
31 ก.ค. 2566- นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่โรงพยาบาลปทุมธานี และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี เพื่อติดตามการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินในช่วงวันหยุดยาว รวมถึงการเปิดให้บริการผู้ป่วยทั่วไป และกล่าวว่า หลัง ครม.มีมติให้วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 เป็นวันหยุดราชการพิเศษ แต่ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาเปิดให้บริการได้หากเห็นว่าจะกระทบต่อประชาชนผู้รับบริการ ซึ่งในวันดังกล่าว โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีนัดหมายผู้ป่วยตรวจรักษาและทำผ่าตัดต่างๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่วนใหญ่จึงพิจาณาให้เป็นวันเปิดทำการ เพื่อลดผลกระทบการรับบริการของประชาชน เช่นที่ โรงพยาบาลปทุมธานีและโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยโรงพยาบาลพระนั่งเกล้ามีผู้ป่วยนัดไว้ประมาณ 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยนอกที่นัดมาตรวจทั่วไป ซึ่งจากการสอบถามประชาชนที่มารับบริการต่างรู้สึกยินดีที่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่เสียสละมาดูแลผู้ป่วยในวันหยุด ทั้งนี้ ได้กำชับให้ผู้บริหารโรงพยาบาลทุกแห่งดูแลเรื่องค่าตอบแทนนอกเวลาให้แก่บุคลากรที่มาปฏิบัติงานอย่างเต็มที่
นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ในช่วงหยุดยาว 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2566 ประชาชนมีการเดินทางมากกว่าปกติทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้มากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งเตรียมความพร้อมรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยกรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 30 ราย บาดเจ็บ 1,287 ราย และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 383 ราย ภาพรวมตั้งแต่วันที่ 28-30 กรกฎาคม 2566 มีผู้เสียชีวิตสะสม 81 ราย บาดเจ็บสะสม 4,419 ราย และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสะสม 1,120 ราย ปัจจัยเสี่ยงยังมาจากการไม่สวมหมวกนิรภัยสูงสุด 3,234 ราย คิดเป็นร้อยละ 87.17 ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 514 ราย คิดเป็นร้อยละ 82.5 ดื่มสุรา 629 ราย คิดเป็นร้อยละ 13.98 และพบว่ามีผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ดื่มสุราแล้วเกิดอุบัติเหตุ 65 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับ คือ นครศรีธรรมราช 6 ราย ปทุมธานี 5 ราย ชลบุรีและลำพูน จังหวัดละ 4 ราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ เชียงใหม่ 204 ราย เชียงราย 189 ราย และนครราชสีมา 150 ราย
“เท่าที่ติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน พบว่าไม่ได้มากเหมือนช่วงสงกรานต์และปีใหม่ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ดูแลเรื่องระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้เกิดความต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ หากพื้นที่ใดมีปัญหา เช่น ขาดเวชภัณฑ์ ขาดเลือด ให้แจ้งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรช่วยเหลือกันภายในเขตสุขภาพ สำหรับประชาชนที่จะขับขี่ยานพาหนะ ขอให้เตรียมพร้อมร่างกายและตรวจเช็กสภาพรถก่อนเดินทาง ยึดหลักขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ และใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้งเพื่อช่วยลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ” นพ.โอภาสกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนบุรีรัมย์เสียงแตก! นโยบายปิดไฟถนน
ชาวบุรีรัมย์เสียงแตกนโยบายปิดไฟถนน ดีเดย์ 1 พ.ค.69 ชาวบ้านบางส่วนหวั่นเสี่ยงอุบัติเหตุ และช่องว่างก่ออาชญากรรม แต่บางกลุ่มเห็นด้วย เผยไม่กระทบการดำรงชีวิต อุบัติเหตุเกิดจากความประมาทมากกว่า
ตำรวจภูเก็ต วางมาตรการลดความหนาแน่นจราจรช่วงเปิดเทอม ปรับจุดกลับรถลดอุบัติเหตุ
ตำรวจภูเก็ตเผยปัญหาภาพรวม ขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอม การจราจรไม่หนาแน่น แต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นช่วงเปิดเทอม และถ้ามีฝนตกร่วมด้วยจะเจอสิ่งที่คุ้นเคยกัน คือ ประสบปัญหาการจราจร
วิโรจน์ โวย 'ทางหลวงชนบท' ลดไฟบนถนนเสี่ยงอุบัติเหตุ ข้องใจหรือติดโคมไฟถี่กว่ามาตรฐานสากล
วิโรจน์ จี้กรมทางหลวงชนบทแจง มีถนนเส้นไหนต้องลดไฟถนน ข้องใจที่ผ่านมาหรือมีความถี่มากเกินไปเกินมาตรฐานสากล
หน้าร้อน 'ตับอักเสบเอ' พุ่ง 2 เท่า คุมเข้มก่อนระบาดเป็นคลัสเตอร์
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง 'ตับอักเสบเอ' พุ่ง 2 เท่าในหน้าร้อน ย้ำคุมเข้มอาหาร–น้ำ ป้องกันก่อนระบาดเป็นคลัสเตอร์
กรมอนามัย เปิด 7 คัมภีร์รู้ทันความเสี่ยง 'Checklist เซฟร่าง คนสู้งานกลางแดด'
กรมอนามัย สธ. โพสต์แดดประเทศไทยสู้ชีวิต แต่คนสู้งานอย่างเราต้องสู้กลับ
สธ. ลุยทำ 'ห้องปลอดฝุ่น' 10 จังหวัดเสี่ยง 2,275 ห้อง จัด 'มุ้งสู้ฝุ่น' ดูแลผู้ป่วยติดเตียง
โฆษกสธ. แจงมาตรการเชิงรุกสู้ฝุ่น PM 2.5 ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง พร้อมรุกทำห้องปลอดฝุ่น เผย 10 จังหวัดเสี่ยง มี 2,275 ห้อง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนกว่า 2.18 แสนคน

