‘ภัทรพงศ์’ สั่งเร่งฟื้นฟูเส้นทางน้ำท่วมน่าน ระดมเครื่องจักรช่วยประชาชน

‘ภัทรพงศ์’ ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมน่าน ตรวจจุดเสียหาย สั่ง ‘ทล.-ทช.’ เร่งสำรวจและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ช่วยประชาชนหลังน้ำลดกำชับ ติดตั้งป้ายเตือน และเตรียมแผนอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ ทย. เฝ้าระวังสนามบินน่านนครเต็มพิกัด

21 ส.ค.2569-นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมติดตามแนวทางการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนของหน่วยงานในสังกัดว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ดินสไลด์ และความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในเส้นทาง ทล.1168 ทล.1169 และ ทล.1081 ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยบน ทล.1371 บริเวณสะพาน กม. ที่ 0+600 ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมตรวจเยี่ยมและพูดคุยกับผู้ประสบภัยเพื่อสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาผลกระทบในเบื้องต้น ณ อบต.ศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนภายหลังน้ำลด เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับเข้าพักอาศัยและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยบน ทล.101 กม. ที่ 429+800 เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบความเสียหาย และการดำเนินงานฟื้นฟูเส้นทางภายหลังน้ำลดลงจากหน่วยงานในพื้นที่ โดยได้กำชับให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งสำรวจความเสียหายของเส้นทาง สะพาน และโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าดำเนินการในจุดที่ได้รับผลกระทบ โดยให้เร่งแก้ไขในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ส่วนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักและต้องใช้งบประมาณหรือดำเนินการในลักษณะโครงการ ให้จัดทำแผนฟื้นฟูเสนอตามขั้นตอน พร้อมให้ตรวจสอบสภาพถนน สะพาน ระบบระบายน้ำ และสิ่งอำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ ให้มีความพร้อมก่อนเปิดใช้งานตามปกติ รวมถึงเร่งเก็บกู้สิ่งกีดขวางและปรับปรุงจุดที่ชำรุดเสียหาย

“ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง และมีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นลำดับแรก และให้หน่วยงานในพื้นที่ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ ป้ายเตือน และสิ่งอำนวยความปลอดภัย เพื่อจัดการเส้นทางในการเดินทางและอพยพพี่น้องประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่ภาครัฐจัดเตรียมไว้ให้ รวมถึงให้ติดตั้งป้ายเตือนประชาชนในบริเวณที่ประสบภัย เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่”นายภัทรพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ ได้ประชุมหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วม ณ ท่าอากาศยานน่านนคร โดยติดตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่ท่าอากาศยาน ระบบสาธารณูปโภค และการให้บริการผู้โดยสาร โดยได้สั่งการกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าและออกจากจังหวัดน่าน ณ ท่าอากาศยานน่านนคร และท่าอากาศยานสังกัด ทย. ในพื้นที่ใกล้เคียง เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก อีกทั้งให้เฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบสนามบินเพื่อไม่ให้กระทบต่อการขึ้น – ลงของอากาศยาน จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตรวจวัดระดับความสูงของน้ำทั้งภายในและนอกท่าอากาศยาน ตรวจสอบระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันการอุดตัน และให้การไหลของน้ำมีความคล่องตัว รวมถึงดำเนินการขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืช และสิ่งปฏิกูลที่อาจกีดขวางทางระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรอง กรณีระบบส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขัดข้อง รวมถึงสำรองน้ำสำหรับอาคารผู้โดยสาร และเตรียมรถดับเพลิงกู้ภัยให้พร้อมปฏิบัติงานทันที พร้อมกำชับให้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ระบบระบายน้ำ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงแนวทางบริหารจัดการเที่ยวบินและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร หากเกิดสถานการณ์กระทบต่อการให้บริการ ทั้งนี้ ให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนสิ่งของและความช่วยเหลือตามความเหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้โดยสารในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการให้บริการเป็นสำคัญ

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการเร่งช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด ทุกหน่วยงานต้องระดมสรรพกำลังที่มีทั้งหมดเข้าดำเนินการในส่วนที่สามารถแก้ไขได้ทันที พร้อมเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ในระยะต่อไป และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบให้เส้นทางคมนาคมสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เตรียมบินน่าน ติดตามน้ำท่วม ช่วงบ่ายไปอุบลฯ เยี่ยมทหารบาดเจ็บ 23 ส.ค.นี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจ เยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า