
การเกิดกระแสให้ประชาชนเตรียมเสบียง สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตล่วงหน้า อย่างน้อยเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ที่เกิดขึ้นหลายประเทศทั่วโลก แม้กระทั่งประเทศไทยด้วยเช่นกัน ก็ออกมาเตือนเรื่องการเตรียมเสบียงเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามว่าเราเตรียมเพื่อรับมือกับอะไร ภาวะสงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือความรุนแรงไปถึงขั้นการเกิดสงครามนิวเคลียร์
ทั้งหมดนี้ ยังเป็นความคลุมเครือ ไม่ชัดเจนว่าสาเหตุที่ผู้นำหลายประเทศกลัวภัยคุกคามในอนาคตนั้นคืออะไรกันแน่
สำหรับประเทศไทย ถ้าเกิดสงคราม คงได้รับผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งในแง่ภัยพิบัติจากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ก็เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้่เช่นกัน และอาจจะมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นมากกว่าสงครามด้วยซ้ำ
ในวันนี้ เราจึงมาฟังมุมมองของนักวิชาการ ทั้งเรื่องการเตรียมเสบียง และการเตรียมตัวรับภัยพิบัติ
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กล่าวว่า รัฐบาลหลายประเทศออกคำเตือนประชาชนให้เตรียมเสบียงเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หลายคนเกิดความกังวลเป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ มีรัฐบาลหลายประเทศทยอยออกคำแนะนำมาตลอดปี มีในทุกทวีปสหรัฐ แคนาดา ยุโรป ให้ความสำคัญกับสงครามไซเบอร์ หลายประเทศเจอเหตุการณ์ ฝรั่งเศสเจอแฮกเกอร์แฮกระบบตู้แช่แข็ง อุณหภูมิเพิ่มผิดปกติ ทำให้อาหารแช่แข็งเสียหายมหาศาล รวมถึงสภาพอากาศสุดขั้ว จะเข้าฤดูหนาว การเตรียมถุงยังชีพรับมือภัยหนาว ไฟฟาดับ จำเป็น อีกทั้งหลายประเทศใกล้สมรภูมิรัสเซียกับยูเครน ห่วงขยายวงลุกลามใหญ่โต จึงเตือนให้เตรียมเสบียง ถุงยังชีพ ในญี่ปุ่นประเทศตั้งอยู่เส้นวงแหวนไฟ เจอภัยพิบัติทั้งปี พายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟปะทุ รัฐบาลญี่ปุ่นแจ้งเตือนประชาชน

“ องค์การสหประชาชาติ (UN) และกรมอุตุนิยมวิทยาโลกเตือนโลกเตรียมรับเอลนีโญรุนแรงที่สุดในรอบ 1,000 ปี ปัจจุบันอุณหภูมิเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเทียบจากก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมไปแล้ว จากที่เคยตั้งไว้ ปี 2593 แต่อุณหภูมิทะลุตั้งแต่ปี 2567 และแนวโน้มเพิ่มสูง โลกเผชิญภัยพิบัติสุดขั้ว ร้อนแล้ง ยาวนาน ไทยอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรรับผลกระทบไปเต็มไปๆ “
หันกลับมาที่ประเทศไทยแม้จะห่างจากแนวสมรภูมิสงคราม แต่เรามีความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ ปีนี้เผชิญน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา มีวิกฤตสารพิษปนเปื้อนมากับน้ำท่วม ฉะนั้น ไทยต้องมีความพร้อมรับสถานการณ์สภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจุบันไทยเข้าสู่ภาวะซุปเปอร์เอลนีโญ จะเผชิญฝนตกหนัก ตกแช่ ท่วม แต่หลังเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ภัยแล้งจะมาแล้ว น้ำขาดแคลน จะเกิดไฟป่ารุนแรง สร้างปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ไทยเจอปัญหามลพิษอากาศทุกปี กรมอุตุฯ พยากรณ์ช่วงวันที่ 5-9 พ.ย. ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ฝนตกหนัก ซึ่งมีการแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์ที่ถูกต้อง ส่วนสถานการณ์โลกที่วิกฤต มีสงครามเกิดในพื้นที่ต่างๆ ส่งผลกระทบด้านพลังงาน น้ำมันแพง ขาดแคลน
“ ส่วนกรณีทรัมป์พ่ายแพ้เลือกตั้งทั้งสภาล่างและสภาสูง แม้ทรัมป์จะลำบากในการดำเนินนโยบาย แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังมีอำนาจ ยังมีความกังวลว่าทรัมป์จะสั่งอเมริกาโจมตีอิหร่านอีกหรือไม่ อาจจะเกิดสงครามขนาดใหญ่ มยุโรปเตือนประชาชนให้เตรียมเสบียง ส่วนประเทศไทยต้องมีแนวทางรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น ทั้งด้านพลังงาน น้ำมันแพง อาหาร ค่าครองชีพแพง จะต้องเตรียมแผนให้รอบด้าน “ ดร.สนธิ กล่าว
ดร.สนธิ กล่าวต่อว่า ภัยพิบัติธรรมชาติ ทั้งท่วมและแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ กระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ผลผลิตตกต่ำ ราคาแพง สินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ราคาสูงขึ้น ไม่สมดุลกับรายได้ของประชาชน นี่คือ ความมั่นคงทางอาหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ จะมีการเตรียมแผน เตรียมพร้อมอย่างไร ตลอดจนนำบทเรียนจากทั่วโลกที่โดนภัยไซเบอร์แทรกแซงความมั่นคงอาหาร รัฐบาลต้องตั้งวอร์รูมเตรียมความพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และระดมนักวิชาการ ตลอดจนภาคประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางเตรียมรับมือกับวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทน ไปจนถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ เราต้องไม่ประมาท ควรเตรียมความพร้อมแผนและแนวทางปฏิบัติ เพราะประเทศไทยติดอันดับ17 ของโลกเสี่ยงภัยพิบัติโลกร้อน ส่วนกรุงเทพฯ ติดอันดับ 4 เมืองจมน้ำ

แม้แต่ธนาคารโลกกับธนาคารพัฒนาแห่งเอเชียเตือนประเทศไทยช่วงระหว่างปี 2569-2573 ต้องระวัง 4 เรื่องสำคัญ จีดีพีเติบโตช้า รั้งท้ายอาเซียน สังคมสูงอายุเพิ่มขึ้น อัตราเด็กเกิดใหม่น้อย ประเทศต้องแบกรับภาระด้านสวัสดิการและสาธารณสุข ถัดมาการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เข้ามาแทนที่
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม กล่าวด้วยว่า ยูเอ็นเตือนในปี 2569 อย่างต่อเนื่องว่าไทยเมีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะภัยพิบัติประเภทฝนสุดขั้ว น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้งที่ยาวนาน และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งในเขตเศรษฐกิจและเกษตร กรรม ตั้งแต่ปีนี้ป็นต้นไป การรับมือภัยพิบัติไม่ใช่เพียงแค่การตั้งรับเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องปรับตัวและสร้างความพร้อมล่วงหน้า
ทั้งนี้ ข้อเสนอะแนะจากUN ติดตามระบบเตือนภัยล่วงหน้า UN ได้ผลักดันแคมเปญ “Early Warnings for All” เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ประชาชนควรติดตั้งแอปแจ้งเตือนภัยพิบัติ และตรวจสอบสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด จัดทำแผนอพยพของครอบครัวโดยกำหนดเส้นทางอพยพไปยังพื้นที่สูงหรือศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย และเตรียมถุงยังชีพฉุกเฉินที่หยิบใช้ได้ทันที รวมถึงปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรม โดยที่เกษตรกรควรหันมาใช้ระบบเกษตรเปลี่ยนผ่านตามสภาพภูมิอากาศ ปลูกพืชทนแล้ง การบริหารจัดการน้ำในแปลงนาข้าวลดการใช้น้ำ ขุดดสระประจำไร่นารับมือความแปรปรวนฤดูกาล สร้างชุมชนพร้อมรับภัยพิบัติ ร่วมมือกับชุมชนในการสำรวจจุดเสี่ยง ทำการขุดลอกทางระบายน้ำ และซักซ้อมแผนรับ มือภัยพิบัติร่วมกันเป็นประจำ
ไทยต้องเร่งลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ พลังงานสะ อาดและพลังงานหมุนเวียน พลัง งานแสงอาทิตย์ พลังงานลม) ลดการปล่อยก๊าซ พัฒนาระบบข้อมูลและการคาดการณ์รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้เทคโนโลยี AI หรือข้อมูลดาวเทียมในการจำลองสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศล่วงหน้า เพื่อการบริหารจัดการเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คนไทยกำลัง รอแผน ทั้ง Master plan และ Action Plan จากรัฐบาลอยู่
ดร.สนธิ ระบุว่า แม้สภาความมั่นคงชาติ (สมช.) จะประเมินสถานการณ์ และติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา ยืนยันเตรียมพี้อมของภาครัฐตามกรอบแผนและกลไกที่มีอยู่ ยังไม่มีการประกาศเตือนภัย หรือส่งสัญญาณไทยกำลังจะเผชิญสถานการณ์วิกฤต ไม่ต้องตุนอาหาร ให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานรัฐ แต่ภาคประชาชนกังวลก็สามารถเตียมพร้อมถุงยังชีพ เพื่อความสบายใจ และใช้ได้ในทุกสถานการณ์ หยิบได้ทันที ญี่ปุ่นมีกระเป๋าเอาตัวรอด อาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม 3ลิตร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ โทรศัพท์มือถือ เอกสารสำคัญ เพื่อให้ใช้ชีวิตรอดได้ภายใน 72 ชั่วโมงแรก หรือ 3 วันหลังเกิดภัย ช่วงสำคัญที่สุดต่อการรอดชีวิตเมื่อต้องอยู่ในบ้านรอคอยความช่วยเหลือหรือใช้เมื่ออพยพจากพื้นที่สี่ยง และระหว่างภาครัฐกระจายความช่วยเหลือเข้าพื้นที่ กระเป๋าฉุกเฉินช่วยชีวิตได้

ดร.วิจารย์ สิมะฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล่อมไทย กล่าวถึง การเตือนภัยให้เตรียมเสบียง 72 ชั่วงโมงที่แพร่ไปทั่วโลกว่า การเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เกิดเฉพาะยุโรป และสหรัฐอเมริกาบางรัฐ ถามว่าเตรียมนานเท่าไหร่ เขาไม่ได้บังคับ เพียงแต่เตือนไว้เฉย ๆส่วนสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเพราะสงครามหรือภัยพิบัติจะเกิดหรือไม่ เป็นไปได้ทั้งสองเรื่อง แต่ทางงยุโรปน่าจะเกี่ยวข้องกับสงครามมากกว่า และมองไปที่สหรัฐฯ ทั้งการเลือกตั้งกลางเทอม ผลออกมาแล้ว สงครามจะเป็นอย่างไรต่อไป และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์จะเอาอย่างไร ส่วนญี่ปุ่นเองก็น่าเตรียมพร้อมเนื่องจากเรื่องสงครามเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีการเตรียมเรื่องรับมือภัยพิบัติมานานแล้ว
สำหรับประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมขนาดนี้ หรือไม่ คิดว่าประเทศไทยคงไม่ถึงขนาดนั้น ยิ่งชนบทคงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก อาหารสด ยิ่งไม่จำเป็น ตอนนี้เป็นฤดูข้าว หรือเราสามารถขุดบ่อไปก็เจอปลา มีผักปลูกเอง เทียบกับยุโรป ที่มีการแฮก โจมตี ตู้เย็น ตู้เก็บเสบียงอาหาร ทำให้ต้องมีการเตรียมการเรื่องนี้มากกว่าเรา
“การที่ ปภ.ออกมา เตือนให้ไทยเตรียมการ เราสามารถเตรียมได้ในระดับหนึ่งไม่ต้องถึงขนาดเตรียมพวกอาหารสด ประเทศไทยมีทางเลือก โดยเฉพาะต่างจังหวัดพวกข้่าว โปรตีน ของพวกนี้ ไม่ขึ้นกับกระแสไฟฟ้า อีกอย่างการเตือนควรต้องระบุ คนในเมืองเตรียมอย่างไร คนต่างจังหวัดเตรียมอย่างไร ซึ่งประเทศเราเป็นอู่ข่าวอู่น้ำ ไม่ต้องตื่นคระหนก แต่ก็อย่าชะล่าใจ”ดร.วิจารย์กล่าว
การเตรียมเสบียงล่วงหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเตือนภัย แต่ยังเป็นปลายทางปัญหาดร.วิจารย์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเตือนภัยของเราต้องทบทวน เปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด ช่วงน้ำท่วมที่เราประสบที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า ระบบเตือนภัยเรา ยังเป็นชิ้นๆ ไม่มี Single command
อย่างน้ำท่วมกรุงเทพฯช่วงเดือนกันยายน ไม่มีการเตือนล่วงหน้า ทั้งที่ กรุงเทพ เป็นเมืองที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมมากที่สุดในเอเชีย ก็ว่าได้ แต่เรายังไม่มีความพร้อม ไม่มีระบบอะไรเลย เช่น ช่วงน้ำทะเลหนุนสูง หรือน้ำเหนือมา ฝนตกแช่ เรื่องพวกนี้จะมองมิติเดียวไม่ได้ การรับมือต้องมีคาดการณ์ เรามีระบบระบายน้ำเท่าไหร่ ฝนมาเท่าไหร่ พื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ลาดกระบง บางกะปิ เป็นพื้นที่เสี่ยง ต้องทำอย่างไร ปัญหาเหล่านี้ จึงมองแค่ฝนที่มาจากกรุงเทพฯ อย่างเดียว ไม่ได้ น้ำเหนือ น้ำทะเลหนุนสูง ต้องอยู่ในข้อมูลคำนวณ และเรืองน้ำเสียก็เป็นส่วนสำคัญ ในปัญหาน้ำท่วม เช่น ที่ปราจีณบุรี เรื่องนี้ถ้าโรงงงานไม่มีระบบจัดการ ที่ดี น้ำเสียก็จะมากับน้ำท่วม ส่งผลกระทบมากมายมาก

” วันน้ำท่วมกรุงเทพฯ เราเตือนช้าเกินไป คนที่เตือนควรเป็นหน่วยงานที่มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม คิดว่าเรื่องนี้ประเทศไทยต้องมาทบทวนใหม่หมด ทั้งการเตือนภัย และการจัดเตรียมว่าเกิดเหตุแล้วต้องไปอยู่ที่ไหนอย่างไรแล้ว “
เรื่องเตือนและความพร้อมรับมือ ดร.วิจารย์ กล่าวว่า เช่น กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าเราไม่พร้อมทั้งระบบเตือนภัย และการจัดการช่วยเหลือ ตอนนั้นมีคนไปช่วยเยอะ แต่ไม่รู้ว่าจะไปใช่วยใครก่อน ช่วยที่ไหนอย่างไร ซึ่งกลุ่มคนด้อยโอกาส กลุ่มต้องการความช่วยเหลือพิเศษ กลุ่มเปราะบาง ต้องการความช่วยเหลือเคลื่อนย้ายออกมาก่อน แต่เราไม่มีข้อมูลว่าคนกลุ่มนี้อยู่ตรงไหน อย่างไร หรือถ้าย้ายออกมาแล้ว เขาจะไปอยู่ที่ไหนถึงจะปลอดภัย เรื่องเหล่านี้ ต้องมีการเตรียมการวางแผนล่วงหน้า
ดร.วิจารย์ ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ที่ตนเองไปดูงานเมื่อเร็วๆนี้ พอยุโรป อเมริกามีกระแสให้เตรียมเสบียง ตอนนี้เขาก็เตรียมระดับหนึ่ง เพราะทรัพยากรของเขาแทบทั้งหมดต้องนำเข้า รัฐบาลจึงให้ความสำคัญ จัดเตรียมซัพพลายส์ ยามฉุกเฉิน แต่บ้านเราที่ไหนก็มีข้าว ขุดบ่อก็มีปลา เรายังได้อยู่ แต่การบริหารจัดการก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เราไม่มี
“การเตรียมการของเราก็เหมือนการซ้อมหนีไฟ แต่ที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วม แผ่นดินไหว เราก็ไม่ได้ซ้อม แต่การซ้อมหนีไฟยังแค่ตึกใครตึกมัน ส่วนน้ำท่วมมันเกิดในวงกว้างพื้นที่กว้างมันต้องมีแผนว่าเกิดแล้ว ฝนตกหนักน้ำท่วมแล้ว ควรจะต้องไปอยู่ที่ไหนถึงจะปลอดภัย เชียงใหม่ตอนนี้กำลังปรับตัวกับเรื่องนี้ เขามีเครื่องวัดน้ำ น้ำปิงระดับเทานี้มันจะไปถึงไหน จะท่วมตรงไหน พื้นที่ที่เคยท่วม ต้องเตรียมรับมืออย่างไร ต้องมีการสื่อสารให้คนในพื้นที่ให้รับทราบ เป็นการดูทั้งระบบ เชื่อมตั้งแต่น้ำบนเขาลงมา และยังมีฝนแช่อีก ที่มาบ่อย ต้องมีความพร้อมรับมือ “
ดร.วิจารย์บอกอีกว่า เรื่องพูดเตือนล่วงหน้าและวางแผนระยาว อย่างจริงจัง เป็นเรื่องจำเป็น เป็นสิ่งที่เราไม่มี หลายคนถามตนตลอดช่วงน้ำท่วม ทำไมบางหน่วยงานเกี่ยวข้องเรื่องน้ำถึงเงียบตลอดเวลา ซึ่งตนเองไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของหน่วยราชการ

ประเด็นการเตือนแล้วคนต้องเชื่อ ดร.วิจารย์ กล่าวว่า เครื่องไม้เครื่องมือพยากรณ์ ประเทศไทยมีการลงทุนไปเยอะ แต่เราต้องเอาคนที่มีความรู้ความสามารถ เข้าใจเรื่องนี้ ไปสื่อสารกับประชาชน พูดแล้วคนเชื่อ กรณีประเทศญี่ปุ่น พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก คนก็ถือร่มออกมา แล้วฝนก็ตกจริงๆ มันเป๊ะๆ มีความแม่นยำ ดังนั้น เราจึงต้องพร้อม ตั้งแต่ข้อมูล พยากรณ์ การวิเคราะห์ เพราะภัยพิบัติมันเกิดขึ้นแน่ๆ คำถามคือ ถ้าเกิดแล้ว หรือฝนตกแช่ ที่จะเกิดตรงไหนก็ได้ ทั้งในกรุงเทพ หรือเมืองอื่นๆ เราต้องเอาWorst case มาศึกษา วิเคราะห์ ประเมิน เพื่อเตรียมความพร้อม
“คนต้องเชื่ออุตุฯ ส่วนพวกเพจพยากรณ์ เขาไม่มีเครืองไม้เครื่องมือ แต่เขาทำงาน เขาสังเคราะห์ข้อมูล แล้วมาประเมิน อย่างไรก็ดี ถ้าหน่วยงานรัฐเชื่อไม่ได้ แล้วจะไปเชื่อใคร เหมือนเรามีมูลนิธิทำความดี คนไปเชื่อหมด “
ปรากฎการณ์ซูเปอร์เอลนิโญ ที่ทุกคนห่วง ดร.วิจารย์กล่าวว่า ผลกระทบยังคาดเดายาก เพราะไม่ใช่ว่าแล้งทุกแห่ง อย่างประเทศไทยเราจะโดนแบบเกิดพื้นที่น้ำท่วมหรือแบบแล้ง ยังไม่รู้ หรือถ้าแล้งก็จะแล้งจัดในปีหน้า แต่เชื่อว่า ถ้าแล้งจะไม่กระทบแรงเพราะปีนี้เรามีน้ำต้นทุนเยอะ หรือหลายคนเตือนว่าเดือนพฤศจิกา ซูเปอร์เอลนิโญมาแล้ว แต่เดือนนี้ฝนก็กระหน่ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เช็กเลย! ประกาศอุตุฯ ฉบับ 10 เปิดพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก 6-9 พ.ย.
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน
อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 50 จังหวัด ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณประเทศไทยตอนบน ยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก
นายกฯ สยบดราม่า ปภ. แนะเตรียม 'กระเป๋าต้องรอด' บอกอย่าแตกตื่น ไทยไม่ขาดอาหาร
นายกฯ ขอประชาชนใช้ชีวิตปกติ ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล ประเทศไทยไม่มีวันขาดแคลนอาหาร
อธิบดี ปภ. แจงคำแนะนำเตรียม 'กระเป๋าต้องรอด' พร้อมรับมือภัยพิบัติ ไม่ใช่สงคราม
อธิบดี ปภ. แจงคำแนะนำเตรียม "กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง" เพื่อพร้อมรับมือภัยพิบัติ ไม่ใช่สัญญาณสงคราม เชื่อของไม่ขาดตลาดประสานพาณิชย์เติมสินค้าแล้ว ย้ำคำนายกฯ"ตระหนักแต่ไม่ตระหนก" บอกไม่เตือนจะยิ่งถูกตำหนิ
มท.3 รับกู้ภัยไม่สบายใจข่าว 'มูลนิธิองค์กรทำดี'
'มท.3' เผย ปภ.เซ็น MOU กับ 100 มูลนิธิ ให้คำแนะนำ – ประสานช่วยเหลือ ปชช.เป็นหลัก รับมีกู้ภัยบางคนไม่สบายใจ จากข่าว 'มูลนิธิองค์กรทำดี' ชี้ต้องแยกส่วนกัน แนะตรวจสอบบัญชีปลายทางก่อนบริจาค
ประกาศอุตุฯ ฉบับ 2 เปิดพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก 5-9 พ.ย.
นายสราวุธ สมทรัพย์ รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน

