ปัตตานีสาหัส! โควิดพุ่งอีก 634 ราย สังเวยเพิ่ม 7 คน

1 พ.ย. 2564 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ยังน่าเป็นห่วง หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุด โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งอีก 634 ราย เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มอีก 7 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดติดเชื้อสะสม 37,880 ราย รักษาหาย 22,038 ราย และเสียชีวิตสะสม 376 ราย โดยสาเหตุผู้เสียชีวิตที่ผ่านมาพบว่า 74.7 % มีโรคเรื้อรัง 63.6% อายุมากกว่า 60ปี และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ผู้เสียชีวิต 93.5% ไม่มีการฉีดวัคซีน เนื่องจากประชาชนบางที่อยู่ชานเมืองยังมีความเชื่อที่ผิดๆ ว่าฉีดแล้วจะเกิดอันตรายถึงชีวิต เช่นเดียวกับชาวมุสลิมก็ยังมีความเชื่อว่าวัคซีนมีส่วนผสมโปรตีนจากหมู ซึ่งด้านจุฬาราชมนตรีก็ออกมายืนยันแล้วว่าวัคซีนสามารถฉีดได้ ไม่มีสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนา อีกทั้งไม่มีส่วนผสมของหมูแต่อย่างใด

ขณะที่สาธารณสุขได้นำรถโมบายวัคซีน เซราะกราว HERO โดยการช่วยเหลือจากสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ออกหน่วยบริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มแรก ทั้ง 12 อำเภอ ให้กับประชาชน เด็กนักเรียน รวมถึงพ่อค้า แม่ค้า โดยมีแผนออกหน่วยบริการตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม -19 พฤศจิกายน 2564 เช่นเดียวกับศูนย์ฉีดวัคซีนหลักของจังหวัดปัตตานี ที่หอประชุมองค์การบริหารจังหวัดปัตตานี และที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินท์ ยังคงมีการบริการฉีดวัคซีนทั้งแข็มแรก เข็มสอง และกระตุ้นเข็มสาม โดยจังหวัดปัตตานีจะเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70% ของทุกพื้นที่ หวังสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดความรุนแรงของโรค และลดการเสียชีวิตจากโควิด19 พร้อมทั้งนี้ให้มีการตรวจเชื้อแบบATK เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดปัตตานีที่ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ จังหวัดปัตตานีจึงออกคำสั่งขยายเวลาการห้ามออกจากเคหสถาน ระหว่างเวลา 23.00 น.-03.00 น. จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ เพื่อการเฝ้าระวัง และควบคุมโรคติดต่ออันตรายเป็นไปอย่างต่อเนื่องและประสิทธิภาพต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ

กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส

นายกฯ ยันไทยยังปลอดผู้ติดเชื้อนิปาห์ ยึดต้นแบบเฝ้าระวังสมัยโควิด

นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์  ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังสมัยโควิด คัดกรอง นทท.จากประเทศเสี่ยง แนะเลี่ยงสัมผัสมือ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ สั่งสธ. แถลงหวั่นปชช.วิตก ชี้ติดต่อจากสารคัดหลั่งไม่ฟุ้งในอากาศ