
ชาวบ้านวอนเจ้าหน้าที่เร่งล่า โจรสาวสุดแสบ เข้าตีสนิทผู้สูงอายุ ก่อนขโมยเงิน เชื่อมืออาชีพ ตระเวนทำหลายพื้นที่
31 ต.ค. 2564 – ชาวบ้านบ้านโนนทอง ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ได้ร้องเรียน ว่ามีมิจฉาชีพมาตระเวนหลอกตีสนิทผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพัง ก่อนเข้าไปฉกเอาเงินภายในบ้านแล้วหลบหนีไป ล่าสุดคือ นายอ่อนสา ชะนุรัมย์ อายุ 80 ปี ผู้เสียหาย ได้ระบุว่า โดยช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. เมื่อวานนี้ (30 ต.ค.64) ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งรูปร่างท้วมอายุประมาณ 40 ปี ขี่รถจักรยานยนต์สีแดงมาจอดที่หน้าบ้าน แล้วเดินมาหาตนเอง ซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้หน้าบ้านคนเดียว แล้วผู้หญิงคนดังกล่าวก็ถามว่ายายอยู่มั้ย ตนเองก็ตอบไปว่ายายเสียชีวิตแล้วอยู่คนเดียว
นายอ่อนสา กล่าวว่า จากนั้นหญิงคนดังกล่าวก็เดินเข้ามาหา พูดตีสนิทบอกว่ารู้จักลูกเขยของตนเอง ชวนคุยอยู่ ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ตนเองตายใจ จากนั้นก็ออกอุบายขอเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ภายในบ้าน ตนเองก็ให้เข้าเพราะคิดว่าผู้หญิงคนดังกล่าวรู้จักกับลูกเขยจริงๆ ผ่านไปประมาณ 5 นาทีหญิงคนดังกล่าวก็เดินออกมาจากบ้าน แล้วก็เอานมยื่นให้ตนเอง 3 กล่องทำเหมือนกับเป็นคนดีมีน้ำใจห่วงใยคนแก่ ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเงินหายไป
นายอ่อนสา กล่าวว่า กระทั่งหญิงคนดังกล่าวขับรถจักรยานยนต์ออกไป ตนเองก็เดินเข้าไปในบ้านเห็นกางเกงขาสั้นที่เอาเงินไว้ในกระเป๋ากางเกงกองอยู่ข้างเตียง ก็ไปล้วงดูในกระเป๋าแต่ไม่เจอเงินแล้ว ซึ่งในกระเป๋ามีเงินอยู่ 1,600 บาท เป็นเงินลูกซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่งมาไว้ให้ใช้ 1,000 บาท และอีก 600 บาท เป็นเบี้ยผู้สูงอายุ พร้อมกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนที่เอาไว้ในกระเป๋าก็หายไปด้วย
“ ผมรู้สึกเสียใจเพราะเงินดังกล่าวเก็บไว้ซื้อข้าวและอาหารกินเพราะอยู่คนเดียว ลูกไปทำงานไม่คิดว่ามือเท้าก็ครบทำไมถึงกล้าทำคนแก่แบบนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดี จะได้ไม่ไปก่อเหตุกับผู้สูงอายุคนอื่นอีก” นายอ่อนสา ระบุ
ด้านนางทอง พาสนุก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่า เมื่อวานตอนเห็นผู้หญิงรูปร่างท้วมขับรถจักรยานยนต์สีแดง มาจอดที่หน้าบ้านคุณตา ก็คิดว่าคงเป็นคนรู้จักกับตา จึงไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งมารู้ทีหลังว่าเป็นมิจฉาชีพที่มาหลอกตีสนิทแล้วแอบเข้าไปขโมยเงินคุณตาจนเกลี้ยง ไม่คิดว่าจะกล้าทำกับคนแก่แบบนี้ สงสารคุณตาเพราะอยู่บ้านคนเดียว คุณยายเสียชีวิตแล้วส่วนลูกก็ไปทำงานต่างจังหวัด ชาวบ้านจึงพากันสมทบเงินคนละ 20 – 30 บาท มอบให้กับคุณตา เพื่อไว้ซื้ออาหารกิน อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวหญิงมิจฉาชีพคนดังกล่าวมาดำเนินคดี เพราะจากพฤติกรรมคาดว่าน่าจะก่อเหตุมาหลายพื้นที่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประกอบการขนส่งบุรีรัมย์ น้ำมันแพงกระทบหนัก ต้องลดเที่ยววิ่ง บรรทุกสินค้าให้มากขึ้น
ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่บุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบหนักหลังน้ำมันดีเซลยังปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุลิตรละ 41 บาท ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ต้องปรับลดเที่ยววิ่งอัดบรรทุกสินค้าให้มากขึ้น ส่วนค่าขนส่งรอบริษัทใหญ่พิจารณาปรับขึ้นตามกลไก และสอดคล้องต้นทุนที่สูงขึ้น
ผู้ประกอบการสับไม้ ส่งโรงผลิตไฟฟ้าชีวมวล สู้น้ำมันแพงไม่ไหว หยุดวิ่งแล้วหลายคัน
ผู้ประกอบการรับซื้อไม้เบญจพรรณและไม้ยางพารา จากเกษตรกรที่บุรีรัมย์ เพื่อสับส่งโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้น้ำมันดีเซลวันละกว่า 300 ลิตร ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตน้ำมันแพงแตะลิตรละ 40 บาท รถบรรทุกไม้ส่งโรงงานหยุดวิ่งหลายคัน แบกรับต้นทุนไม่ไหว วอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เพราะหากไปต่อไม่ได้จนถึงขั้นต้องหยุดกิจการ ก็จะกระทบกับเกษตรกรไม่มีที่ขายไม้
ร้านส้มตำดังบุรีรัมย์ ลูกค้าหาย ยอดขายร่วงเกินครึ่ง จากวิกฤตน้ำมัน ต้นทุนวัตถุดิบพาเหรดขึ้นราคา
วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซ้ำปรับราคาไม่หยุด ทำให้สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคา ส่งผลกระทบกับร้านขาย "ส้มตำยายนอม" ชื่อดังที่บุรีรัมย์ที่เคยมีลูกค้าแน่นร้าน ยอดขายวันละกว่า 2 หมื่นบาท ซบเซาลงอย่างน่าใจหายทั้งลูกค้าหน้าร้านและไรเดอร์
บุรีรัมย์ดวลบีจีปทุมฯ ลูกหนัง'เมืองไทย คัพ" รอบรองฯเตะสนามกลาง
วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ. ห้องประชุมเมืองไทยประกันภัย อาคารเมืองไทยภัทร คอมเพล็กซ์ “Tower A” ชั้น 14 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีจับสลากประกบคู่การแข่งขันฟุตบอล เมืองไทย คัพ ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ
วิกฤตน้ำมันลามท่องเที่ยว เขื่อนลำนางรอง เงียบเหงา ร้านเช่าห่วงยางปิดอื้อ
วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซ้ำราคาพุ่ง "เขื่อนลำนางรอง" หาดทรายเทียม นทท.หาย กระทบหนัก ร้านเช่าห่วงยางปิดกว่า 20 ร้าน บางวันไม่ได้สักบาท
'ปราสาทพนมรุ้ง' เงียบเหงา! ยอดนักท่องเที่ยวลดลงหลายเท่า กังวลปัญหาน้ำมัน-ค่าครองชีพ
หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งจังหวัดบุรีรัมย์ ยอมรับจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา และภาวะสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบทำให้ยอดนักท่องเที่ยว เดินทางมาเที่ยวชม 'ปราสาทพนมรุ้ง' ลดลงหลายเท่า จากวันหยุดเคยมีนักท่องเที่ยวหลักพัน เหลือเพียงหลักร้อย

