'น้ำท่วมน่าน' บทเรียน3ปีที่ไร้ข้อสรุป!

ภาพบ้านเรือนของชาวน่านที่เสียหายจากน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ผลพวงจากฝนตกหนัก ที่เรียกว่า ปรากฏการณ์ระเบิดฝน (Rain Bomb)   น้ำป่าพัดพาทรัพย์สิน รถยนต์ มอเตอร์ไซด์หายไปกับกระแสน้ำ ชาวบ้านสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่รวมผู้เสียชีวิตอีกหลายรายจากน้ำท่วมน่าน เป็นภาพเดิมๆ เพราะน่านอ่วมจากน้ำท่วม 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 67 68 และ 69

แม้วันนี้สถานการณ์น่านคลี่คลาย น้ำแห้ง เข้าสู่ภาวะปกติ หากไม่มีฝนระลอกใหม่มาเติม  แต่ยังต้องเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด  อำภอปัวและอำเภอท่าวังผาเข้าโหมดฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ เร่งกู้ระบบไฟฟ้าให้ชาวบ้านในพื้นที่หลายพันครัวเรือนใช้ไฟได้ตามปกติ  แต่สภาพอากาศที่แปรปรวนจากปรากฎการณ์เอลนีโญ หลายจังหวัดภาคเหนือตอนบน และภาคอีสานตอนบน ยังควรเฝ้าดูพายุ  Rain Bomb ที่จะเกิดซ้ำและแนวโน้มหนักกว่าเดิม นอกจากการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ลดความสูญเสียแล้ว  การจัดการ การเตือนภัย แผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ   เป็นสิ่งที่สังคมและนักวิชาการตั้งคำถามดังๆ  

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กล่าวว่า จ.น่าน ฝนตกน้ำท่วมหนักเป็นประจำ  อำเภอปัว จ.น่าน มีพื้นที่กว่า 4.1 แสนไร่ มีภูมิประเทศเป็นหุบเขาและภูเขาสูงชันขนาบข้าง ตรงกลางเป็นแอ่งที่ ราบแคบ พื้นที่บนภูเขาและพื้นที่ลาดชันรวมกันหลายหมื่นไร่ ปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวไร่ เป็นวงกว้าง ทำให้ลดความสามารถอุ้มน้ำของดิน เมื่อร่วมกับฝนตกหนักสะสม ฝนตกบนเขา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงเกือบทุกปี น้ำไหลบ่ารวดเร็ว ภูมิประเทศที่ชัน ขาดพื้นที่ป่าซับน้ำ ทำให้น้ำฝนรวมตัวกันหลากลงสู่ลำน้ำสาขาและที่ราบต่ำรวดเร็ว อีกสาเหตุท่วมจากข้อจำกัดการระบายน้ำ มวลน้ำมักล้นตลิ่งลำน้ำปัวและไหลต่อเนื่องไปยังอำเภอท่าวังผาและอำเภอเมืองน่าน

 “ ฝนตกแช่สูงมากในพื้นที่ อ.ปัว จากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนร่วมกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่มีความชื้นสูงและมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลเข้ามาปะทะตลอดเวลาทำให้เกิดฝนแช่หนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณดอยภูคาในอำเภอปัว วัดได้สูงถึง 339.6 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง เป็นปริมาณที่มากเกินกว่าหน้าดินและลำน้ำสาขาจะรอง รับและระบายได้ทัน ดินบนภูเขาอิ่มน้ำจนไม่สามารถดูดซับได้อีก มวลน้ำรวมตัวเเป็นน้ำป่าไหลหลากฉับพลันไหลบ่าลงลำน้ำปัว ลำน้ำขว้าง ลำน้ำยาว และลำน้ำว้ารวดเร็ว  มีคอขวดการระบายน้ำความรุนแรงเพิ่มขึ้นจากสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ ชุมชนและถนนหนทางบางจุดขวางทางน้ำไหลตามธรรมชาติ ส่งผลน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนสูงจนมิดชั้นแรกอย่างรวดเร็วในหลายอำเภอ เช่น อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ. สันติสุข “ ดร.สนธิ ย้ำเหตุน่านจมบาดาล  

 นักวิชาการสิ่งแวดล้อมให้ข้อมูลจากงานวิจัยเชิงลึกในอดีต เช่น ลุ่มน้ำสาขายาว-อวน-มวบ ในเขตตำบลอวน อ.ปัว พบมีพื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพดไปแล้วมากกว่า 35,440 ไร่ ภาพรวมทั้งจังหวัดน่านปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงเกือบ 8 แสนไร่ และมีเขาหัวโล้นจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวรวมกัน 1.8ล้านไร่จากพื้นที่ จ.ป่าไม้ทั้งหมดของน่านราว 7.5 -7.6 ล้านไร่ แม้ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะร่วมกันใช้ศาสตร์พระราชาฟื้นฟูป่าและส่งเสริมเกษตรประณีต แต่พื้นที่ป่าดิบเขาที่เคยถูกแปรสภาพเป็นไร่ข้าวโพดบนภูเขาสูงชันยังคงทิ้งร่องรอยความเสื่อมโทรมของหน้าดินเอาไว้เป็นวงกว้าง

สาเหตุน้ำท่วมช่วงกลางปีในภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน ทั้งที่อยู่ในช่วงปรากฎการณ์เอลนีโญ ดร.สนธิ อธิบายเกิดจากความแปรปรวนขั้นสุดขั้วของสภาพอากาศ (Climate Shock) ทำให้มีฝนตกหนักในเฉพาะจุดสะสมหนาแน่นควบคู่กับปัจจัยทางอุตุนิยม วิทยาและภูมิศาสตร์ ทั้งร่องมรสุมกำลังแรงและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ผลกระทบทางอ้อมจากพายุในทะเลจีนใต้ ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนสะสมในไทยแทน  และสภาพอากาศสุดขั้วจากปรากฏการณ์เอลนีโญ  

“ สภาวะอากาศในปี 2569 มีความแปรปรวนสูงมาก เพราะจากการก่อตัวและเร่งตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้เกิดภาวะฝนตกไม่ทั่วฟ้า หรือ ฝนแกว่ง ในบางพื้นที่ต้องเผชิญกับภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วง แต่ในพื้นที่ที่ฝนตกกลับเจอกับปรากฏการณ์ Rain Bomb  หรือฝนตกหนักเฉียบพลันสะสมในปริมาณที่มากเกินกว่าปกติในระยะเวลาอันสั้นจนระบายไม่ทัน “  ดร.สนธิ กล่าว

น่านระทม น้ำท่วมหนัก ขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภัยพิบัติหรือไม่  เป็นสิ่งที่นักวิชาการตั้งคำถามดังๆ ดร.สนธิ กล่าวว่า การจัดตั้งกองบัญชาการหรือศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Com mander)เพื่อจัดการภัยพิบัติในรูปแบบ Single Command จะต้องเกิดขึ้นใน 2 เหตุการณ์ คือ เมื่อคาดว่าจะเกิดสาธารณภัย (ก่อนเกิดเหตุ) เมื่อมีการแจ้งเตือนภัยพยากรณ์อากาศ หรือพบสัญญาณบ่งชี้ความเสี่ยงสูง เช่น ปริมาณน้ำฝนเกินเกณฑ์วิกฤต  ผู้มีอำนาจจะสั่งตั้งศูนย์บัญชาการล่วงหน้าทันทีเพื่อทำ การเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์และระดมสรรพกำลังเตรียมพร้อมรับมือ เมื่อมีสัญญาณว่า จะเกิดภัยพิบัติ

หน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นจะต้องขับเคลื่อนระบบผ่าน 3 แผนหลัก ดังนี้  แผนเตรียมความพร้อม (Readiness Plan) เป็นแผนการในการจัดเตรียมทรัพยากร เครื่องมือ กำลังพล คลังเสบียงและระบบการสื่อสารสำรองให้พร้อมปฏิบัติงานทันที  , แผนการแจ้งเตือนภัย (Warning Plan) เป็นแผนกระจายข่าวสารและส่งสัญญาณเตือนภัยแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็วและทั่วถึง และแผนเผชิญเหตุ (Incident Action Plan: IAP) เป็นแผนปฏิบัติการเฉพาะกิจที่กำหนดเป้าหมาย ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการระงับภัยพิบัติ การอพยพประชาชน และการกู้ชีพกู้ภัย

เมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้น ทันทีที่เกิดเหตุ ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติฉุกเฉินขึ้นโดยไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนล่วงหน้า เช่น เกิดแผ่นดินไหว เกิดอัคคีภัยขนาดใหญ่ สารเคมีรั่วไหล ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จะถูกจัดตั้งขึ้นทันทีในพื้นที่ที่ปลอดภัยใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางควบคุมสั่งการและทำการระดมความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะต้องใช้แผนเผชิญเหตุจัดการทันที ประกอบด้วย แผนช่วยเหลือผู้ประ สบภัย ,แผนอพยพ และแผนฟื้นฟูตามที่ได้ฝึกซ้อมมาเป็นประจำประกอบด้วยหน่วยงานใด, ทำอะไร , ทำที่ไหน, ทำอย่างไร

ดร.สนธิย้ำกรณีน้ำท่วมที่จังหวัดน่านในอำเภอ ปัว ,ท่าวังผา, เมืองน่านและอำเภอเวียงสา  ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จัดตั้งขึ้นหลังที่เกิดเหตุน้ำท่วมแล้ว ทั้งๆที่ กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะเกิดฝนตกหนักอย่างน้อย 5 วัน ขณะที่ GISDA  ได้ทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และ สทนช. แจ้งเตือนเรื่องฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก ขณะที่พื้นที่อำเภอปัวเคยเกิดฝนตกหนักน้ำท่วมซ้ำซากติดต่อกันมาเป็นปีที่ 3 แล้ว แต่ครั้งนี้ไม่มีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ เพิ่งจะมาตั้งศูนย์บัญชาการเพื่ออพยพ ฟื้นฟูและเยียวยา หลังจากฝนตกน้ำท่วมหนัก มีผู้เสียชีวิตแล้ว  ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มจังหวัดน่านได้ตั้งขึ้นและเปิดการประชุมติดตามสถานการณ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 น. หลังจากเกิดวิกฤตน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมพื้นที่อำเภอปัวและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างรุนแรงในช่วงเช้ามืดวันเดียวกันและรัฐบาลประกาศจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว (Single Command) ร่วมด้วย ในรุ่งขึ้น มี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการบริหารจัดการที่ช้าเกินไปหรือไม่

ด้าน รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวระบุ  โลกเข้าไปสู่โหมดของซุบเปอร์เอลนิญโญแล้วสิ่งที่ไม่เคยเกิดจะเกิด  ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิตได้ติดตามสภาพอากาศ ล่าสุดพบว่า สภาพอากาศยังคงแปรปรวนในระยะสั้น 1-2 สัปดาห์จนถึงปลายเดือนสิงหาคม ช่วงแรก 18-21 สิงหาคม ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก และน้ำไหลหลาก น้ำท่วมชุมชนในภาคเหนือ (น่าน พะเยา ลำปาง แพร่) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (นครพนม สกลนคร) จากร่องฯ กำลังแรงพาดผ่านตอนบน ระดับความรุนแรงน้ำท่วม (Extreme Forecast Index) = 0.8 มีอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน ท้องถิ่นควรเฝ้าระวังต่อเนื่อง ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนโดยตรงโดย Cell Boardcast

นักวิชาการภัยพิบัติระบุโลกได้เข้าสู่ปรากฎการณ์ Super El Nino แล้ว และจะเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ Super El Nino จะอยู่กับเรา ผลกระทบจะเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และจะรุนแรงที่สุดช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคมปี 2570 เราเรียกพฤติกรรมสภาพอากาศดังกล่าวว่า “Delayed response” หรือการตอบสนองแบบหน่วงเวลา เนื่องจากมหาสมุทรและบรรยากาศมีความจำในการส่งต่อพฤติกรรม ซึ่งต้องใช้เวลา จึงทำให้มรสุมแถบบ้านเราตอบสนองช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเล การเตรียมความพร้อมรับมือทุกภาคส่วนสำคัญมาก

รศ.ดร.เสรี ระบุเชื่อว่าหัวใจของระบบเตือนภัยคือท้องถิ่น มั่นใจว่าท้องถิ่นสามารถประเมินความเสี่ยงตนเองได้ แต่เมื่อไรเวลานั้นจะมาถึง ยิ่งปล่อยเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีความสูญเสียมากขึ้น น้ำท่วมน่าน 3 ปีติดกัน 67-68-69 และจะท่วมหนักอีก ในปี 2570 ตนพูดหลายครั้งว่า อย่าคาดหวังจากส่วนกลางในการเตือนภัย หรือประเมินความเสี่ยงให้ท่าน ระบบส่วนกลาง (T-Alert) ถูกออกแบบเฉพาะภัยขนาดใหญ่ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ ก่อการร้าย เป็นต้น ส่วนเรื่องน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม เป็นต้น เป็นเรื่องของท้องถิ่น (L-Alert) ตอนนี้ก็ปล่อยให้ T-Alert ทำงานแทนก่อน คำถามแล้วจะจัดการกันอย่างไร  ง่ายนิดเดียว “Put the man to the right job”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยศชนัน' เร่งฟื้นฟูน้ำท่วมน่าน ระดมกำลังทหาร 700 นาย ล้างโคลน อ.ปัว บ้านเรือนเสียหายหนักสุด

"ยศชนัน" ระดมสรรพกำลังฟื้นฟูน้ำท่วมน่าน ระดมทหารกว่า 700 นายลงพื้นที่ล้างโคลน สั่งตำรวจเคลียร์จราจรเร่งเปิดทาง มอบชลประทาน-โยธาฯ ลุยล้างโคลน สำรวจบ้านพังเพื่อฟื้นฟู

เมืองน่านล้างบ้านได้! 'ดร.เสรี ศุภราทิตย์' อัปเดตสถานการณ์ฝนถึงสิ้นเดือนนี้ ไม่มีน้ำล้นตลิ่ง

ดร.เสรี ศุภราทิตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมืองน่านล้างบ้านได้ "ไม่มีน้ำล้นตลิ่ง" ผลการ Update สถานการณ์ ณ. ปัจจุบันถึงปลายเดือนนี้ไม่มีสถานการณ์รุนแรง ล้างบ้าน ทำความสะอาดได้น่ะครับ ส่วนช่วงวันที่ 24-25 และ 29-30 สค. อาจจะมีฝนตกเพิ่ม

นายกฯ เตรียมบินน่าน ติดตามน้ำท่วม ช่วงบ่ายไปอุบลฯ เยี่ยมทหารบาดเจ็บ 23 ส.ค.นี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจ เยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า

'ผบ.มทบ.38' นำเรือลุย ส่งเสบียงถึงมือชาวบ้าน ช่วยเหลือปชช.จนกว่าเข้าสู่ภาวะปกติ

เร่งเข้าช่วยเหลือ! 'ผบ.มทบ.38' นำเรือลุย ส่งเสบียงถึงมือชาวบ้าน ย้ำ ช่วยเหลือดูแลประชาชนจนกว่าสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

น่าน ระดับน้ำเริ่มลดลง เร่งฟื้นฟูพื้นที่ เฝ้าระวังดินสไลด์ อ.เฉลิมพระเกียรติ เตือนภัยโรคฉี่หนู

สรุปสถานการณ์อุทกภัยจ.น่าน ระดับน้ำภาพรวมเริ่มลดลง เร่งฟื้นฟูพื้นที่ เฝ้าระวังดินสไลด์ อ.เฉลิมพระเกียรติ และเตือนภัยโรคฉี่หนู