
หากพูดถึง “อ.ปัว” จ.น่าน ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นทุ่งนา ภูเขา และอากาศสบาย ๆ แต่เมื่อได้ลองออกเดินทางจริง เมืองเล็กแห่งนี้กลับมีอะไรให้ค้นหามากกว่าภาพธรรมชาติที่คุ้นตา แวะตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อทำความรู้จักปัวผ่านงานฝีมือ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรื่องราวของผู้คน ก็ยิ่งเห็นว่าความน่าสนใจของปัวไม่ได้อยู่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่อยู่ที่เรื่องราวระหว่างทาง
จุดหมายแรกคือศูนย์เครื่องเงินดอยซิลเวอร์ แฟคทอรี่ เมื่อเดินเข้ามาภายใน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเครื่องเงินลวดลายละเอียด ก่อนจะได้ทำความรู้จักกับเรื่องราวของชาวอิวเมี่ยนที่ผูกพันกับเครื่องเงินมายาวนาน ครอบครัวรุ่งรชตะวาณิชมีประสบการณ์ด้านเครื่องเงินมากกว่า 70 ปี ที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จำหน่ายเครื่องเงิน แต่ยังเป็นพื้นที่บอกเล่าวิถีชีวิตผ่านของสะสมส่วนตัวของพิมพร รุ่งรชตะวาณิช ตั้งแต่เครื่องใช้สำหรับเด็กแรกเกิด ทั้งเป้อุ้มที่ประดับกระดิ่งเงินและหมวกปักมือที่ตกแต่งด้วยเครื่องเงิน เมื่อถึงวัยแต่งงาน เครื่องเงินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสินสอด โดยมีเงินแท่งประมาณ 25 บาท รวมถึงชุดแต่งงานที่ประดับเครื่องเงินอย่างประณีต ซึ่งจำนวนเครื่องเงินยังสะท้อนฐานะของครอบครัว ขณะที่ช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ยังมีเครื่องแต่งกายที่ประดับด้วยเงิน และในครอบครัวที่มีฐานะบางแห่งยังทำตะปูเงินสำหรับโลงศพ

เดินชมต่อจะพบเครื่องมือสำหรับทำเครื่องเงิน และผลงานของนักศึกษาทวิภาคีจากกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง ภายใต้บริษัท ดอยซิลเวอร์ แฟคทอรี่ จำกัด หนึ่งในผลงานที่น่าสนใจคือขันเงิน ที่ใช้เทคนิคสลักดุนเป็นลวดลายป่าหิมพานต์ และนำไปใช้ในขบวนสลุงหลวง นอกจากเดินชมแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมปั้นดินให้เป็นเงิน ของดอยซิลเวอร์ เฮอริเทจ ให้ผู้มาเยือนได้ลองทำเครื่องเงิน 99% ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปั้น Silver Clay ออกแบบและขึ้นรูป นำไปอบเพื่อไล่ความชื้นและเพิ่มความแข็งแรง ก่อนเผาด้วยอุณหภูมิสูงจนเปลี่ยนเป็นเงิน แล้วขัดแต่งให้เรียบร้อย จากก้อนดินธรรมดาจึงค่อย ๆ กลายเป็นเครื่องเงินชิ้นเล็ก ๆ ที่เกิดจากฝีมือของเราเอง โดยกิจกรรมเปิดวันจันทร์–เสาร์ และแนะนำให้จองล่วงหน้า

เดินทางต่อไปยังโรงบ่มปัว คาเฟ่ แอนด์ อีทเทอรี่ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งพักพร้อมเครื่องดื่ม โดยด้านหลังผนังกระจกใสของร้านคือโรงบ่มใบยาสูบบ้านเหล่าอายุราว 68 ปี พื้นที่แห่งนี้เคยมีโรงบ่มประมาณ 130 โรง บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ก่อนจะทยอยเลิกใช้งานไปตามกาลเวลา ปัจจุบันเหลือประมาณ 24 โรง โรงบ่มแต่ละหลังสร้างด้วยอิฐผสมดิน ด้านหน้ามีโครงสร้างโค้งคล้ายเตาเพื่อส่งความร้อนผ่านท่อเข้าไปภายใน และมีปล่องด้านบนสำหรับระบายควัน ส่วนด้านในมีราวไม้สำหรับแขวนใบยาสูบเรียงสูงถึง 12 ชั้น แม้บางหลังจะชำรุดไปตามกาลเวลา แต่โครงสร้างที่ยังเหลืออยู่ก็ช่วยให้เราเห็นภาพการทำยาสูบในอดีต
พื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นโรงรับซื้อใบยาสดได้รับการปรับเป็นคาเฟ่ โดยยังเก็บรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับวิถีการทำยาสูบไว้ภายใน ทั้งโต๊ะที่ทำจากลังกล้ายาสูบ และบัวรดน้ำต้นกล้ายาสูบที่นำมาใช้เป็นชั้นตกแต่งร้าน โรงบ่มด้านนอกได้ปิดให้เข้าไปชมภายใน แต่สามารถมองเห็นได้จากคาเฟ่ การได้นั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมมองโรงบ่มเก่าผ่านกระจก ทำให้ช่วงเวลาพักกลายเป็นโอกาสได้เรียนรู้เรื่องราวของพื้นที่ไปพร้อมกัน

มาทำกิจกรรมที่ศรีมอน (Srimorn) แบรนด์และสตูดิโอผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติและครามธรรมชาติ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้เปลี่ยนจากการเป็นผู้ชมมาเป็นคนลงมือทำ ตั้งแต่การออกแบบลวดลาย การมัด พับ หรือเย็บผ้า ก่อนนำไปย้อมด้วยสีธรรมชาติ เจ้าของร้านเริ่มต้นจากความสนใจ หลังเคยเข้าร่วมเวิร์กช็อปมัดย้อมครั้งแรกในช่วงที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก่อนกลับมาน่านและศึกษาเรื่องสีธรรมชาติ หม้อคราม และเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ จนค่อย ๆ พัฒนาวิธีการย้อมและสร้างลวดลายในแบบของตัวเอง

ลวดลายของศรีมอนนำเทคนิคชิโบริจากญี่ปุ่นมาปรับเข้ากับเรื่องราวและภูมิปัญญาของน่าน ทั้งสายน้ำ ปลา และอักษรล้านนา ขณะทีฮ่อมหรือห้อม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการย้อมคราม ยังเชื่อมโยงกับธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าน่าน ระหว่างทำเวิร์กช็อป เจ้าของร้านจะคอยแนะนำแต่ละขั้นตอนด้วยความเป็นกันเอง ตั้งแต่การจัดผ้าไปจนถึงการย้อม เมื่อคลี่ผ้าออกมา จะได้เห็นลวดลายที่เกิดจากการออกแบบและลงมือทำด้วยตัวเอง ซึ่งแต่ละผืนย่อมมีความแตกต่างกัน จึงไม่ใช่เพียงของที่ระลึก แต่เป็นความทรงจำจากการได้ใช้มือสัมผัสงานฝีมือและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของน่าน

จากอ.ปัวมายัง วัดพระธาตุแช่แห้ง อ.ภูเพียง พระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดปีเถาะ ตามความเชื่อของชาวล้านนาที่ถือว่าพระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีกระต่าย การได้เดินอยู่ภายในวัดจึงไม่ได้มีเพียงการชมสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นการสัมผัสความศรัทธาที่อยู่คู่กับผู้คนมานานหลายชั่วอายุคน

เรื่องราวของพระธาตุแช่แห้งเกี่ยวข้องกับพญาการเมืองแห่งราชวงศ์ภูคา หลังเสด็จไปยังวัดหลวงอภัยในอาณาจักรสุโขทัย และได้รับพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์จากพระมหาธรรมราชาลิไท จึงนำกลับมาประดิษฐานบริเวณเนินภูเพียงแช่แห้ง พร้อมสร้างภาชนะสำริดขนาดใหญ่สำหรับบรรจุพระธาตุ ก่อนปิดและพอกด้วย สะดายจีน ตามวิธีการก่อสร้างแบบโบราณ แล้วก่ออิฐครอบเป็นเจดีย์สูง 1 วา และต่อมาได้รับการบูรณะหลายครั้งในช่วงที่เมืองน่านอยู่ภายใต้อิทธิพลล้านนาและพม่า จนมีรูปแบบศิลปะล้านนาที่เห็นในปัจจุบัน

นอกจากองค์พระธาตุ ภายในวัดยังมีวิหารพระเจ้าทันใจ วิหารพระพุทธไสยาศน์ วิหารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ศาลท้าวขาก่าน และอนุสาวรีย์พญาการเมืองให้เดินชม เมื่อค่อย ๆ เดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความเชื่อก็ช่วยให้การมาเยือนมีความหมายมากขึ้น ก่อนจะเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ

ระหว่างรอเวลาขึ้นเครื่อง แวะปิดท้ายที่คาเฟ่ Brooklyn ในอ.เมือง ร้านกาแฟที่จุดเริ่มต้นไม่ได้เกิดจากความชอบกาแฟโดยตรง แต่เริ่มจากความสนใจเรื่องเสียงและแผ่นเสียงของเจ้าของร้าน หลังเรียนจบและกลับมาอยู่จังหวัดน่าน จึงเริ่มเปิดร้านร่วมกับพาร์ตเนอร์ พร้อมนำเครื่องชงกาแฟมือสองจากต่างประเทศมาใช้ จากร้านที่เริ่มต้นจากความสนใจ ค่อย ๆ เรียนรู้และพัฒนาจนกลายเป็นร้านกาแฟที่เปิดให้บริการมาจนถึงปัจจุบัน

ระหว่างนั่งจิบกาแฟ เจ้าของร้านเล่าถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญทั้งรสชาติ ราคา ความคุ้มค่า และการบริการ โดยเฉพาะการพูดคุยกับลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจว่าชอบกาแฟแบบไหน ที่ร้านจึงมีเมล็ดกาแฟจากหลายแหล่งทั่วโลก ทั้งฮอนดูรัส โคลอมเบีย และอีกหลายพื้นที่ให้เลือก ขณะเดียวกันยังคิดค้นเครื่องดื่มสูตรเฉพาะ โดยนำไอเดียจากต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย มาปรับให้เข้ากับวัตถุดิบที่มี จนเกิดเป็นเมนูอย่าง บลูเบอร์รี่บอมบ์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากโซจูบอมบ์ รวมถึงเครื่องดื่มที่ใช้ครีมโฟมไข่และเมนูที่มีรสชาติหลากหลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาของการเดินทางที่ได้ทั้งพัก ได้ลองรสชาติใหม่ ๆ และได้ฟังเรื่องราวของคนทำร้าน

การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแวะไปตามจุดหมาย แต่เป็นการค่อย ๆ ทำความรู้จักเมืองผ่านผู้คน เรื่องราว และประสบการณ์เล็ก ๆ ที่พบเจอระหว่างทาง ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เมืองปัวและน่านยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกไทยพีบีเอส ภาคีเครือข่าย ฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด พื้นที่ จ.น่าน
นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยทีมงานรายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ร่วมกันนำสิ่งของจำเป็นไปมอบให้แก่โรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ด ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง และโรงเรียนบ้านปางยาง ต.ภูคา อ.ปัว จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประกอบด้วย
'สุชาติ' สั่ง ทส. เร่งประเมินดินถล่มโรงเรียนบ้านดอยติ้ว จ.น่าน พบพื้นที่เสี่ยงสูง-รอยแยกขยายตัว กำชับเฝ้าระวังใกล้ชิด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงฯ ในพื้นที่จังหวัดน่าน เร่งประเมินสถานการณ์และติดตามปัญหาดินถล่มและดินทรุดตัวบริเวณโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน พร้อมประสานจังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางมาตรการป้องกันและช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
รัฐบาลเปิดคลินิก 'ซ่อมฟรีเครื่องจักรกลเกษตร' ช่วยชาวน่านหลังน้ำลด 12-15 ก.ย.
รัฐบาลส่งทีมช่างเกษตรลงพื้นที่น่าน เปิดบริการซ่อมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์การเกษตรฟรี หลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ตั้งเป้าซ่อมไม่น้อยกว่า 250 เครื่อง ใน 3 อำเภอ พร้อมเดินหน้าสำรวจความเสียหายพืชผลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
'สุชาติ' สั่งยกระดับ Early Warning เฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่ม เดินหน้าสูบดินโคลน-เป่าล้างบ่อน้ำตื้น-เติมน้ำกินใช้ 'ชาวน่าน' แล้วเกือบ 4,200 ครัวเรือน กว่า 16,300 คน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สั่งเดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่จังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังภัยน้ำหลากและดินถล่มตลอด 24 ชั่วโมง
'นิกร โสมกลาง' นำทีม พม. ลงพื้นที่ จ.น่าน ติดตามฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมช่วยสิทธิสวัสดิการแก่กลุ่มเปราะบางทุกมิติ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอปัวและอำเภอภูเพียง พร้อมร่วมเชิญสิ่งของพระราชทาน เยี่ยมเยียนให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง และมอบแนวทางช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติ
'รมว.สุชาติ' สั่งระดมทีม 'เสือไฟ' 5 ศูนย์ปฏิบัติการ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน เดินหน้าภารกิจ 'ทส.หนึ่งเดียว' จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับการเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

