาะทาง การปรับเสียง การติดตามสุขภาพระยะยาว ไปจนถึงการดูแลคุณภาพชีวิตหลังการรักษา “ซีอีโอ รพ.ยันฮี กล่าว

พญ.สิรินทรา กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลาด LGBTQ+ Healthcare ของประเทศไทยในปัจจุบัน ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผู้รับบริการชาวไทยเพียงอย่างเดียว ซึ่งเราพบว่า กลุ่มผู้เข้ารับบริการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพจากชายเป็นหญิง (Male to Female) กว่า 74% เป็นชาวต่างชาติ ขณะที่กลุ่มหญิงเป็นชาย (Female to Male) มีสัดส่วนผู้รับบริการต่างชาติสูงถึง 55%  โดยประเทศหลักที่เดินทางเข้ามารับบริการ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นจุดหมายด้านสุขภาพของผู้มีความหลากหลายทางเพศจากทั่วโลก

การที่ไทยเป็นหมุดหมาย บริการทางการแพทย์เฉพาะทางของกลุ่ม LGBT+ในภูมิภาคเอเชียนั้นก็เพราะหลายประเทศยังคงมีข้อจำกัดทั้งทางกฎหมาย วัฒนธรรม และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ประเทศไทยจึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้ที่ต้องการเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐานระดับสากล ภายใต้สังคมที่เปิดกว้างและเป็นมิตรต่อความหลากหลายทางเพศมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

“หากย้อนกลับไปในอดีต ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่พัฒนาศักยภาพด้านศัลยกรรมยืนยันเพศสภาพอย่างจริงจัง ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ไทยที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ Destination of Sex Change Surgery มาอย่างยาวนาน  ไม่เพียงเท่านั้น เทคนิคการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพจากชายเป็นหญิงของแพทย์ไทย ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และถูกนำเสนอในเวทีวิชาการระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง  คุณภาพทางการแพทย์ และความเป็นมิตรของสังคมไทย ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้รับบริการจากทั่วโลกยังคงเลือกประเทศไทย” พญ.สิรินทรา กล่าว

 ในแง่เศรษฐกิจ  โดยผู้เข้ารับบริการกลุ่มข้ามเพศไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะจากการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว แต่ต้องการการดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการติดตามระดับฮอร์โมน การตรวจสุขภาพเฉพาะทาง การประเมินภาวะทางจิตใจ การดูแลสุขภาพในวัยสูงอายุ รวมถึงการตรวจคัดกรองโรคที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะเฉพาะ ผู้รับบริการหนึ่งคนสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับระบบสุขภาพได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายสิบปี นอกจากนี้ยังเกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจอื่น ๆ ทั้งโรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และบริการด้าน Wellness ที่เกี่ยวข้อง จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายประเทศเริ่มมอง LGBTQ+ Healthcare เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของอุตสาหกรรม Medical Tourism

“หนึ่งในความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง คือการมองว่าการเปลี่ยนผ่านทางเพศสิ้นสุดลงหลังการผ่าตัด ในความเป็นจริงผู้รับบริการควรต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฮอร์โมนระยะยาว การติดตามสุขภาพของอวัยวะที่ได้รับการผ่าตัดสร้างขึ้นใหม่ การตรวจคัดกรองโรคตามช่วงอายุ หรือการดูแลด้านสุขภาพจิต รพ.ยันฮี  จึงพัฒนาระบบติดตามผลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างทีมสหสาขาวิชาชีพที่ประกอบด้วยศัลยแพทย์ แพทย์ต่อมไร้ท่อ สูตินรีแพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสนับสนุนที่ได้รับการอบรมเฉพาะทาง”พญ.สิรินทรากล่าว

 แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพสูง แต่ยังมีความท้าทายหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง โดยเฉพาะศัลยแพทย์ด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพและจิตแพทย์ที่มีความเข้าใจประเด็นความหลากหลายทางเพศ ขณะเดียวกัน กฎหมายและระบบประกันสุขภาพหลายส่วนยังไม่สามารถรองรับความต้องการเฉพาะของผู้รับบริการกลุ่มนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่ง พญ.สิรินทรา เห็นว่า การพัฒนา LGBTQ+ Medical Hub ไม่ใช่ภารกิจของโรงพยาบาลเอกชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นระบบและ4 กุญแจสู่การเป็น LGBTQ+ Medical Hub ระดับโลก ได้นั้น จะต้องมี1.      พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต2.    สนับสนุนงานวิจัย งานวิชาการ และองค์ความรู้ด้าน LGBTQ+ Healthcare ในระดับสากล 3.      สร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมและกฎหมายที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างเท่าเทียมและ4.      เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและประกันสุขภาพ เพื่อให้ผู้ข้ามเพศเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัยได้มากขึ้น

ก้าวต่อไปของรพ.ยันฮี พญ.สิรินทรา กล่าวว่า   โรงพยาบาลยันฮีเตรียมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงพื้นที่บริการ และขยายแพลตฟอร์มการดูแลสุขภาพสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ อย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบลงทุนรวมมากกว่า 100 ล้านบาทในช่วงปี 2566-2570

 “และหากประเทศไทยสามารถผสานจุดแข็งด้านการแพทย์ การท่องเที่ยวและความเปิดกว้างทางสังคมเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ PrideMonth ในอนาคต อาจไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจแต่จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจการสร้างคุณค่าให้กับสังคม และการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นLGBTQ+ Medical Hub แห่งเอเชียอย่างเต็มรูปแบบ” พญ.สิรินทรา
กล่าวสรุปในตอนท้าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รอยร้าวใต้ร่มก้าวหน้า! วัฒนธรรมพรรคส้มกับหลุมดำเรื่องเพศ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่สั่งจำคุกผู้สมัคร สส. มหาสารคาม ในคดีมอมยาและข่มขืนหญิงสาว ไม่ใช่เพียงจุดจบของคดีอาญา แต่มันคือการเปิดรอยด่างบนเนื้อผ้าที่เคยดูสะอาดตาของพรรคประชาชนหรือ “พรร

'ครูธัญ' ซัดสื่อใช้ภาษาลดทอนความเป็นมนุษย์ เบี่ยงคดียาเสพติดเป็นศีลธรรมเพศ

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความห่วงใยต่อทิศทางการรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเพศหลากหลาย กรณีข่าว “บุก

'ครูธัญ' โวยกลุ่มหลากหลายทางเพศ ถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

'ครูธัญ' ชี้ กรณีกรรมการเวทีประกวดวิจารณ์เยาวชนหลากหลายทางเพศ เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม แนะ ศธ. ปรับปรุงหลักสูตรเรื่องเพศ บรรจุหลักปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม สร้างความเข้าใจกับครู-ผู้บริหาร

ปชป. วอนสภาสูง เร่งผ่าน 'พรบ.สมรสเท่าเทียม' ฉลองเดือนหลากหลายทางเพศ

ปชป. วอนวุฒิสภา เร่งผ่าน กม.สมรสเท่าเทียม ร่วมฉลองเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ หนุนกิจกรรมสีรุ้งภูเก็ต สุดคึกคัก