ผลตรวจเลือด 70 คนงานโรงถลุงเหล็กหลอมซีเซียม-137 รอบแรก ยังปกติ รอผลปัสสาวะอีก 2สัปดาห์

21 มี.ค. 2566- นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสุขภาพผู้ที่มีโอกาสสัมผัสวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข จังหวัดปราจีนบุรี ถึงการตรวจตรวจเลือดคนงานโรงงานถลุงเหล็กที่ดำเนินการหลอมวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 70 คน เพื่อเฝ้าระวังสุขภาพของพนักงาน พบว่า ค่าเม็ดเลือดขาว ค่าเกล็ดเลือด ค่าการทำงานของตับและไตเป็นปกติ โดยนัดตรวจซ้ำอีกครั้งในวันที่ 5 เมษายน 2566 ส่วนการตรวจหาซีเซียมในปัสสาวะ (Urine Cesium) โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยังต้องรอผลในอีก 2 สัปดาห์

นพ.โอภาสกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ยังคงติดตามเฝ้าระวังอาการแสดงของการได้รับรังสีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสุขภาพในคนงานโรงงานถลุงเหล็ก การเฝ้าระวังอาการกลุ่มประชาชนทั่วไปในจังหวัดปราจีนบุรี และหากมีข้อมูลว่ามีผู้สงสัยสัมผัสเพิ่มเติมหรือมีการกระจายของกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ออกจากพื้นที่ ก็จะขยายวงในการเฝ้าระวังเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ อาการแสดงที่พบจากการสัมผัสซีเซียม-137 มีทั้งทางผิวหนังเช่น เป็นแผลตุ่มน้ำพอง ผิวหนังอักเสบ อาการทั่วไป เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีค่าเม็ดเลือดขาวผิดปกติ ดังนั้น จึงมีการเฝ้าระวังใน 3 กลุ่มอาการนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รัฐบาลอนุทิน' ย้ำ 'กัญชาไม่เสรี' คุมเข้มช่อดอก ฝ่าฝืนเจอคุก

รัฐบาลยัน 'กัญชาไม่เสรี' ย้ำประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนลอบขนออกนอกประเทศโทษหนัก จำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่า

รัฐบาลยกมาตรฐาน 'เครื่องมือแพทย์' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย. นี้ กำชับฉลาก–เอกสารกำกับต้องชัดเจน ปลอดภัย ไม่โอ้อวดเกินจริง

ข่าวดี! สธ. ปรับค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. พร้อมชงจ้างงานเพิ่ม 9.3 หมื่นอัตรา

รัฐบาล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรสาธารณสุข ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. 69 สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเสนอเพิ่มกรอบจ้างงาน 93,000 อัตรา

สธ.ยันไทยพบโควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 แพร่กระจายง่าย หลบภูมิคุ้มกันได้ดี เตือนรักษาสุขอนามัย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสายพันธุ์โรคโควิด 19 ในช่วงปีที่ผ่านมา คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธ์หลัก แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดการกระจายของโรคอย่างรวดเร็วหรือโรครุนแรงมากขึ้น