
การท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของมนุษย์ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยเหตุนี้ จึงมีกระแสเที่ยวคาร์บอนตต่ำ(Low Carbon Tourism) หรือการท่องเที่ยวสีเขียว เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบ ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและรบกวนสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ก็ได้มีแนวคิดยกระดับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ สู่เป้าหมาย คาร์บอนเป็นศูนย์ ผ่านกระบวนการ ปรับ – ลด – ชดเชย คือ ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแบบเข้มข้น และชดเชยด้วยการทำคาร์บอนเครดิต นำร่อง 5 แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบได้แก่ 1.บ้านถ้ำเสือ จ.เพชรบุรี 2.บ้านริมคลองโฮมสเตย์ จ. สมุทรสงคราม 3.ไร่ใจยิ้ม จ. กาญจนบุรี 4.ฟาร์มสเตย์ไร่คืนรัง จ.นครราชสีมา และ5.สวนส้มโอไทยทวี จ.นครปฐม เพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืนตามแนวทาง BCG Model ซึ่งในทริปครั้งนี้เราจะพาไปตะลุย 2 ใน 5 แหล่งท่องเที่ยวนำร่อง ที่อยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับสบายๆเลย

เริ่มต้นด้วยการแวะแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจระหว่างทาง เพราะที่นี่บรรยากาศดีสุดๆที่ บ้านสวนพาฝัน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร คาเฟ่ริมคลองสายเล็กๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนมะพร้าวของเจ้าของร้านเอง ภายในร้านจึงร่มรื่น มีลมโชยเบาๆให้คลายร้อน โซนนั่งทานก็มีให้เลือกหลายมุมที่ถูกจัดตกแต่งให้เข้ากับสวนมีทั้งแบบกระท่อมน่ารัก หรือเป็นโต๊ะแบบมินิมอล ให้ความรู้สึกเงียบสงบ ผ่อนคลาย แต่ร้านอาจจะอยู่ลึกหน่อยนะ แต่สามารถนั่งเรือ หรือ เดินลัดเลาะริมคลอง ชมบ้านเรือนและวิถีชีวิตของชาวบ้านก็ได้ อาหารก็มีทั้งคาวหวาน รสชาติแบบเฉพาะของทางร้าน หรือจะเป็นเมนูน้ำดับกระหายก็ให้เลือกหลากหลาย แอบกระซิบว่าต้องจองล่วงหน้าไปดีที่สุด เพราะบางวันคนค่อนข้างจะเยอะทีเดียว

จากจ.สมุทรสาคร สู่จุดหมายแรกของเราที่ จ.สมุทรสงคราม ณ บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ในอ.เมือง แหล่งท่องเที่ยวที่ทำให้เราได้ใกล้ชิด และเรียนรู้วิถีชาวสมุทรสงครามที่มีความผูกพันกับสายน้ำคลองผีหลอกแห่งแม่น้ำกลอง โดยมีป้าเล็ก-ถิรดา เอกแก้วนำชัย ผู้ก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ เป็นผู้ริเริ่มในทำการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์สร้างเป็นกิจกรรมให้นักท่องเที่ยว ส่งเสริมรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนด้วย

ไม่รอช้าเราเริ่มไปตะลุยกิจกรรมต่างๆ กันเลย กิจกรรมแรกกับการปั่นจักรยานชมสวน ถึงจะร้อนหน่อยแต่ก็พอมีลมพัดเย็นๆ ต่อด้วยพายเรือในคลองเส้นทางสั้นๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะพายวนหรือเข้าฝังไม่ได้ เพราะมีชาวสวนนั่งเป็นกัปตันเรือไปด้วย พายพอได้ใช้กำลังแขนก็มาพักกับกิจกรรมเบาๆ อย่างการสานหมวกใบมะพร้าวที่ดูเหมือนง่ายๆจับพับซ้อนๆกันแต่แอบต้องใช้ความละเอียด มือเบาๆจับกลีบใบเรียงสลับกันเป็นลายเพื่อความหนาแน่นพอตอนใบมันแก่เป็นสีน้ำตาลก็ยังสวมใส่ได้นะกันแดดดีทีเดียว

ในส่วนของกิจกรรมทำขนมต้มกับลูกชุบ ที่มีวัตถุดิบจากในสวนรสชาติหวานอร่อย ส่วนที่ต้องไปมุงดูกันคือการกวนน้ำตาลมะพร้าวที่ยังคงใช้คนกวนด้วยวิธีดั้งเดิมและวิธีสมัยใหม่รสชาตินี่หวานเจี๊ยบถึงใจ มีกิจกรรมย้อมผ้าแถมให้สำหรับคนที่ชื่นชอบในการได้สร้างสรรค์ศิลปะ และที่นี่ยังมีการจัดการคัดแยกขยะ อย่างเศษอาหารก็นำไปทำเป็นปุ๋ย เป็นต้น จากที่ได้เล่าไปทั้งหมดนั้นเป็นกิจกรรมของบ้านสวนริมคลองเป็นส่วนหนึ่งในการลดคาร์บอนและการใช้พลังงาน รวมไปถึงมีการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิตด้วย

มาถึงถิ่นท้าวเวสสุวรรณ เราก็ต้องไปเสริมสิริมงคลสักหน่อย ที่ วัดจุฬามณี ขนาดวันธรรมดาในวันที่ฝนพร่ำคนก็ยังหนาแน่นด้วยพลังแห่งศรัทธาจริงๆ ที่วัดแห่งนี้จะแตกต่างจากวัดอื่นเพราะมีท้าวเวสสุวรรณถึง 4 ปาง ได้แแก่ ปางพรหมาสูติเทพ กายสีขาวปูนปั้นพระพักตร์แบบพรหม ซึ่งเป็นองค์แรกที่วัดสร้างขึ้น, ปางจาตุมหาราช, ปางเทพบุตรสูติเทพ และปางมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้คนที่เดินทางมาก็จะมีขอเรื่องโชคลาภ เงินทอง และการงาน

อีกจุดที่มีเสน่ห์ของสมุทรสงคราม คือ ตลาดน้ำคลองท่าคา บรรยากาศแบบบ้านๆ ทำให้เรานึกถึงบ้านที่ต่างจังหวัด กับการพบปะพ่อค้าแม่ขายที่พายเรือมาทักทายกันอย่างคนคุ้นเคย เรือแต่ละรำกลายเป็นร้านขายอาหารทีทั้งผัดไทย ปากหม้อ ผลไม้จากสวนที่ขนมาแบบจัดเต็ม หรือจะเป็นร้านค้าบนบกก็เติมเต็มสีสันให้ตลาดครึกครื้นส่งเสียงเจื้อยแจ้วเรียกลูกค้า

ที่นี่มีกิจกรรมล่องเรือด้วยราคาราวๆ 200 บาท นั่งได้ประมาณ 5 คน ระยะทาง 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเรือของชาวบ้านเอง ในระหว่างทางชาวบ้านที่รับหน้าเป็นฝีพาย ก็เล่าถึงชุมชนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งว่าเป็นไกด์นำเที่ยว ระหว่างทางจะผ่านสวนมะพร้าวที่รายล้อมสองฝั่ง และยังได้เห็นบ้านกำนันจันทร์ ที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสต้นด้วยเรือแจวด้วย สภาพบ้านเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังได้รับการดูแลรักษาอย่างดี

จบที่ตลาด ก็ไปอีกหนึ่งตลาดของจ.นครปฐม ตลาดสุขใจ แหล่งช้อปปิ้งสินค้าและผลิตภัณฑ์ออแกนิก ผักผลไม้เกษตรอินทรีโดยเกษตรกรที่มีการปลูกด้วยระบบอินทรี ทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องผักผลไม้ปลอดสารพิษ นอกจากนี้ก็ยังมีสิ้นค่าอื่นๆให้ได้เลือกซื้อ แต่อาจจะต้องไปช่วงเช้าจะดี เพราะบ่าย 2 ตลาดก็เริ่มวายแล้วจ้า

จุดหมายสุดท้ายที่สวนส้มโอไทยทวี สวนส้มโอของท้องถิ่นขนาดพื้นที่ 30 ไร่ ที่มีอายุกว่า 50 ปี โดยธนกฤต ไทยทวี ทายาทรุ่น 2 ได้เล่าถึงสวนแห่งนี้ด้วยความภาคภูมิใจว่า พ่อได้ทำสวนส้มโอด้วยความตั้งใจ เพราะนอกจากจะสร้างรายได้ให้ทางครอบครัวแล้ว และยังสร้างชื่อเสียงให้แก่จ.นครปฐม เพราะส้มโอเป็นอีกหนึ่งผลผลิตของเกษตรกรที่สร้างรายได้ดี และทางสวนก็มีการปลูกด้วยวิธีแบบเกษตรอินทรีหลังจากที่มีการใช้สารเคมีแล้วส่งผลกระทบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันสวนแห่งนี้เป็นอินทรีทั้งหมด มีสัตว์และแมลงที่เป็นตัวชี้วัด อย่าง นก กระรอก แมลงต่างๆ ในน้ำก็มีปลา กุ้งฝอย เต่า อาศัยอยู่ ซึ่งที่สวนมีส้มโอ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ ขาวทอง ขาวแป้น ขาวน้ำผึ้ง ขาวพวง และทองดี ส่งผลให้ส้มโอที่ลูกค้าได้รับจากสวนปลอดสารมีรสชาติตามชนิดพันธุ์ ที่นี่ยังมีกิจกรรมทำยำส้มโอ และล่องเรือชมสวนซึ่งพี่ๆฝีพายน่ารัก สร้างเสียงหัวเราะตลอดทางรับกับบรรยากาศดีๆในสวน ใครมาเที่ยวนครปฐมก็สามารถแวะมาเที่ยวได้แถมได้ส้มรสชาติดีๆกลับไปฝากคนที่บ้านด้วย

การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ หรือการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดให้น้อยที่สุด นอกจากแหล่งท่องเที่ยวแล้ว นักท่องเที่ยวถือเป็นอีกกรงล้อสำคัญในการขับเคลื่อนที่จะสร้างการท่องเที่ยวสีเขียวอย่างยั่งยืนในอนาคต



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประหาร 'แอม ไซยาไนด์' ฆ่าสารวัตรปู ก่อนลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
คดีที่สอง 'แอม ไซยาไนด์' ศาลพิพากษาประหารชีวิต ก่อนลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต วางยาฆ่า 'สารวัตปู' ชี้เจตนาฆ่าโดยไตรตรองไว้ก่อน ครอบครัวเหยื่อขอบคุณศาล แม้อยากให้ลงโทษประหารเหมือนคดีแรก
208เยาวชนภาคตะวันตก-ออก ร่วมโครงการค้นป่าหาช้างเผือก ของ'FIFA'ที่ นครปฐม-ชลบุรี
เมื่อวันที่ 31 มกราคม และ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า จัดกิจกรรม ค้นป่าหาช้างเผือก เลกแรก ในโซนภาคตะวันตก และ ภาคตะวันออก เพื่อเฟ้นหานักกีฬาที่มีคุณสมบัติ เพื่อใส่ในฐานข้อมูล สู่การเป็นช้างเผือกสำหรับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ในรุ่นต่อไป
ปักหลัก 'นครปฐมยกจังหวัด' ขับเคลื่อนพลังชุมชนแก้ยาเสพติด
สสส. ดัน นครปฐมขับเคลื่อนทั้งจังหวัด ใช้พลังชุมชนล้อมรักษ์ แก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ดึงอดีตผู้ใช้สารเสพติดร่วมกระบวนการ ลดเสพซ้ำ สร้างคุณค่าใหม่ในชุมชน
สนามเลือกตั้งภาคกลางเดือดพลั่ก 'ลุงชวน' มาเอง นำทัพสีฟ้าลุย 'นครปฐม-สุพรรณฯ'
นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง
'อนุทิน' อ้อนชาวนครปฐม ยัน 'คนละครึ่งพลัส' ไม่ใช่ประชานิยม
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่นครปฐมให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส. 6 เขต ย้ำทำงานเพื่อประชาชน ไม่หวังผลตอบแทน พร้อมแจงเหตุไม่เข้าร่วมดีเบต เพราะต้องลงพื้นที่คารวะทหารกล้า และเผยคนชายแดนได้กลับบ้านฉลองปีใหม่
ส.สุขศึกษาพลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย จัดประชุมวิชาการแห่งชาติที่นครปฐม พ.ย.นี้
รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม นายกสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย (สพสท.) เปิดเผยว่า สมาคมฯ ใคร่ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุมวิชาการแห่งชาติ เรื่อง "คุณภาพการ พลศึกษาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" (Quality Physical Education Toward Sustainable Development Goals) ซึ่งจะมีการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พ.ย.นี้ ที่แสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม

