
19 ธ.ค.2566-พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บภาวะพิการ ประจำองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ผู้รับผิดชอบโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัย เปิดเผยว่า ตามที่ตนและคุณศิริวรรณ สันติเจียรกุล ได้เข้าพบคณะผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เพื่อเสนอข้อมูลและหารือถึงมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณาที่อาจส่งผลเสียต่อสังคมโดยรวม โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก แต่กลับมีการโฆษณาที่สร้างแรงจูงใจให้มีการขับขี่ที่เร็ว แรง โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และ ผู้ที่ใช้รถ ใช้ถนนร่วมกับรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้ผู้ใช้จักรยานยนต์ มีการบาดเจ็บรุนแรงและตายอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 1 คน ทุก 34 นาที และพิการเฉลี่ย 9,841 คนต่อปี ขณะที่อัตราตายต่อประชากรเป็นลำดับ 1 ของโลกในรายงานองค์การอนามัยโลกปี 2015 และ 2018

อดีตที่ปรึกษาฯ ระบุว่า จากการมอนิเตอร์โฆษณารถจักรยานยนต์ตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ พบว่า ว่าผู้ผลิตหรือจำหน่ายจักรยานยนต์ในไทย ไม่ได้ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยอย่างจริงจัง แม้เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ ผู้ผลิต จำหน่ายและขายจักรยานยนต์ไทยยังตั้งชื่อรุ่น “ครอบครัว” ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าจักรยานยนต์ใช้ขับขี่ได้ทุกวัย ซึ่งจากการเฝ้าระวังทางสื่ออินเทอร์เน็ตทั่วโลก พบว่าผู้ผลิตมีการใช้คำนี้เฉพาะประเทศไทย ลาว กัมพูชา เท่านั้น ขณะที่ในประเทศผู้ผลิตและการส่งออกไปยังต่างประเทศในอเมริกาและยุโรปไม่มีการใช้คำว่ารุ่นครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีการโฆษณาเหนี่ยวนำพฤติกรรมขับขี่เร็ว ขับขี่หวาดเสียว เสี่ยงอันตรายและผิดกฎหมาย อย่างต่อเนื่อง

“อยากเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เร่งรัดดำเนินการให้มีการออกมาตรการที่ควรดำเนินงานและคำเตือนข้อความให้ความรู้ที่ควรมีในโฆษณาทุกประเภทของรถจักรยานยนต์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้คนไทยต้องบาดเจ็บ พิการและเสียชีวิตมากขึ้น” พญ.ชไมพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ ข้อเสนอของโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัยและภาคีเครือข่ายกว่า 40 องค์กร เสนอให้การโฆษณาของบริษัทรถจักรยานยนต์ ควรมีข้อความ เช่น “หากไม่สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่หรือซ้อนท้าย จะถึงแก่ชีวิตได้” ,ความเร็วในการขับขี่จักรยานยนต์ที่มีการชนจนถึงแก่ชีวิต พบมากสุดที่ความเร็ว 51 ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ,การมีระบบเบรค abs หรือ cbs สำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่จักรยานยนต์, แสงไฟส่องสว่างที่ชัดเจนและแผ่นสะท้อนแสงรอบด้านของจักรยานยนต์สำคัญต่อการขับขี่กลางคืนให้เสี่ยงลดลง และไม่ควรหลีกให้ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีที่ไม่มีหมวกนิรภัยมาตรฐานโดยสารรถจักรยานยนต์ เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลื้ม 'ภูเก็ต' คว้าอันดับ 1 ครองใจนักท่องเที่ยวแคนาดา
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลรู้สึกปลื้ม หลังจากจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดาในงาน Air Canada Vacations Toronto Product Launch
'อนุทิน' ขอบคุณ 'เนเน่' สร้างชื่อเสียงประเทศ ทำคนไทยมีความสุข
นายกฯ ขอบคุณและดีใจไปกับ 'เนเน่' ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ทำคนไทยมีความสุขมีกำลังใจ เชื่อถ้ามีคนพูดคำว่าไทยแลนด์ 1 ล้านครั้ง ไปได้ไกลแน่นอน
นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน
'ไหม' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2' ไม่ช่วยกระตุ้นศก. แซะหั่นแจกอีก 2 ด. แค่กระตุ้นความนิยมรบ.
'ศิริกัญญา' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' ปลดล็อกงบกู้ 2 แสนล้าน แต่หั่นเหลือเดือนละ 500 บ. แซะ แจกเงินกู้วิกฤตศรัทธา
'จุติ' หนุนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เดินหน้าปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดงบปีละ 1 แสนล.
‘จุติ’ หนุนต่ออายุอีก 2 เดือน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นการบริโภค พร้อมเดินหน้าเร่งปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ประหยัดเงินปีละ 1 แสนล้าน
รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้มาตรการน้ำมัน-ราคาสินค้า มีเป้าหมายต่างกัน
รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้ราคาน้ำมันส่งผลทั้งค่าขนส่ง ราคาสินค้า แต่ละมาตรการมีเป้าหมายต่างกัน ใช้เงินรัฐต้องตรงจุด คุ้มค่า ย้ำวงเงินกู้ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมด

