
อ่อนช้อยงดงามเป็นเอกลักษณ์สำหรับการจัดแสดง “ฟ้อนเมืองเชียงราย” บวงสรวงพญามังรายมหาราช ในโอกาสครบรอบสถาปนาเมืองเชียงรายครบ 761 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีเทิดพระเกียรติพญามังราย ผู้ทรงสถาปนาเมืองเชียงราย
การแสดงครั้งนี้แม่ครูบัวเรียว รัตนมณีกรณ์ ศิลปินแห่งชาติที่มีชื่อเสียงอย่างมากในวงการศิลปะการแสดงพื้นเมืองเชียงราย นำช่างฟ้อนแต่งกายด้วยชุดล้านนาสีม่วงเชียงรายกว่า 1,000 ชีวิต ฟ้อนบวงสรวงถวายสักการะพญามังรายมหาราชอย่างพร้อมเพรียง เป็นการฟ้อนเล็บที่ยิ่งใหญ่ ตระการตาสุดๆ ในพิธีบวงสรวง เผยแพร่ศิลปะการฟ้อนพื้นบ้านล้านนาให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 26 ม.ค. 2566 ณ บริเวณถนนรอบอนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช (ห้าแยกพ่อขุน) ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จ.เชียงราย ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ทั้งนี้ ก่อนวันงานบวงสรวง นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เยี่ยมบ้านศิลปินแห่งชาติ นางบัวเรียว รัตนมณีกรณ์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2559 สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน-ช่างฟ้อน) พร้อมติดตามภารกิจโครงการสืบสานศิลปะการแสดงพื้นเมืองเชียงราย ครั้งที่ 7 ณ ศูนย์เรียนรู้ศิลปะการแสดงพื้นบ้านบ้านลา ม่อนม่วนใจ๋ ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งมีเยาวชนคนรุ่นใหม่ ประชาชน ตลอดจนลูกศิษย์แม่ครู สนใจร่วมอบรม ซึ่งผู้ร่วมอบรมจำนวนหนึ่งได้ร่วมฟ้อนบวงสรวงพญามังรายมหาราชปีนี้ด้วย

นายโกวิท ผกามาศ กล่าวว่า สวธ.ตระหนักถึงความสำคัญของศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะเป็นสมบัติชาติและเอกลักษณ์วัฒนธรรม ปัจจุบันมีศิลปินที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ 343 คน มีศิลปินแห่งชาติ 170 คน ที่ยังมีชีวิต ในภาคเหนือ แม่ครูบัวเรียว รัตนมณีกรณ์ เป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นช่างฟ้อนที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องและถ่ายทอดองค์ความรู้ศิลปะการแสดงพื้นบ้านให้แก่ผู้ที่สนใจ ลูกศิษย์แม่ครูรุ่นแล้วรุ่นเล่าคือผลงานที่เป็นรูปธรรม ซึ่ง สวธ.โดยกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมได้ร่วมกับแม่ครูบัวเรียว จัดโครงการสืบสานศิลปะการแสดงพื้นเมืองเชียงราย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะการแสดงสายสกุลช่างฟ้อนแม่ครูบัวเรียว และเพิ่มศักยภาพการแสดงศิลปวัฒนธรรม ขณะเดียวกันศิลปินแห่งชาติแม่ครูบัวเรียวรับหน้าที่ฝึกสอนช่างฟ้อน ตลอดเป็นผู้นำฟ้อนบวงสรวงพญามังรายช่วงเช้าและเย็นปีนี้อีกด้วย
“ เป็นครั้งแรกที่มีการฟ้อนเล็บถวายพญามังรายกว่าพันคน โดยศิลปินแห่งชาติเป็นผู้ฝึกสอนและนำฟ้อน ถือเป็นนาฏกรรมชุมชน คณะช่างฟ้อนจาก 18 อำเภอ ร่วมฟ้อนถวายกษัตริย์ผู้สร้างเมือง ถือเป็น Soft Power ท้องถิ่น แสดงศักยภาพของวัฒนธรรมพื้นบ้าน กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมิติต่างๆ สร้างรายได้เข้าท้องถิ่น สร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยว สวธ.มีแนวคิดจะส่งเสริมนาฏกรรมชุมชนให้เกิดขึ้นแต่ละจังหวัด อย่าง จ.นครราชสีมา เตรียมจัดพิธีรำบวงสรวงและสดุดีท้าวสุนารี หรือย่าโม จะมีนางรำร่วมกว่า 1.5 หมื่นคน เราจะมาร่วมสร้างนาฏกรรมชุมชนแต่ละท้องถิ่น “ อธิบดี สวธ.กล่าว

ด้าน แม่ครูบัวเรียว รัตนมณีกรณ์ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาแห่งนี้ใช้เผยแพร่ศิลปะการแสดงพื้นเมืองล้านนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำโครงการสืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาที่ สวธ. สนับสนุนปีนี้ จัดอบรมฟ้อนสาวไหม ฟ้อนเล็บ ฟ้อนดาบฟ้อนเจิง ผู้ร่วมอบรมรวม 220 คน และจะทำงานสืบสานวัฒนธรรมตลอดไป

“ แม่และลูกศิษย์ถ่ายทอดความรู้ศิลปะพื้นบ้านล้านนา ปลื้มใจที่คนรุ่นหลังสืบทอด แสดงถึงการยอมรับของคนในสังคม ส่งลูกหลานมาเรียน โดยเฉพาะฟ้อนเล็บ ฟ้อนสาวไหม ที่มีลีลาฟ้อนอ่อนช้อย เคลื่อนไหวอย่างเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนา ช่วงโควิดก็ไม่หยุด สอนผ่านระบบออนไลน์ หลังโควิดคลี่คลายศูนย์แห่งนี้เปิดอบรมตามปกติ เด็กๆ ที่ร่วมอบรมโครงการนี้ได้คัดเลือกให้ร่วมฟ้อนเมืองบวงสรวงพญามังราย ส่วนช่างฟ้อนในชุมขนซึ่งมีพื้นฐาน แม่ใช้สื่อออนไลน์เพื่อสอนทบทวน พิธีนี้มีความสำคัญแสดงถึงพลังศรัทธาของชาวเชียงรายที่มีต่อพ่อพญามังรายที่สร้างบ้านแปลงเมืองจนบัดนี้ครบ 761 ปีแล้ว และแสดงความสมานสามัคคีของคนในจังหวัด “ แม่ครูบัวเรียว กล่าวด้วยความภูมิใจ

นางสาวพนัสนันท์ วงค์ยาง นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า ซึ่งเข้าอบรมโครงการฯ และร่วมการแสดงฟ้อนเมืองไหว้สาปูจาพญามังรายในวันจริง กล่าวว่า เรียนฟ้อนตั้งแต่อายุ 4 ปี จากลูกศิษย์แม่ครูบัวเรียว ต่อมามีโอกาสรับความรู้จากแม่ครูศิลปินแห่งชาติที่มีชื่อเสียง ท่านใจดี มีเมตตา สอนจนเราฟ้อนเก่ง ภูมิใจได้สืบสานเอกลักษณ์ศิลปะการแสดงพื้นบ้านเชียงราย ส่วนอบรมครั้งนี้เลือกฐานฟ้อนดาบฟ้อนเจิง เพราะอยากเพิ่มทักษะศิลปะการแสดงด้านนี้
“ เราได้เรียนรู้การฟ้อนเล็บ ซึ่งต้นฉบับมาจากแม่ครูบัวเรียว วันจริงหนูและช่างฟ้อนทั้งหมดฟ้อนด้วยท่วงท่าที่เป็นเอกลักษณ์ เผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาอย่างถูกต้อง อนาคตอยากเป็นศิลปินนาฏศิลป์ “ ช่างฟ้อนวัย 16 ปี เผยดีใจเป็นส่วนหนึ่งการแสดงครั้งประวัติศาสตร์เมืองเชียงราย
สำหรับการฟ้อนเมืองเชียงรายจะเป็นตัวอย่าง ทำให้เห็นว่า การรวมพลังขับเคลื่อน Soft Power ท้องถิ่นอย่างจริงจังเกิดประโยชน์กับชุมชนและประเทศมากกว่าที่คิด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศิลปินแห่งชาติปลุกแรงบันดาลใจเยาวชน เปิดแสดงโขนครั้งประวัติศาสตร์ในเมืองเชียงแสน
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เข้าร่วมติดตามผลการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โขน ละคร ฝ่ายฟ้อน ร้อง รำ สู่ถิ่นโยนกนคร” ณ หอประชุมหิรัญนครเงินยาง โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
ศิลปินแห่งชาติสู่ถิ่นโยนกนคร สร้างยุวศิลปินสืบสาน ‘โขน’ มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ลงพื้นที่ร่วมพิธีเปิดงานและติดตามผลการดำเนินโครงการ “นาฏยศิลปินแห่งชาติ
เชียงรายถกเครียดสารปนเปื้อนแม่น้ำกก ผลวิจัยพบสารหนูในเล็บ-เส้นผม ผวจ.สั่งตรวจซ้ำ
เชียงรายถกเครียดหลังผลวิจัยพบสารหนูในเล็บ-เส้นผม ผวจ.สั่งตรวจซ้ำใช้กลุ่มตัวอย่างมากขึ้น-ผู้เชี่ยวชาญชี้ยังไม่ควรเล่นน้ำกก-ดับฝันแผนเล่นน้ำสงกรานต์ เผยนักวิจัยเปิดเผยข้อมูลถูกกดดันหนัก
สวธ.เปิดอบรมหลักสูตร“จัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญา” มุ่งสร้างมาตรฐานเดียวกัน
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางสาวกิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร
สวธ.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลเนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ จัดเสวนาสร้างศิลปินของชาติ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ศิลปินแห่งชาติผู้วายชนม์ และการเสวนา หัวข้อ “ศิลปินแห่งชาติกับการสร้างศิลปินของชาติ” โดยมีนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ศิลปินแห่งชาติ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม
สวธ.เสวนาทิศทางขับเคลื่อนมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมในอนาคต เปิดตัวหนังสือ 'ขุมทรัพย์ล้ำค่ามรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม'
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานเสวนาวิชาการ “คุณค่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในสังคมร่วมสมัย” และการเปิดตัวหนังสือ “ขุมทรัพย์ล้ำค่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม”

